บล.ฟิลลิป:

BANK SECTOR กำไรลดลงทั้ง y-y และ q-q แต่ 2H69 น่าจะเร่งตัว

กำไร 2Q69 ของกลุ่มธนาคารลดลงทั้ง y-y และ q-q

กลุ่มธนาคาร 8 แห่งที่เราทำการศึกษารายงานผลประกอบการ 2Q69 มีกำไรรวมกัน 64 พันลบ. ลดลง 1.4% y-y และ ลดลง 3.2% q-q โดยเมื่อเทียบ y-y ถึงแม้ว่าจะมีเพียง BBL (-19.8% y-y) และ SCB (-13.1% y-y) เท่านั้นที่กำไรลดลง ในขณะที่ BAY กำไรทรงตัว และธนาคารที่เหลือกำไรเพิ่มขึ้นทั้งหมด แต่การลดลงของกำไรของ BBL และ SCB นั้นค่อนข้างมากทำให้ดึงกำไรของทั้งกลุ่มลง โดยรายได้ดอกเบี้ยที่ลดลงจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ และสินเชื่อที่หดตัวทำให้กำไรของ BBL และ SCB หดตัวลง ส่วนธนาคารอื่นถึงแม้ว่ารายได้ดอกเบี้ยจะลดลงเช่นเดียวกับ BBL และ SCB แต่ได้ต้นทุนดอกเบี้ยที่ลดลง และรายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจตลาดทุน และ Wealth Management มาช่วยทำให้กำไรเพิ่มมากขึ้น ส่วนเมื่อเทียบ q-q BAY BBL KBANK และ KTB เป็นธนาคารที่มีกำไรลดลง โดยนอกจากรายได้ดอกเบี้ยที่ยังคงปรับลดลงอยู่ ในหลายธนาคารยังมีกำไรจากเครื่องมือทางการเงินที่ลดลงจากไตรมาสก่อนด้วยที่ทำให้กำไรลดต่ำลง

KKP กำไรเพิ่มโดดเด่นที่สุด y-y ส่วน SCB เด่นสุด q-q

KKP เป็นธนาคารที่มีกำไรเติบโตโดดเด่นที่สุดเมื่อเทียบ y-y โดยมีกำไร 2.1 พันลบ. เพิ่มขึ้นถึง 50.6% y-y โดยรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นมาก โดยเฉพาะรายได้ค่าธรรมเนียมที่เพิ่มขึ้นมากตามมูลค่าการซื้อขายใน ตลท. ที่เพิ่มขึ้นมาก นอกจากนี้รายได้เงินปันผลยังเพิ่มขึ้นมากด้วย เมื่อเทียบ q-q SCB เป็นธนาคารที่มีกำไรเพิ่มขึ้นโดดเด่นที่สุด โดยมีกำไร 11 พันลบ. เพิ่มขึ้น 9% q-q โดยการเพิ่มขึ้นของกำไรจากเครื่องมือทางการเงินที่เพิ่มขึ้นเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้กำไรเพิ่มมากขึ้น

สินเชื่อเร่งตัวขึ้น ในขณะที่ NPL ลดลง

สินเชื่อของกลุ่มธนาคารใน 2Q69 เร่งตัวขึ้นจากไตรมาสก่อน โดยเพิ่มขึ้น 1.2% q-q จากไตรมาสก่อนที่สินเชื่อเติบโต 0.9% q-q โดยมีเพียง SCB ธนาคารเดียวที่สินเชื่อหดตัวในไตรมาสนี้ (-1.1% q-q) และสินเชื่อรายใหญ่ยังคงเป็นสินเชื่อหลักที่ทำให้สินเชื่อในไตรมาสนี้เติบโต KBANK เป็นธนาคารที่มีสินเชื่อเติบโตมากที่สุดในไตรมาสนี้ โดยเพิ่มขึ้นถึง 4.5% q-q ทางด้าน NPL กลุ่มธนาคารสามารถลดระดับ NPL ลงได้เหลือ 3.04% จาก 3.14% ในไตรมาสก่อน โดย BBL และ TISCO เป็น 2 ธนาคารที่มี NPL เพิ่มสูงขึ้น TTB มี NPL ทรงตัว ส่วนธนาคารที่เหลือมี NPL ลดลงทั้งหมด KKP เป็นธนาคารที่สามารถลด NPL ลงได้มาก โดยสามารถลดจาก 4.3% เหลือ 3.6%

ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยของทั้งกลุ่มยังลดลง แต่บางธนาคารเริ่มเห็นการฟื้นตัว

ถึงแม้ว่าทุกธนาคารจะมีต้นทุนดอกเบี้ยลดลง แต่ผลของการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ และสินเชื่อที่ขยายตัวส่วนใหญ่เป็นสินเชื่อรายใหญ่ที่มีผลตอบแทนต่ำกว่าสินเชื่อประเภทอื่น ทำให้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยของกลุ่มธนาคารยังคงหดตัว โดยหดตัวเป็น 3.05% จาก 3.09% ในไตรมาสก่อน อย่างไรก็ตามใน 2Q69 เริ่มเห็นบางธนาคารที่มีส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยเริ่มฟื้นตัว โดย KKP เพิ่มจาก 4.00% ในไตรมาสก่อน เป็น 4.05% SCB เพิ่มจาก 3.15% เป็น 3.18% และ TTB เพิ่มจาก 3.02% เป็น 3.03%

ปันผลครึ่งปีอาจจะไม่ได้มากมาย แต่ทั้งปียังน่าสนใจ

หลังจากนี้กลุ่มธนาคารจะทยอยประกาศจ่ายปันผลงวด 1H69 โดยปันผลในรอบนี้อาจจะไม่ได้สูง โดยเราคาดว่ากลุ่มธนาคารจะมีการจ่ายปันผล 1H69 เพียง 0.07 – 2.00 บาท/หุ้น ซึ่งคิดเป็นระดับเงินปันผลตอบแทนเพียง 0.9 – 1.5% เท่านั้น โดยจะไปจ่ายสูงในช่วง 2H69 อย่างไรก็ดีเรามองว่ากลุ่มธนาคารเป็นกลุ่มที่มีปันผลรวมทั้งปียังน่าสนใจ และการที่ราคาหุ้นปรับลดลงในช่วงนี้จะทำให้ผลตอบแทนเงินปันผลยิ่งสูงขึ้นอีก โดยเราคาดว่า KBANK จะเป็นธนาคารที่มีการจ่ายปันผลปี 69 สูงที่สุดที่ 15 บาท/หุ้น และยังมีความเป็นไปได้ที่ KBANK จะมีการจ่ายปันผลพิเศษเพิ่มเติมอีก แต่หากมองในแง่ผลตอบแทนเงินปันผล เราคาดว่า SCB ที่คาดว่าจะจ่าย 8.66 บาท/หุ้น จะเป็นธนาคารที่มีระดับเงินปันผลตอบแทนสูงที่สุดที่ 7.1% (Fig. 6)

ความเสี่ยงยังมี แต่สินเชื่อน่าจะเร่งตัวขึ้นได้อีก

เรามองว่าเศรษฐกิจที่อาจจะเติบโตชะลอลงใน 2H69 ผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลางอาจจะทำให้ NPL เพิ่มสูงขึ้นได้ อย่างไรก็ดีธนาคารไทยมีความแข็งแกร่งค่อนข้างมาก โดยมีสัดส่วนสำรองต่อ NPL เฉลี่ยสูงถึง 168% และการลงทุนภาคเอกชนที่ยังสูงต่อเนื่อง ประกอบกับการเข้า High season ของการปล่อยสินเชื่อน่าจะช่วยให้ความต้องการสินเชื่อในช่วงที่เหลือของปีมีมากขึ้น และทำให้สินเชื่อเร่งตัวขึ้นได้

ให้น้ำหนัก “ลงทุนเท่ากับตลาด” ยังเลือก KBANK เป็น Top pick

เรามองว่าถึงแม้มีความเสี่ยงจากการที่ NPL จะเพิ่มสูงขึ้น แต่สินเชื่อใน 2H69 น่าจะเร่งตัวขึ้น ประกอบกับส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยน่าจะฟื้นตัวได้ เราจึงยังคงน้ำหนักการลงทุนไว้ที่ “ลงทุนเท่ากับตลาด” และเลือก KBANK (ราคาพื้นฐาน 221 บาท) เป็นหุ้น Top pick ของกลุ่ม เนื่องจาก KBANK เป็นเจ้าตลาดสินเชื่อ SME ซึ่งให้ผลตอบแทนสูง และมักจะได้รับการช่วยเหลือจากรัฐบาล นอกจากนี้เรายังคาดว่า KBANK จะเป็นธนาคารที่มีการจ่ายปันผลสูงที่สุดในกลุ่ม โดยคาดว่าจะจ่ายสูงถึง 15 บาท/หุ้น คิดเป็น Div yield 6.5%

- Advertisement -