MARKET MOVE กังวลน้ำมัน และ กดดันด้วยงบหุ้นใหญ่ US // 1,620–1,645
คาด SET Index Sideways Down: รับแรงกดดันจากความกังวลในทิศทางราคาน้ำมันดิบที่จะมีผลต่อทิศทางเงินเฟ้อและการตัดสินใจของธนาคารกลาง รวมถึงการปรับตัวลงของ Tesla และ Alphabet มองตลาดจะเน้น Rotation เม็ดเงินลงทุนไปยังหุ้นพลังงาน และ หุ้นที่คาดงบ 2Q69 จะออกมาดี
กลยุทธ์การลงทุน
1) เก็งผลประกอบการ 2Q69: AMATA, CPALL, DELTA, HANA, ITC, KCE, MRDIYT, OSP, QH, TIDLOR
2) พลังงาน:BCP, PTT, PTTEP, SPRC, TOP, PTTGC
3) มาตรการ/โครงการรัฐ: CENTEL, CPAXT, CRC, DOHOME, ERW, GLOBAL, HMPRO
-
ราคาน้ำมันพุ่งต่อ ตลาดรอประชุม ECB : ราคาน้ำมันดิบ WTI ปรับตัวขึ้นต่อสู่ระดับ 88 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังเข้าสู่วันที่ 11 ที่สหรัฐกลับมาโจมตีอิหร่าน ทำให้ภาพสงครามในตะวันออกกลางยังไม่มีทีท่าจะดีขึ้น โดยระดับราคาน้ำมันดิบดังกล่าว เริ่มเข้าใกล้ช่วงสงครามที่แกว่งตัวในกรอบ 90-120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ตลาดกลับมากังวลถึงภาวะเงินเฟ้อจากฝั่งอุปทานอีกครั้ง สะท้อนผ่านภาพ Bond Yields สหรัฐอายุ 2 และ 10 ปีที่ดีดตัวขึ้นแตะระดับ 4.29% และ 4.65% ตามลำดับ สอดคล้องกับภาพ Fedwatch tools ที่ชี้ว่า Fed อาจปรับเพิ่มดอกเบี้ยนโยบายถึง 2 ครั้งในเดือน ก.ย. และ ธ.ค. 69 สู่ระดับ 4.00-4.25% มองเป็นแรงกดดันต่อภาพรวมการลงทุนในตลาด ตลาดหุ้นสหรัฐชะลอตัวลงเล็กน้อยรับแรงกดดันดังกล่าว ร่วมกับแรงกดดันจากการปรับตัวลงของหุ้น Tesla และ Alphabet หลังประกาศงบ 2Q69 ออกมา โดยผลประกอบการของ Alphabet ออกมาดี แต่บริษัทยังยืนยันต้องเดินหน้าลงทุนเพิ่มอีกในอนาคต เพื่อให้ทันต่ออุปสงค์ที่เร่งตัว ขณะที่กระแสเงินสดสุทธิในไตรมาสนี้ติดลบไปแล้วกว่า 5.9 พันล้านดอลลาร์ ทำให้นักลงทุนกังวลถึงผลกำไรในอนาคตที่จะถูกกดดันจากค่าใช้จ่าย กดดันภาพรวมของธุรกิจ ส่วน Tesla เผยกำไรต่อหุ้นออกมาต่ำกว่าตลาดคาดจึงเห็นการปรับตัวลง มองตลาดหุ้นไทยจะรับแรงกดดันจาก Sentiment ลบดังกล่าว ระหว่างรอจับตาการประชุม ECB มองการตัดสินใจของ ECB เป็นไปได้ยาก เนื่องจากต้องรักษาระดับดอกเบี้ยเงินฝากเพื่อควบคุมเงินเฟ้อจากราคาพลังงาน แต่ต้องแลกกับการที่ดอกเบี้ยดังกล่าวจะกดดันการฟื้นตัวของเศรษฐกิจยุโรป เบื้องต้นตลาดคาด ECB จะคงระดับอัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่ 2.25%
-
งบธนาคารผ่านไป งบกลุ่ม Real Sector คือทางเลือกถัดไป : ตลาดหุ้นไทยเริ่มปรับตัวขึ้นได้จำกัดในสัปดาห์นี้ ทำให้เห็นการ Rotation เก็งกำไรจากกลุ่มธนาคารที่ประกาศผลประกอบการออกมาแล้ว ไปสู่หุ้น Real Sector เช่น กลุ่มโรงกลั่น และ ปิโตรเคมี ซึ่งรับผลบวกจากราคาน้ำมันดิบที่เร่งตัวขึ้น มองหุ้นอื่นที่คาดผลประกอบการ 2Q69 จะออกมาดี เช่น MRDIYT ITC และ HANA จะเป็นเป้าหมายการลงทุนสำหรับการเก็งกำไร
+ ปัจจัยเพิ่มเติม –
-
(+) ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เผยได้ยกระดับมาตรฐานการตรวจสอบความปลอดภัยของสถานบันเทิงใน กทม. โดยได้สร้าง Check List สำหรับตรวจสอบความปลอดภัย 17 ข้อ มองจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้ภาพการท่องเที่ยว
-
(+) กระทรวงพาณิชย์เผยภาครัฐและเอกชนของสหรัฐมีความสนใจในศักยภาพของแป้งมันสำปะหลังไทยเป็นอย่างยิ่ง จึงเสนอแนะแนวทางความร่วมมือด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารมูลค่าเพิ่ม ร่วมกับสถาบันวิจัยรายใหญ่ในภูมิภาค เป็นบวกต่อภาพการส่งออก และ R&D ในอุตสาหกรรมอาหารไทย
-
(+) สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เผยการส่งออกเครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบของไทยไปทวีปยุโรปในเดือนพ.ค. 2569 มีมูลค่า 148.6 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 40.7 %y-y สูงสุดในรอบ 7 เดือน
-
(-) EXIM Bank มอง 12 ส.ค.69 นี้ EU จะเริ่มบังคับใช้กฎระเบียบด้านบรรจุภัณฑ์และขยะบรรจุภัณฑ์ (PPWR) อาจกระทบต่อภาคการส่งออกในสินค้าที่เกี่ยวข้อง
Picks of the day
HANA (BUY)
-
เป้าหมาย: 40.50 / 42.00 แนวรับ: 37.00 / 38.00
-
HANA คาดกำไร 2Q69 สูงขึ้น y-y และ q-q: 2Q69 คาดกำไร 169 ลบ. สูงขึ้น y-y จากปีก่อนเป็นฐานต่ำ แต่ฟื้นตัว q-q จากค่าเงินที่อ่อนค่าลงกว่าไตรมาสแรก ทำให้รายได้และ GPM ฟื้นตัวได้ดีขึ้น โดยเราคาดรายได้(ดอลลาร์) ฟื้นตัว q-q ได้ต่อเนื่องตั้งแต่ 1Q69 โดยรายได้ส่วนงานหลัก HANA-อยุธยา สูงขึ้น q-q จากดีมานด์ในกลุ่มลูกค่าใหม่ที่เข้ามา, ส่วนงานในจีนยังคงแข็งแกร่งในกลุ่มธุรกิจ EV module และ Power model
-
รายได้จาก AI-related เข้ามาในปีหน้า: ปีหน้าจะมีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้นบริษัทจะก้าวเข้าสู่อุตสาหกรรม AI-related อาทิ อุปกรณ์ Cooling device, High density PCBA เสริมรายได้เติบโตและมีอัตรากำไรที่สูงกว่าธุรกิจดั้งเดิมอย่างมีนัย
PTTGC (BUY)
-
เป้าหมาย: 42.00 / 43.00 แนวรับ: 38.50 / 39.50
-
แนวโน้ม 2Q69 ดีต่อเนื่อง: คาดแนวโน้มผลประกอบการ 2Q69 มีปัจจัยหนุนจากสว่นต่างราคาปิโตรเคมีที่ดีขึ้น โดยธุรกิปิโตรเคมีดีขึ้นจาก ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ ปรับตัวสูงขึ้นจากอุปทานตึงตัวช่วงสงคราม ขณะธุรกิจโรงกลั่นค่าการกลั่นยังดีจากส่วนต่างราคาน้ำมันดีเซลจาก 35 USD/bbl เป็น 63 USD/bbl โดยสำหรับธุรกิจโรงกลั่นนั้นมีสัดส่วน EBITDA กว่า 60% ของทั้งหมด
-
อุปทานส่วนเกินลดลง: จากภาวะสงครามตะวันออกกลางทำให้โรงงานปิโตรเคมีได้รับผลกระทบจากการโจมตี รวมถึงขาดแคลนวัตถุดิบ ทำให้อุปทานในตลาดลดลง ช่วงหนุนส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์โดยรวมให้สูงขึ้น









