บล.ฟิลลิป:
โรงพยาบาลพระรามเก้า – PR9 (PR9 TB)
ปัจจัยฤดูกาลหนุนการฟื้นตัวในครึ่งปีหลัง
Key Point
คาดการณ์กำไรหลัก 2Q69E ที่ 194 ลบ. (+5.1% q-q, +6.6% y-y) จากแรงหนุนของการฟื้นตัวของอัตรากำไร และการคุมค่าใช้จ่ายที่ดีขึ้น แม้รายได้เติบโตเล็กน้อยจากการแข่งขันที่รุนแรง และการเติบโตของผู้ป่วยไทยที่โตเล็กน้อย ขณะที่ค่าเสื่อมราคาที่เพิ่มจากการลงทุนใหม่เป็นแรงกดดันต่อกำไรในระยะสั้น ทั้งนี้ เราเชื่อว่า ผลประกอบการครึ่งปีหลังจะได้รับแรงหนุนจากปัจจัยฤดูกาล และการทยอยเพิ่มอัตราการใช้ประโยชน์จากสินทรัพย์ใหม่ คงคำแนะนำ “ซื้อ” ที่มูลค่าพื้นฐาน 24.00 บาทต่อหุ้น
คาดการณ์กำไรหลัก 2Q69 ขยายตัวจากอัตรากำไร
คาดการณ์กำไรหลัก 2Q69E ที่ 194 ลบ. (+5.1% q-q, +6.6% y-y) โดยรายได้เติบโตเล็กน้อยจากการแข่งขันที่รุนแรง และการเติบโตของผู้ป่วยไทยที่ยังไม่โดดเด่น ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นคาดว่าจะอ่อนตัวลงเล็กน้อยที่ระดับ 35.8% (vs. 36.6% ใน 2Q68) จากการทำโปรโมชั่น และการให้ส่วนลด เพื่อรักษาจำนวนฐานผู้ป่วยแต่ฟื้นตัวจาก 1Q69 เนื่องจากทำการปรับตัวดีขึ้นของรายได้ประกันที่เริ่มกลับมาเป็นบวก รวมถึง ค่าใช้จ่ายในการขาย และบริหารที่ปรับลดลงสู่ 19.1% (vs. 20.9% ใน 2Q68) หนุนให้ EBITDA Margin ปรับตัวเพิ่มขึ้นสู่ 25.2% (vs. 24% ใน 2Q68) แม้ว่าค่าเสื่อมราคาที่เพิ่มขึ้นจากการลงทุนจะเป็นปัจจัยกดดันกำไรสุทธิ
ผู้ป่วยต่างชาติหนุนรายได้ขณะผู้ป่วยไทยโตจำกัด
คาดการณ์รายได้จากกิจการโรงพยาบาลใน 2Q69E ที่ 1,300 ลบ. (+1.3% q-q, +1.8% y-y) โดยได้รับแรงหนุนจากรายได้ผู้ป่วยต่างชาติที่คาดเติบโต +4% y-y แม้ว่าการเติบโตของผู้ป่วยตะวันออกกลางจะชะลอจากฐานที่สูงในปีก่อน ขณะที่ผู้ป่วยไทยเราคาดรายได้จะเติบโตเล็กน้อย +1% y-y ทำให้สัดส่วนรายได้ของผู้ป่วยไทยต่อผู้ป่วยต่างชาติอยู่ที่ 72.7% ต่อ 27.3% (vs. 73.3% ต่อ 26.7% ใน 2Q68) สะท้อนการแข่งขันที่รุนแรง ทำให้โรงพยาบาลใช้กลยุทธ์ด้านราคา และจัดกิจกรรมทางการตลาดเพื่อรักษาจำนวนฐานผู้ป่วย
ค่าเสื่อมราคาปัจจัยกดดันในระยะสั้น
เราคาดว่าสัดส่วนค่าเสื่อมราคาต่อรายได้จะปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็น 6.6% (vs. 6.0% ใน 2Q68) จากการทยอยรับรู้ค่าเสื่อมของสินทรัพย์ที่เริ่มเปิดดำเนินการในช่วงที่ผ่านมา โดยที่ 1Q69 มีการเปิดห้องผ่าตัดใหม่ และมีการเปิด Ward เพิ่ม รวมถึงการนำหุ่นยนต์ผ่าตัด (Da Vinci Robotic Surgery) ประกอบกับห้องฟอกไตใหม่ใน 2Q69 แม้ว่าการลงทุนจะยังไม่สร้างรายได้เต็มศักยภาพในระยะสั้น แต่คาดว่าจะสนับสนุนการเติบโตของรายได้ในระยะกลางเมื่ออัตราการใช้สินทรัพย์ใหม่ทยอยปรับตัวสูงขึ้น
แรงหนุนครึ่งปีหลังเพียงพอต่อประมาณการทั้งปี
ภายใต้คาดการณ์ของเรา กำไรหลักในช่วงครึ่งปีแรกคิดเป็น 45% ของประมาณการทั้งปีและเพื่อให้ผลประกอบการปี 2569E เป็นไปตามที่เราคาดบริษัทต้องมีกำไรหลักในช่วงครึ่งปีหลังเติบโต 4.8% y-y หรือ 3.3 % y-y ใน 3Q69 และ 6.3% ใน 4Q69 โดยเราเชื่อว่าเป้าหมายดังกล่าวมีความเป็นไปได้จากแรงหนุนของปัจจัยฤดูกาลโดยเฉพาะ 3Q69 เข้าหน้าฝน และ 4Q69 เข้าหน้าหนาว ซึ่งเพิ่มความต้องการบริการทางการแพทย์จากโรคตามฤดูกาล
คงคำแนะนำ “ซื้อ” มูลค่าพื้นฐานที่ 24.00 บาทต่อหุ้น
เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” มูลค่าพื้นฐานที่ 24.00 บาทต่อหุ้น โดยมีปัจจัยหนุนจาก ผลประกอบการที่คาดจะทยอยฟื้นจากแรงหนุนของปัจจัยฤดูกาลในครึ่งปีหลัง และการทยอยเพิ่มขึ้นจากอัตราการใช้ประโยชน์จากสินทรัพย์ใหม่ซึ่งจะช่วยลดแรงกดดันจากค่าเสื่อมราคา อย่างไรก็ตาม ยังมีความเสี่ยงจากภาวะการแข่งขันที่สูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลต่อการขยายตัวของรายได้ และอัตรากำไร







