ALPHAX มองลาวฐานยุทธศาสตร์พลังงานสะอาดของภูมิภาค ด้าน ทริสฯ ปรับ Outlook สปป.ลาว เป็น Stable หนุนความเชื่อมั่นการลงทุน

การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด (Energy Transition) กำลังเร่งตัวทั่วโลก จากความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นของภาคอุตสาหกรรม การขยายตัวของศูนย์ข้อมูล (Data Center) และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ควบคู่กับเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ส่งผลให้การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานหมุนเวียนได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง 

ท่ามกลางแนวโน้มดังกล่าว สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ถือเป็นหนึ่งในประเทศที่มีศักยภาพด้านพลังงานสะอาดของภูมิภาค จากทรัพยากรธรรมชาติที่เอื้อต่อการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำ ประกอบกับนโยบายภาครัฐที่สนับสนุนการลงทุนด้านพลังงาน มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ และเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการที่มีฐานการลงทุนใน สปป.ลาว สามารถต่อยอดจากการขยายตัวของอุตสาหกรรมในระยะยาว หนึ่งในนั้นคือ บริษัท อัลฟ่า ดิวิชั่นส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ALPHAX  

นอกจากศักยภาพด้านทรัพยากรแล้ว ภาคพลังงานของ สปป.ลาว ยังเริ่มเห็นพัฒนาการเชิงโครงสร้างที่ดีขึ้น โดย บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ได้ปรับแนวโน้มอันดับเครดิตของ สปป.ลาว จาก “Negative” เป็น “Stable” พร้อมคงอันดับเครดิตประเทศไว้ที่ระดับ “BB+” เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2569 สะท้อนความสามารถในการชำระหนี้และเสถียรภาพเศรษฐกิจที่ดีขึ้น จากฐานะการคลัง ภาคต่างประเทศ เงินเฟ้อ และค่าเงินที่มีทิศทางดีขึ้น โดยคาดว่าเศรษฐกิจลาวจะเติบโต 4.2–4.4% ในปี 2026–2027 ขณะที่สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อ GDP มีแนวโน้มลดลง

ขณะเดียวกัน ทริสฯ ยังได้คงอันดับเครดิตองค์กรของ EDL-Generation Public Company (EDL-Gen) บริษัทผลิตไฟฟ้าในเครือรัฐวิสาหกิจไฟฟ้าลาว (EDL) ไว้ที่ระดับ “BB+” พร้อมปรับแนวโน้มอันดับเครดิตเป็น “Stable” จากเดิม “Negative” และประเมินว่าสถานะความเสี่ยงทางการเงินของบริษัทฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง จากการปรับเพิ่มอัตราค่าไฟฟ้าระหว่าง EDL และ EDL-Gen เป็นสองเท่า ควบคู่กับการเปลี่ยนมาใช้โครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าที่อ้างอิงสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD-linked tariff) ซึ่งทำให้ฐานะทางการเงิน และกระแสเงินสดแข็งแกร่งขึ้น สะท้อนต่อพัฒนาการเชิงบวกที่สำคัญ และสร้างความมั่นใจต่อคู่ค้าของกลุ่ม EDL

ด้าน นายกำพล ทรวงบูรณกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อัลฟ่า ดิวิชั่นส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ALPHAX ผู้ดำเนินธุรกิจพลังงานหมุนเวียนและธุรกิจการเงินใน สปป.ลาว มองว่าพัฒนาการดังกล่าวเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อการลงทุนในลาว โดยเฉพาะธุรกิจพลังงานซึ่งเป็นอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์และแหล่งรายได้จากการส่งออกที่สำคัญของประเทศ โดยการที่เศรษฐกิจและภาคไฟฟ้าลาวมีเสถียรภาพดีขึ้น ช่วยลดความกังวลของนักลงทุนและสนับสนุนความเชื่อมั่นต่อการลงทุนระยะยาว 

สำหรับแนวโน้มของอุตสาหกรรมไฟฟ้าของประเทศลาวนั้น ปัจจุบัน รัฐบาลลาวมีแผนพัฒนาภาคพลังงานของประเทศโดยตั้งเป้าขยายกำลังการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำจากประมาณ 10,000 เมกะวัตต์ (MW) ในปี 2025 เป็น 21,000 เมกะวัตต์ ภายในปี 2030 เพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เติบโตอย่างต่อเนื่องทั้งในประเทศและภูมิภาค นอกจากนี้ ภายใต้แผนดังกล่าว รัฐบาลลาวได้กำหนดเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนกำลังการผลิตติดตั้งจากพลังงานหมุนเวียนที่ไม่รวมพลังน้ำจาก 2% เป็น 11% ภายในปี 2030 โดยเฉพาะในส่วนของพลังงานแสงอาทิตย์ซึ่งจะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการเสริมกำลังการผลิตในช่วงฤดูแล้ง และเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการระบบไฟฟ้า ซึ่งปัจจัยดังกล่าวเป็นโอกาสที่สำคัญของ ALPHAX ในการต่อยอดการเติบโตอย่างก้าวกระโดดตามแผนธุรกิจของบริษัท

สำหรับ ALPHAX ปัจจุบันได้ปรับโครงสร้างธุรกิจด้วยกลยุทธ์การบริหารจัดการกลุ่มธุรกิจแบบ “Strategic Asset Recycling” กล่าวคือการขายธุรกิจที่ไม่มีกำไรออกไป และมุ่งลงทุนในธุรกิจพลังงานหมุนเวียนและธุรกิจการเงินใน สปป.ลาว เพื่อสร้างฐานรายได้และกระแสเงินสดระยะยาว และสร้างผลตอบแทนที่สม่ำเสมอและมั่นคง โดยธุรกิจพลังงานมีโรงไฟฟ้าพลังน้ำจำนวน 2 โครงการ รวมกำลังการผลิตติดตั้ง 29.51 เมกะวัตต์ ได้แก่ Nam Houng 1 และ Nam Ngiep 2C ทั้งสองโครงการดำเนินงานภายใต้สัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาวกับรัฐวิสาหกิจไฟฟ้าลาว (EDL) โดยรับชำระค่ารับซื้อไฟฟ้าทั้งในสกุลเงินกีบและดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารกระแสเงินสดของบริษัท 

ในส่วนของแผนในการเพิ่มจำนวนกำลังการผลิตไฟฟ้า และลดความเสี่ยงจากการพึ่งพารายได้จากโรงไฟฟ้าประเภทเดียว คือ โรงไฟฟ้าพลังงานน้ำนั้น บริษัทได้จัดตั้ง APDL Solar Power Sole Co., Ltd. ในปี 2025 ซึ่งเป็นบริษัทย่อยทางอ้อมผ่านบริษัท อัลฟ่า พาวเวอร์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด ซึ่ง ALPHAX ถือหุ้น 100% เพื่อรองรับการขยายการลงทุนในธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์ โดยได้เข้าลงทุนและอยู่ระหว่างการพัฒนาโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ในพื้นที่เมืองปากซัน แขวงบอลิคำไซ สปป.ลาว ขนาดกำลังการผลิตติดตั้งตามแผนรวม 100 เมกะวัตต์ โดยฝ่ายบริหารมีความมั่นใจว่าโครงการดังกล่าวจะเริ่มการดำเนินการจ่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์เข้าสู่ระบบ (COD) ได้ภายในปี 2026 ซึ่งคาดว่าโครงการดังกล่าวจะส่งผลเชิงบวกต่อผลการดำเนินการของบริษัทอย่างมีนัยสำคัญ

นายกำพล กล่าวว่า “ALPHAX มุ่งต่อยอดฐานธุรกิจพลังน้ำที่มีอยู่ พร้อมเดินหน้าศึกษาและขยายพอร์ตพลังงานหมุนเวียนเพิ่มเติมตั้งแต่ปี 2026 เป็นต้นไป เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว ควบคู่กับการคัดเลือกโครงการที่มีคุณภาพและสร้างผลตอบแทนที่เหมาะสมภายใต้กรอบการลงทุนของบริษัท”

#AlphaX #หุ้นAlphaX #Alphadivision #Hydropower #HydroelectricEnergy #พลังงานน้ำ #HydroElectric #เขื่อน

- Advertisement -