กังวลผู้พิทักษ์ นำพาเงินเฟ้อ // 1,615-1,625

คาด SET Index แกว่งตัว Sideways down: แรงกดดันจากสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซที่ส่งผลให้ราคาพลังงานปรับตัวขึ้นและกระตุ้นความกังวลอัตราดอกเบี้ยของเฟด รวมถึงรอติดตามถ้อยแถลงของปธน.เฟดและ CPI ของสหรัฐฯคืนนี้ หากแต่ยังมีแรงพยุงจากความหวังมาตรการในประเทศและการเก็งงบ 2Q69

กลยุทธ์การลงทุน

  1. เก็งงบ 2Q69: BAY, BBL, CPALL, DELTA, HANA, KBANK, KCE, KKP, KTB, KTC, MTC, SAWAD, SCB, STECON, TIDLOR, TISCO, TTB

  2. หวังมาตรการพลังงานสะอาด: AMATA, CK, CRC, DOHOME, GLOBAL, GUNKUL, GULF, HMPRO, MRDIYT, ROJNA, SCC, TRUE, WHA, WHAUP

  3. พลังงาน: BCP, PTT, PTTEP, PTTGC, SPRC, TOP

  4. Selective: AP, COCOCO, CPN, ERW, SIRI

  • ผู้พิทักษ์แห่งช่องแคบฮอร์มุซ: คาดแรงกดดันความกังวลภาวะชะงักงันของอุปทานพลังงานโลก สะท้อนจากราคาน้ำมันดิบ WTI (Fut.) ที่ปรับตัวขึ้น 9.42% ปิดที่ $78.14 ต่อบาร์เรล เมื่อคืนที่ผ่านมา หลังสหรัฐฯจะกลับมาใช้มาตรการปิดล้อมทางทะเลต่ออิหร่าน โดยจะเริ่มมีผลบังคับใช้ในวันที่ 15 ก.ค.69 เวลา 3.00 น. (ตามเวลาไทย) ประกอบกับต้นทุนการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังมีแนวโน้มสูงขึ้น หลังปธน.ทรัมป์ระบุว่าสหรัฐฯจะต้องได้รับเงินชดเชยในอัตรา 20% ของสินค้าทั้งหมดที่ขนส่งสำหรับค่าใช้จ่ายในการทำหน้าที่ดูแลความปลอดภัยและความมั่นคงให้กับช่องแคบฮอร์มุซ ทั้งนี้ จากประเด็นที่กล่าวมาข้างต้นยังนำมาสู่ความกังวลเงินเฟ้อและความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางสำคัญ โดยเฉพาะเฟด จะดำเนินนโยบายการเงินในเชิง Hawkish มากยิ่งขึ้น สอดรับกับข้อมูลจาก FedWatch Tool ที่เริ่มมองถึงความเป็นไปได้สำหรับการขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนก.ค.69 โดยน้ำหนักสำหรับการปรับขึ้นอยู่ที่ 43.3% เพิ่มขึ้นจาก 25.7% ในสัปดาห์ก่อนหน้า และยังสะท้อนผ่าน US Bond yield 2 ปี และ 10 ปี เช้านี้ (7.00 น.) ซึ่งอยู่ที่ 4.28% และ 4.62% เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ที่ผ่านมาที่ 4.22% และ 4.56% ตามลำดับ

  • รอติดตามปธ.เฟดและ CPI สหรัฐฯ: นอกจากนี้ คาดนักลงทุนไม่รีบเปิดรับสถานะเสี่ยง รวมถึงอาจมีการลดสถานะต่อเสี่ยงลง ท่ามกลางการรอติดตามปัจจัยในคืนนี้ที่มีแนวโน้มเป็นสัญญาณบ่งชี้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟด ได้แก่ 1) คุณเควิน วอร์ช ปธ.เฟด แถลงการณ์รอบครึ่งปีว่าด้วยนโยบายการเงินและภาวะเศรษฐกิจต่อคณะกรรมาธิการบริการการเงินประจำสภาผู้แทนราษฎร และ 2) การเผย CPI เดือนมิ.ย.69 โดยตลาดคาด Headline และ Core ขยายตัว 3.8% y-y และ 2.9% y-y จากเดือนพ.ค.69 ที่ 4.2% y-y และ 2.9% y-y ตามลำดับ ทั้งนี้ เรามองหนึ่งในองค์ประกอบที่ต้องติดตามคือ Core Services ว่าจะเร่งตัวขึ้นหรือไม่ หลังเร่งตัวขึ้นมาแล้ว 3 เดือนติดต่อกัน ซึ่งอาจเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงความเสี่ยง Second round effect ของเงินเฟ้อสหรัฐฯ

  • หวังแรงพยุงจากภายใน: คาดแรงพยุงมาจากความหวังมาตรการภาครัฐ หลังกระทรวงการคลังอยู่ระหว่างเดินหน้าแผนขับเคลื่อนพลังงานสะอาดตามพ.ร.ก.กู้เงิน 2 แสนล้านบาทหลัง พร้อมกันนี้คาดอีกแรงพยุงมาจากทำการเก็งงบ 2Q69 โดยวันนี้คาดว่าจะมีการรายงานของ TISCO

+ ปัจจัยเพิ่มเติม –

(+) รองโฆษกสำนักนายกฯเผยไทยได้รับการจัดอันดับเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ อันดับ 2 ของโลกประจำปี 2569 จาก Travel And Tour World สะท้อนความเชื่อมั่นของนานาชาติต่อศักยภาพระบบสาธารณสุขไทย

(+) รองนายกฯและรมว. คมนาคมแผนขับเคลื่อนโครงการสำคัญ 4 ปี ของกระทรวงฯ รวม 313 โครงการ วงเงินลงทุน 823,178 ล้านบาท แบ่งเป็นปี 2570 รวม 262 โครงการ วงเงิน 229,769 ล้านบาท พร้อมวางทิศทางการพัฒนาต่อเนื่องในช่วงปี 2571-73 อีก 51 โครงการ วงเงิน 593,409 ล้านบาท

(+) TSMC รายงานยอดขาย 2Q69 เพิ่มขึ้น 36% y-y แตะ 1.27 ล้านล้านดอลลาร์ไต้หวัน สะท้อนว่าความต้องการชิปสำหรับเทคโนโลยี AI ยังคงแข็งแกร่งทั่วโลก

(0) วันที่ 13-20 ก.ค. 69 กกพ.เปิดรับฟังความคิดเห็นอัตราค่าไฟฟ้าผันแปรสำหรับการเรียกเก็บค่าไฟฟ้าในเดือนค.ย.-ธ.ค.69 โดยเสนออัตราค่าไฟฟ้าเฉลี่ย 4 ทางเลือก อยู่ระหว่าง 3.95-4.73 บาท/หน่วย

Picks of the day

COCOCO BUY

  • เป้าหมาย 6.25 / 6.50 แนวรับ 5.80 / 5.95
  • โรงงานในฟิลิปปินส์ ลดต้นทุน: การลงทุนผ่านบริษัทย่อย NOVOCOCONUT ในฟิลิปปินส์ถือเป็นกลยุทธ์เชิงรุกที่ช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนวัตถุดิบและต้นทุนมะพร้าวที่สูงในไทย คาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ในช่วง 2H69 อีกทั้งการส่งออกจากฟิลลิปปินส์ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี (GSP) ทำให้สามารถส่งออกไปยังตลาดสำคัญอย่างยุโรป, สหราชอาณาจักร และแคนาดา โดยเสียภาษีในอัตรา 0% ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและผลักดันให้อัตรากำไรขั้นต้น
  • แนวโน้มผลประกอบการช่วงครึ่งปีกลับมาเติบโต: คาดการณ์ว่าผลงานในช่วงครึ่งปีหลังจะดีกว่าครึ่งปีแรกอย่างมีนัยสำคัญ จากการรุกตลาดในประเทศผ่านการวางจำหน่ายน้ำมะพร้าวแบรนด์ Thai Coco ในร้าน 7-Eleven ประกอบกับตลาดต่างประเทศได้รับคำสั่งซื้อใหม่ๆ ทยอยเข้ามาอย่างต่อเนื่องทั้งจากสหรัฐอเมริกาและจีน

SCC BUY

  • เป้าหมาย 257 / 264 แนวรับ 242 / 247
  • ภาพรวมธุรกิจทยอยฟื้นตัว: แนวโน้มธุรกิจปิโตรเคมี 2Q69 ได้ปัจจัยหนุนจากราคาขายปรับตัวดีขึ้นจากอุปทานที่ลดลง เช่นเดียวกับส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ของบริษัทที่สูงกว่าตลาดเนื่องจากมีสัดส่วนผลิตภัณฑ์ HVA (High Value Added) เป็นส่วนใหญ่ นอกจากนี้ การคลี่คลายของสถานการณ์ตะวันออกกลางจะช่วยให้การขนส่งวัตถุดิบผ่านช่องแคบ Hormuz กลับสู่ภาวะปกติ และสามารถกลับมาเดินเครื่องโรงงานที่ระยองและเวียดนามได้อีกครั้ง
  • ปรับพอร์ตการลงทุนเสริมสภาพคล่อง: บริษัทแจ้งว่าได้จำหน่ายหุ้นใน PT Chandra Asri Pacific Tbk หรือ CAP ซึ่งเป็นบริษัทอินโดนีเซีย จำนวน 14.86% คิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 24,900 ลบ. เรามองเป็นบวกต่อราคาหุ้น โดยจะมีกระแสเงินสดเข้ามาประมาณ 21 บาท/หุ้น ซึ่งบริษัทจะนำไปลดภาระทางการเงิน ซึ่งปัจจุบันมี Net debt to EBITDA อยู่ที่ 5 เท่า และสนับสนุนการลงทุนโครงการเพิ่มการใช้ก๊าซอีเทนเป็นวัตถุดิบที่โรงงาน LSP ในเวียดนาม

- Advertisement -