เก่งหลังเกมส์
SET Index เพิ่มขึ้น 3.36 จุด (+0.20%) ปิดที่ 1,644 จุด มูลค่าการซื้อขาย 8.9 หมื่นล้านบาท (หุ้นปรับขึ้น 191 หลักทรัพย์, ปรับลง 237 หลักทรัพย์) ระหว่างวันดัชนีเคลื่อนไหวผันผวนจากหลายปัจจัยลบกดดัน อาทิ 1) น้ำมันดิบ Brent พุ่งแตะ 100$/bbl, 2) US Bond yield 10 เร่งแตะระดับ 4.7% สูงสุดในรอบ 1 ปี 7 เดือน และ 3) สหรัฐเรียกเก็บภาษี 12.5% กับ 60 ประเทศรวมถึงประเทศไทย โดยวันนี้มีหุ้นที่ปรับขึ้นหนุนดัชนี คือ กลุ่ม ธนาคาร (KBANK, KTB, BBL), กลุ่มสื่อสาร (ADVANC, TRUE) และ กลุ่มท่องเที่ยว (AOT, BA, ERW), ส่วน Sector ที่ปรับลงกดดัชนี คือ กลุ่มปิโตรฯ (PTTGC, IVL, SCC), กลุ่มนิคมฯ (WHA, AMATA, ROJNA) และ กลุ่มอิเล็กฯ (HANA, DELTA)
หุ้นที่เคลื่อนไหวเด่นคือ
KTB (+3.57%), KBANK (+2.56%), BBL (+2.14%), TTB (+4.14%)
มีจิตวิทยาบวกจาก 1) US Bond yield เร่งแตะระดับ 4.7% สูงสุดในรอบ 1 ปี 7 เดือน หนุน FED ขึ้นดอกเบี้ยสะท้อนดอกเบี้ยขาลงใกล้จบ, 2) สศค. ปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP ของไทยปีนี้เป็น 2.5% จากเดิม 1.6%, 3) Fund flow สลับเคลื่อนย้ายจากอินโดฯ เข้าไทยโดยเฉพาะกลุ่มแบงก์ที่ผลกำไรและฐานะการเงินดูแข็งแกร่งกว่าแบงก์ในอินโดฯ และ 4)ยังเป็นหุ้นหลักที่จะได้ผลบวกจากธีม Investment Cycle
SPRC (+6.60%)
เช้านี้นักวิเคราะห์ของเราออกบทวิเคราะห์แนะนำซื้อพร้อมปรับเพิ่มราคาเป้าหมายเป็น 11.50 บาท จากเดิม 8.30 บาท จากการปรับเพิ่มคาดการณ์กำไรสุทธิในปีนี้และปีหน้าขึ้น 303% และ 104% สะท้อนแนวโน้มกำไรที่แข็งแกร่งใน 2Q26F และธุรกิจโรงกลั่นที่อยู่ใน Cycle ขาขึ้นในอีก 1-2 ปีข้างหน้า เบื้องต้นคาด SPRC จะมีพลิกมีกำไรสุทธิใน 2Q26F ที่ 6.4 พันล้านบาท เทียบกับ 2Q25 ขาดทุนสุทธิ 812 ล้านบาท
AOT (+3.67%)
ตลาดเริ่มมองผลบวกจากค่าเงินหยวนแข็งค่าเมื่อเทียบบาทจาก 4.5 บาทต่อหยวนในช่วงต้นปีขึ้นเป็น 5 บาทต่อหยวนในปัจจุบันจูงใจกลุ่มนักท่องเที่ยวจีนหันกลับมาเที่ยวและใช้จ่ายในเมืองไทยมากขึ้น (สินค้าและบริการในไทยถูกลงในสายตาคนจีน) ผสานบ่ายนี้มีสัญญาณบวกกับสถานการณ์ในตะวันออกกลางโดยเฉพาะการเดินเรือในทะเลแดงและช่องแคบบับเอลมันเดบ ล่าสุด Bloomberg รายงานกองเรือยังวิ่งผ่านพื้นที่ดังกล่าวได้ปกติเพียงแต่ต้องปิดสัญญาณติดตาม (AIS) เพื่อหลีกเลี่ยงการโจมตีเป็นจิตวิทยาบวกกับกลุ่มท่องเที่ยว
WHA (-5.56%), AMATA (-2.59%)
นักวิเคราะห์ทยอย preview งบ 2Q26F โทนเป็นลบคาดมีกำไรสุทธิหดตัวทั้ง q-q และ y-y จากมาร์จิ้นที่ลดลง เนื่องจากรายได้ที่รับรู้ในไตรมาสนี้ส่วนใหญ่มาจากนิคม WHAIER ซึ่งมาร์จิ้นต่ำมาก ส่วนยอดขายที่ดินทำได้ค่อนข้างต่ำเพียง 200 ไร่ เทียบกับ 1Q26 ที่ 900 ไร่ ดึง Sentiment รวมของกลุ่มเป็นลบ









