ทิศทางตลาดหุ้นวันนี้ ( รักพงศ์ ไชยศุภรากุล เลขทะเบียนฯ: 19838)

ฟื้นตัวได้บ้าง… แต่น่าจะยังผันผวน

เมื่อวานนี้ ตลาดหุ้นไทยปรับลงแรงกว่าที่เราประเมิน… ดัชนีฯ ปิดลบ 0.82% รับแรงกดดันจาก i) แรงขาย ‘sell on fact’ ในหุ้นกลุ่มธนาคารฯ หลังสิ้นสุดช่วงรายงานผลประกอบการไตรมาส 2/2569 โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหุ้นที่งบฯ อ่อนแอกว่าคาดอย่าง BBL* (-6.50%) และ SCB* (-2.58%) ii) สถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลางรุนแรงขึ้น ดันราคาน้ำมันพุ่งต่อและกระตุ้นให้ความกังวลเงินเฟ้อกลับมาอีกครั้ง ส่งผลลบต่อหุ้นที่อ่อนไหวต่อทิศทางดอกเบี้ย

ฝ่ายวิจัยฯ ประเมิน SET Index วันพฤหัสฯ รีบาวด์ได้บ้าง แต่จะยังผันผวน… ปัจจัยการลงทุนในวันนี้ ได้แก่ i) ตลาดหุ้นสหรัฐฯ แกว่งกรอบแคบ เพราะนักลงทุนติดตามข่าวระหว่างสหรัฐฯ – อิหร่าน รวมทั้งประเด็นเศรษฐกิจในสัปดาห์หน้า ได้แก่ ผลประชุม ธ.กลางสหรัฐฯ (เฟด) 28-29 ก.ค. โดยเช้านี้ สัญญาเฟดฟันด์ฟิวเจอร์กลับมาให้น้ำหนักเฟดจะขึ้นดอกเบี้ย 2 ครั้งในช่วงที่เหลือของปี 2569 (ก.ย. และ ธ.ค.) ii) ราคาน้ำมันดิบเช้านี้ ขึ้นสูงสุดรอบ 6 สัปดาห์ น่าจะหนุนแรงเก็งกำไรหุ้นพลังงานและปิโตรเคมี

ด้านปัจจัยภายในประเทศ… ก.พาณิชย์กำลังเจรจาในโค้งสุดท้ายกับสหรัฐฯ เพื่อสรุปภาษีที่สหรัฐฯ จะเก็บไทย เริ่มในวันที่ 25 ก.ค. หลังจากภาษี global tariffs ตามอำนาจของ ปธน. ทรัมป์ จะสิ้นสุดลงในวันที่ 24 ก.ค. เบื้องต้น ฝ่ายวิจัยฯ มองว่าอัตราภาษีใหม่จะอยู่ที่ 12.5% และน่าจะต่ำกว่านั้นสำหรับสินค้าที่เป็น product champion ของไทย และผลกระทบต่อภาคส่งออกและ GDP น่าจะมีจำกัด

หุ้นเด่นวันนี้ ตามปัจจัยพื้นฐาน ( สุโชติ ถิรวรรณรัตน์ เลขทะเบียนฯ: 28668)

เก็งกำไร STA*, AMATA*, PTTGC

  • STA* (เป้า Consensus 21.9 บาท) 1) ประเมินราคาหุ้นแกว่งตัว Sideway up ผ่านแนวต้าน มีโอกาสทดสอบจุดสูงเดิม / ทำจุดสูงใหม่ ประเมินแนวรับ 19.0 บาท / แนวต้าน 19.8 – 20.0 บาท กรณี Break ผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ประเมินแนวต้านถัดไป +/-20.5 บาท (Stop loss 18.4 บาท) 2) ประเมิน Sentiment บวกจากราคาน้ำมันดิบที่พุ่งขึ้น + ภาวะ El Niño เราประเมินราคายางพารามีโอกาสปรับตัวขึ้นตามทิศทางราคาน้ำมันดิบ (ปรับตัวตามราคายางสังเคราะห์ที่เป็นสินค้าทดแทนกัน) รวมถึงภาวะ El Niño ที่มีโอกาสเกิดขึ้นใน 2H69 จะส่งผลต่ออุปทานยางพารา 3) Valuation ยังมี Upside Forward PE 12.8 เท่า (ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี ที่ +/-14 เท่า) PBV 0.61 เท่า ขณะที่ Consensus คาดปีนี้จะ Turnaround เป็นกำไร >2 พันล้านบาท
  • AMATA* (เป้าพื้นฐาน 33 บาท) 1) ประเมินราคาหุ้น Break กรอบ Sideway ทำจุดสูงใหม่ ประเมินแนวรับ 28.5 บาท / แนวต้าน 30 – 31 บาท กรณี Break ผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ประเมินแนวต้านถัดไป +/- 32 บาท (Stop loss 27.5 บาท) 2) ประเมินแนวโน้มกำไร 2Q69 โตเด่น YoY และ Sentiment บวกจาก FDI ยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เบื้องต้นประเมินกำไร 2Q69 = 1.17 พันล้านบาท (โตเด่น YoY ปีก่อนกำไร 140 ล้านบาท) ขณะที่เราประเมิน Sentiment บวกจาก i) ยอดขอ BOI ที่สูงเป็นประวัติการณ์ รวมทั้งโครงการ Thailand FastPass ii) การลงทุน Data center ที่กำลังจะเร่งตัวขึ้น iii) การลงทุน FDI จากจีนหลังรัฐบาลจีน-ไทย เซ็น MOU ร่วมมือด้านเศรษฐกิ 3) Valuation ยังมี Upside Forward PE +/-8 เท่า (ใกล้เคียง -1 SD) และคาด Dividend yield +/-4%
  • PTTGC* (เป้าพื้นฐาน 41.5 บาท) 1) ประเมินแนวโน้มราคา Rounding bottom มีโอกาสทดสอบจุดสูงเดิม / ทำจุดสูงใหม่ ประเมินแนวรับ 39.75 บาท / แนวต้าน 41 – 42 บาท กรณีฟื้นตัวผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ประเมินแนวต้านถัดไป +/- 44 บาท (Stop loss 38 บาท ​2) ประเมินกำไร 2Q โตเด่น และ Spread ปิโตรเคมีเริ่มฟื้น ฝ่ายวิจัยฯคาดกำไร 2Q69 = 1 หมื่นล้านบาท (Turnaround YoY, +209% QoQ) ขณะที่เราประเมิน Spread ปิโตรเคมีจะเริ่มฟื้นตัว หลังสงครามตะวันออกกลางเริ่มปะทุขึ้นอีกครั้ง ทำให้อุปทานน้ำมันและปิโตรเคมีในภูมิภาคมีโอกาสที่จะตึงตัวอีกครั้ง คาดจะเป็นบวกต่อ PTTGC* ที่ใช้ก๊าซในการผลิตปิโตรเคมี ​3) Valuation ยังมี Upside ฝ่ายวิจัยฯปรับราคาเป้าหมายขึ้นมาตามคาด PBV ยังต่ำเพียง 0.62 เท่า

หุ้นมีข่าว

​(+) SNC EPG* อานิสงส์ยุโรปร้อนจัดมาก ดันแอร์ไทยพุ่งทุบสถิติ (เดลินิวส์) นายฉันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า การส่งออกเครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบของไทยไปยังทวีปยุโรปในเดือนพ.ค.69 มีมูลค่าสูงถึง 148.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวเพิ่มขึ้นถึง 40.7% ซึ่งทำสถิติสูงสุดในรอบ 7 เดือน ส่งผลให้ยอดรวม 5 เดือน (ม.ค.-พ.ค.) ขยายตัว 18.9% โดยสินค้ากลุ่มปั๊มความร้อนและส่วนประกอบเครื่องปรับอากาศเป็นกลุ่มที่เติบโตโดดเด่นที่สุด

​(+) SCGD เร่งรวมศูนย์ในไทยลดต้นทุน 20% จับมือพันธมิตรจีนลุยตั้งโรงงานสุขภัณฑ์อัจฉริยะ (ข่าวหุ้น) SCGD ชูฐานะการเงินแกร่ง! บอร์ดไฟเขียวจ่ายปันผล 0.155 บาท/หุ้น ขึ้น XD 4 ส.ค.นี้ ล่าสุดจับมือพันธมิตรจีน จัดตั้งโรงงานผลิต ประกอบสุขภัณฑ์อัจฉริยะ เล็งเดินเครื่องผลิต เมย.70 เดินหน้าโครงการรวมศูนย์การผลิตในไทย เหลือ 2 โรงงาน หวังลดต้นทุนการผลิตต่อหน่วยได้ประมาณ 16-20% เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน คาดแล้วเสร็จในไตรมาส 3/70 พร้อมขยายกำลังการผลิตหนุน PRIME เวียดนามเป็นฐานส่งออก แล้วเสร็จไตรมาส 2/70

​(+) BTG ส่งโมเดลครัวเดลิเวอรี จับเทรนด์ผู้บริโภคยุคดิจิทัล (ข่าวหุ้น) “Betagro Ventures” ในเครือเบทาโกร จับเทรนด์วิถีบริโภคคนเมือง เปิดตัวธุรกิจใหม่ “Dishdash” ส่งบริการ Kitchen as a Service หรือครัวเดลิเวอรีมาตรฐาน พร้อมทีมบุคลากรครัวมืออาชีพ และระบบปฏิบัติการร้านครบวงจร ช่วยปลดล็อก SME เติบโตวิถีอาหารออนไลน์ ประเดิมสาขาแรกย่านเย็นอากาศ เขตสาทร-ยานนาวา

​(+) BAM* ซื้อหนี้ทะลุ 1 หมื่นล้าน เล็งปิดดีลซื้อหนี้เพิ่มรวม 5 พันล้าน ปั้นยิลด์ 15% (ข่าวหุ้น) บมจ.บริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ (BAM*) ยอดซื้อหนี้ครึ่งแรกปี 69 ทะลุ 10,000 ล้านบาท แย้มครึ่งปีหลังจ่อปิดดีลซื้อหนี้เพิ่มอีก 3 รายใหญ่ มูลค่ารวม 5,000 ล้านบาท หนุนผลประกอบการเติบโตแข็งแกร่ง ตั้งเป้าผลตอบแทน (Yield) ปีนี้กว่า 15% ชูโมเดล “Cost Plus ปิดหนี้ไว” ช่วยลูกหนี้ฟื้นตัวเร็ว

​หุ้นที่เคยแนะนำก่อนหน้า

  • ​หุ้นที่แนะนำ “Let profit run” โดยกำหนดจุดล็อคกำไร Trailing stop: STECON* (Trailing stop 17.8 บาท) BGRIM* (Trailing stop 18.6 บาท) KBANK* (Trailing stop 230 บาท) KTB* (Trailing stop 40.75 บาท) ADVICE (Trailing stop 6.9 บาท) BBGI (Trailing stop 4.9 บาท)
  • ​BCH* (เป้าพื้นฐาน 11 บาท) แนวรับ 10.3 บาท / แนวต้าน 10.8 – 11.1 บาท (Stop loss 10.3 บาท)
  • ​PTTEP* (เป้าพื้นฐาน 145 บาท) แนวรับ 147 บาท / แนวต้าน 149.5 – 152.5 บาท (Stop loss 145.5 บาท)
  • ​MOSHI* (เป้าพื้นฐาน 44 บาท) แนวรับ 38.5 บาท / แนวต้าน 40 – 41 บาท (Stop loss 37.5 บาท)
  • ​KGEN (เป้า IAA Consensus 2.9 บาท) แนวรับ 1.85 บาท / แนวต้าน 1.93 – 2.04 บาท (Stop loss 1.77 บาท)
  • ​MTC* (เป้าพื้นฐาน 34.5 บาท) แนวรับ 33.5 บาท / แนวต้าน 35.5 – 37.0 บาท (Stop loss 33 บาท)
  • ​GULF* (เป้าพื้นฐาน 70 บาท) แนวรับ 66 บาท / แนวต้าน 68.5 – 72 บาท (Stop loss 64.25 บาท)
  • ​DITTO (เป้าพื้นฐาน 26 บาท) แนวรับ 15.8 บาท / แนวต้าน 16.9 – 17.0 บาท Stop loss 15.1 บาท)
  • ​CK* (เป้าพื้นฐาน 23 บาท) แนวรับ 18.5 บาท / แนวต้าน 19.2 – 19.6 บาท (Stop loss 18.2 บาท)

Report ตามปัจจัยพื้นฐานวันนี้

  • ERW* แนะนำ “ซื้อ” เป้าพื้นฐาน 3.8 บาท* ฝ่ายวิจัยฯ คาดกำไร 2Q69 = 68 ล้านบาท (+10% YoY -81% QoQ) โดยกำไรที่คาดจะชะลอลง QoQ เป็นผลจากปัจจัยฤดูกาล กำไรที่คาดจะโต YoY จากการฟื้นตัวของการท่องเที่ยว RevPAR ที่โต YoY ฝ่ายวิจัยฯคาดแนวโน้มผลการดำเนินงาน 2H69 จะดีขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะ 4Q69 ที่จะมีงาน Event ขนาดใหญ่จำนวนมากในไทย ปรับไปใช้เป้าปีหน้าที่ 3.8 บาท (เดิม 3.4 บาท)
  • CENTEL แนะนำ “ซื้อ” เป้าพื้นฐาน 44 บาท* ฝ่ายวิจัยฯ คาดกำไร 2Q69 = 120 ล้านบาท (+15% YoY -89% QoQ) ฝ่ายวิจัยฯปรับประมาณการฯขึ้น จาก RevPAR ที่แข็งแกร่งกว่าคาด ทำให้แนวโน้มผลการดำเนินงาน 2H69 จะดีต่อเนื่อง ปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 44 บาท (เดิม 38 บาท) ยังคงแนะนำ “ซื้อ”
  • GPSC แนะนำ “ซื้อ” เป้าพื้นฐาน 60 บาท* ฝ่ายวิจัยฯ คาดกำไร 2Q69 = 1.8 พันล้านบาท (+19% QoQ +3% YoY) โดยผลการดำเนินงานของ GHECO-One ที่ดีกว่าคาด ฝ่ายวิจัยฯปรับประมาณการฯขึ้น และประเมินแผน PDP ใหม่จะเป็น Catalyst บวกที่เป็น Upside ปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 60 บาท (เดิม 45 บาท ยังคงแนะนำ “ซื้อ”)
  • SIRI* แนะนำ “ซื้อ” เป้าพื้นฐาน 1.75 บาท* ฝ่ายวิจัยฯ คาดกำไร 2Q69 = 1 พันล้านบาท (-16% YoY +18% QoQ) คาดแนวโน้มผลการดำเนินงานจะโต HoH จากการโอนโครงการคอนโดใหม่ 6 แห่ง ปรับไปใช้เป้าหมายปีหน้าที่ 1.75 บาท (เดิม 1.64 บาท) ยังคงแนะนำ “ซื้อ”
  • MAGURO แนะนำ “ซื้อ” เป้าพื้นฐาน 25 บาท ฝ่ายวิจัยฯ คาดกำไร 2Q69 = 37 บาท (+14% YoY +7% QoQ) คาดกำไรผ่านจุดต่ำสุดใน 1Q69 แล้ว ฝ่ายวิจัยฯปรับไปใช้เป้าหมายปีหน้าที่ 25 บาท (เดิม 21 บาท) ยังคงแนะนำ “ซื้อ”
  • COM7* แนะนำ “ถือ” เป้าพื้นฐาน 28 บาท* ฝ่ายวิจัยฯ คาดกำไร 2Q69 = 1.3 พันล้านบาท (+25% YoY +2% QoQ) ประเมินผลของอุปทานสินค้าไอทีที่ขาดแคลนจะไม่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจค้าปลีกไอทีของ COM7* สำหรับดีลพันธมิตรกับ PLANB* ยังต้องติดตาม ฝ่ายวิจัยฯกังวลต่อต้นทุนรายจ่ายที่อาจเพิ่มขึ้นระยะสั้นในช่วงเริ่มต้นโครงการลงทุนร่วมกัน ยังคงราคาเป้าหมาย 28 บาท และคำแนะนำ “ถือ”
  • PLANB แนะนำ “ถือ” เป้าพื้นฐาน 5.7 บาท* ฝ่ายวิจัยฯ คาดกำไร 2Q69 = 290 ล้านบาท (+7% YOY +40% QoQ) และคาดแนวโน้มกำไรจะดีขึ้นต่อเนื่องใน 2H69 อย่างไรก็ดีฝ่ายวิจัยฯปรับลดประมาณการฯปีนี้ลงเล็กน้อย -1% (สะท้อนสมมติฐานดีล COM7*) แต่ปรับประมาณการฯ ปีหน้าขึ้น +9% ปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 5.7 บาท (เดิม 4.7 บาท) ยังคงแนะนำเพียง “ถือ”

หมายเหตุ: 1. *บริษัทอาจเป็นผู้ออกใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์บนหลักทรัพย์นี้ / 2. เป้าพื้นฐาน หมายถึง ราคาเป้าหมายเชิงพื้นฐาน (Forecasted 12M Target price) ที่อ้างอิงจากบทวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานฉบับล่าสุดของฝ่ายวิจัยฯ / 3. เป้า Consensus หมายถึง ค่าเฉลี่ยของราคาเป้าหมายเชิงพื้นฐานที่จัดทำโดย Bloomberg consensus หรือ IAA Consensus

- Advertisement -