กังวลน้ำมัน และ กดดันด้วย Tariff // ​1,620–1,645

คาด SET Index Sideways Down : รับแรงกดดันจากการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันดิบ และ การบังคับใช้กำแพงภาษีใหม่ซึ่งไทยโดนตั้งกำแพงภาษีถึง 12.5%

​กลยุทธ์การลงทุน

1) เก็งผลประกอบการ 2Q69: AMATA, CPALL, DELTA, HANA, ITC, KCE, MRDIYT, OSP, QH, TIDLOR

2) ราคาน้ำมันดิบเร่งตัว : PTTEP, NER, STA

3) ปันผล : SIRI, SPALI, ICHI, TFM, TFG, KTB, KKP, KBANK

4) มาตรการ/โครงการรัฐ: CENTEL, CPAXT, CRC, DOHOME, ERW, GLOBAL, HMPRO

  • น้ำมันพุ่งไม่หยุด ฉุดตลาด : ราคาน้ำมันดิบ WTI ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 92.25 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับเดียวกันในเดือน พ.ค. 69 ซึ่งยังอยู่ในช่วงที่สงครามในตะวันออกกลางยังรุนแรง ความคืบหน้าล่าสุด กลุ่มฮูตีกล่าวว่าพวกเขาโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย ท้าทายต่อคำขู่ของทรัมป์ที่ขู่ว่าสหรัฐฯพร้อมโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน และ สะพาน ของอิหร่านทันทีที่มีการโจมตีเรือในช่องแคบ Hormuz สร้างความกังวลให้ตลาดว่าช่องแคบดังกล่าวจะกลับมาเป็นปกติเมื่อใด ขณะที่ทั่วโลกยังคงต้องพึ่งพาพลังงานที่ขนส่งผ่านช่องแคบดังกล่าว ระยะสั้นมองยังไม่เห็นทางออกในสงครามครั้งนี้ จึงยังเป็นโอกาสเก็งกำไรในหุ้นกลุ่มพลังงานต้นน้ำ แต่แนะนำทำการกำไรในวัน เพื่อหลีกเลี่ยงความไม่แน่นอนที่อาจเข้ามาในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์
  • สหรัฐฯไทยเจอค่าแพงภาษีใหม่ที่ 12.50% : ทรัมป์เผยเตรียมตั้งกำแพงภาษีใหม่ แทน Global Tariff เดิมซึ่งอยู่ที่ 10% อันได้หมดอายุลงในเที่ยงคืนวันที่ 23 ก.ค.69 โดยกำแพงภาษีในมาตราใหม่ที่จะเข้ามาแทนคือ 301 ซึ่งมีช่วงเก็บภาษีที่ 10-12.50 ขึ้นอยู่กับการจัดการในประเด็น Forced Labor หรือ การใช้แรงงานผิดกฎหมาย ซึ่งจะบังคับใช้กับ 60 ประเทศแรกที่เกินดุลกับสหรัฐ โดยมีไทยรวมอยู่ในนั้น และจะถูกตั้งกำแพงภาษีที่ 12.50% ซึ่งเป็นตัวเลขที่ได้พิจารณาผ่านการชี้แจงและทำการจากทางการไทยแล้ว ภาพมาตรการเชิงภาษีดังกล่าว มองค่อนข้างเป็นลบกับไทยโดยเฉพาะภาคการส่งออก ซึ่งไทยส่งออกสินค้าไปยังสหรัฐมากถึง 19%ในปี 68 และเป็นตลาดส่งออกอันดับ 1 อย่างไรก็ดียังมีการยกเว้นสินค้าบางจำพวก เช่น ชิป/เซมิคอนดักเตอร์ เหล็ก และชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ จึงคาดยังผลกระทบต่อหุ้นที่เกี่ยวข้องกับสินค้าดังกล่าวจำกัด ขณะที่ตลาดรอจับตาตัวเลขส่งออก-นำเข้าไทย มองหุ้นที่ยังส่งออกได้ดี และ คาดงบ 2Q69 ออกมาดี เช่น กลุ่มอาหารสัตว์ อย่างหุ้น ITC ซึ่งคาดจะเห็นผลประกอบการออกมาขยายตัว 17.6%y-y
  • ปัจจัยอื่นที่น่าติดตามในสัปดาห์หน้า : **TH-**ตลาดมีวันทำการเพียง 3 วัน, US- การประชุม FED , JP- การประชุม BOJ

+ ปัจจัยเพิ่มเติม –

(+) ยอดจดทะเบียนรถยนต์ใหม่ในยุโรปเพิ่มขึ้น 13.1%y-y ในเดือน มิ.ย. สะท้อนการฟื้นตัวของตลาดที่ยังคงดำเนินต่อไปโดยมีความต้องการรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV) เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ แม้เศรษฐกิจยังเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์

(+) ค่าเงินบาทเช้านี้อ่อนค่าแตะระดับ 33.88 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าสุดในรอบ 15 เดือน ท่ามกลางการเร่งตัวขึ้นของ Dollar Index แตะระดับ 101.4 จุด มองเป็นบวกต่อหุ้นที่มีสัดส่วนส่งออกสูง

(+) JPMorganปรับเพิ่มมุมมองต่อตลาดหุ้นไทยเป็น Neutral จากเดิมที่มีมุมมองระมัดระวังมากกว่าโดยประเมินว่าหุ้นไทยมีแนวโน้มให้ผลตอบแทนเหนือกว่าหลายตลาดในอาเซียน

(-) สค.เผย ดัชนีค่าบริการขนส่งสินค้าทางถนน ไตรมาสที่ 2 ปรับตัวสูงขึ้น ติดต่อกัน 2 ไตรมาส จากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น

Picks of the day

​KKP (BUY)

  • เป้าหมาย: 122.50 / 125.00 ​แนวรับ: 111.00 / 115.00
  • ​กำไร 2Q69 และปี 69 โดดเด่น: KKP มีกำไร 2Q69 มีกำไร 2.1 พันลบ. เพิ่มขึ้นถึง 50.6% y-y จากรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นมาก โดยเฉพาะรายได้ค่าธรรมเนียมที่เพิ่มขึ้นจากธุรกิจตลาดทุน และรายได้เงินปันผลที่เพิ่มขึ้น เป็นธนาคารที่มีกำไรเพิ่มขี้นมากที่สุด y-y และเราคาดว่า KKP จะมีกำไรปี 69 7.5 พันลบ. เพิ่มขึ้นถึง 50.5% y-y เป็นธนาคารที่มีกำไรปี 69 เติบโตสูงที่สุดเช่นกัน
  • ธุรกิจตลาดทุนยังโดดเด่น: มูลค่าการซื้อขายใน ตลท. ใน 3Q69 ยังเติบโตสูง โดยเพิ่มขึ้นถึง 27.9% q-q จาก 66 พันลบ./วัน เป็น 85 พันลบ./วัน ซึ่งจะช่วยให้รายได้ค่าธรรมเนียมของ KKP เพิ่มขึ้นได้ต่อใน 3Q69

ITC (BUY)

  • เป้าหมาย: 17.60 / 18.00 ​แนวรับ: 16.50 / 16.90
  • ​คาดกำไร 2Q69 เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง y-y : คาดยอดขายของ ITC ในรูปสกุลเงินดอลลาร์ยังคงเติบโตในระดับ Low Double Digit เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า จากผลบวกของการเติบโตของยอดขายในตลาดสหรัฐฯ และยุโรปที่ยังแข็งแกร่ง และคาดกำไรสุทธิอยู่ที่ 818 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +17.6% y-y จากแนวโน้มอัตรากำไรที่ยังคงทำได้ดี และมีสัดส่วนสินค้ากลุ่ม Pet Treats ที่มี Margin สูงเพิ่มขึ้น
  • ได้รับ sentiment บวกจากแนวโน้มค่าเงินบาทและตัวเลขการส่งออก: จากแนวโน้มค่าเงินบาทที่อ่อนค่าส่งผลบวกต่อ ITC ที่มียอดขายในรูปของเงินดอลล่าร์ อีกทั้งคาดการณ์ตัวเลขการส่งออกอาหารสัตว์เติบโตอย่างต่อเนื่องเป็น Sentiment บวก
- Advertisement -