เก่งหลังเกมส์
SET Index ปรับขึ้น +1.69 จุด ปิดตลาด 1641 จุด มูลค่าการซื้อ-ขายที่ 8.6 หมื่นล้านบาท เป็นการปรับขึ้นตามตลาดหุ้นต่างประเทศ Sector ที่หนุนดัชนี คือ กลุ่มชิ้นส่วน(DELTA) กลุ่มธนาคาร(KTB, KBANK) กลุ่มอาหาร TU ฯลฯ ส่วน Sector ที่กดดัชนีคือ กลุ่มขนส่ง (AOT) กลุ่ม ICT (ADVANC, TRUE) กลุ่มอสังหา(CPN) ฯลฯ
หุ้นที่เคลื่อนไหวโดดเด่น
KKP +7.2%, TCAP +3.9%, KTB +2.44%, KBANK +0.86%,
กลุ่มธนาคารปรับขึ้นเด่นในทางเดียวกัน จากมุมมองดอกเบี้ยขาขึ้น และ US Bond Yields ส่วนอายุ 10 ปี +3 bps อยู่ที่ 4.65% หุ้นเด่น คือ KBANK มองจุดเด่น 1)เราเพิ่มกำไรปี 2026-28F ปีละ 5-7% สะท้อนค่าธรรมเนียมเด่น(Wealth Management) 2) ยอดสินเชื่อเร่งขึ้น q-q ลำดับต้น ชี้อานิสงส์ Investment Cycle 3) ธุรกิจ Wealth+Investment Cycle เพิ่มโอกาส Re-rating 4) Yield > ปีละ 6% แนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 300 บาท
BA -3.85%, AOT -3.5%
กลุ่มสนามการบิน และสายการบินมีจิตวิทยาลบจากกระแสข่าวสงครามตะวันออกลางตึงเครียด ปธน. Trump ขู่โจมตีสะพาน, โรงไฟฟ้าอิหร่าน ทุกครั้งที่อิหร่านโจมตีเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้ตลาดประเมินอาจจะทำให้การเดินทางระหว่างประเทศชะลอ และราคาน้ำมันดิบที่ทรงตัวสูงกดดันต่อสายการบินที่มีต้นทุนมาจากราคาน้ำมันดิบ
TOP -0.39% SPRC -0.5%
ประเด็น กบง. มีมติขอส่วนลดดีเซลหน้าโรงกลั่นเป็น 2.4 บาท/ลิตร (ราว 11-12$/bbl) ตั้งแต่ 24 ก.ค. – 15 ส.ค. เพิ่มขึ้นจากก่อนหน้าที่ขอ 1.4 บาท/ลิตร ในช่วง 9-29 ก.ค. เรามองเป็น Negative ต่อกลุ่มโรงกลั่น แม้จะไม่ได้สร้าง downside ต่อ TP อย่างมีนัยสำคัญ แต่สะท้อนความพยายามของภาครัฐที่จะคุมค่าการกลั่นต่อเนื่อง และเป็นการจำกัด upside risk
PTTEP +2.02%, PTT +0.64%
กลุ่มพลังงานต้นน้ำปรับขึ้นมีจิตวิทยาบวกหนุนตามราคาน้ำมันดิบปรับขึ้นแรง เหนือ 95$/barrel เรามองบวกต่อ หุ้น PTT เนื่องจาก 1)ธุรกิจหลักกลับสู่วงจรฟื้นตัว คาดกำไรปกติโตเฉลี่ย 19% CAGR ใน 2026-28F โดยปี 2026F เติบโตแรง +66% 2) หุ้นยังอยู่ในโซน Value ซื้อขาย PBV26F ราว 0.95 เท่า Yield สูงเกินปีละ 5.0%









