ทิทิศทางตลาดหุ้นวันนี้ ( รักพงศ์ ไชยศุภรากุล เลขทะเบียนฯ: 19838 )

​ปรับตัวลง… กังวลเงินเฟ้อ + บอนด์ยิลด์พุ่ง กดดันสินทรัพย์เสี่ยง

เมื่อวานนี้ ตลาดหุ้นไทยแกว่งกรอบแคบ (ตามคาด)… ดัชนีฯ ปิดบวก 0.10% โดยปัจจัยที่มีผลต่อตลาดได้แก่ i) ฟันด์โฟลว์ยังคงหนุนหุ้นไทยให้ยืนระยะ ฝ่าปัจจัยลบจากต่างประเทศได้ (สงครามรุนแรงขึ้น ราคาน้ำมันพุ่งแรง ฯลฯ) ii) แรงเก็งกำไรหุ้น DELTA* (+1.97%) ช่วยประคองดัชนีฯ โดย DELTA* หนุนดัชนีฯ +5.94 จุด… ขณะที่หุ้นเชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวถูกกดดันจากความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่สูงขึ้น

ฝ่ายวิจัยฯ ประเมิน SET Index วันศุกร์ ปรับตัวลง… ปัจจัยการลงทุนในวันนี้ ได้แก่ i) ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับลดลงค่อนข้างแรง ทั้งจากความกังวลต่องบลงทุนมหาศาลที่บริษัท AI ต่างๆ แถลงออกมา รวมทั้งความกังวลต่อเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น หลังจากราคาน้ำมันดิบ WTI +6.93% ตามประเด็น supply disruption ในตะวันออกกลางที่รุนแรงขึ้นเป็นลำดับ ทั้งนี้บอนด์ยิลด์ 10 ปีของสหรัฐฯ ขึ้นทะลุ 4.70% แล้ว ii)… เช้านี้สัญญาเฟดฟันด์ฟิวเจอร์ให้น้ำหนักถึง 81% ว่า ธ.กลางสหรัฐฯ จะขึ้นดอกเบี้ยในเดือน ก.ย. 2569

ด้านปัจจัยภายในประเทศ… วันนี้ ก.พาณิชย์ มีกำหนดรายงานยอดส่งออก-นำเข้า เดือน มิ.ย. ซึ่ง consensus คาดว่ามูลค่าส่งออก +15.2% YoY ขณะที่สหรัฐฯ เตรียมเก็บภาษีสินค้าของไทย 12.5% ในวันที่ 25 ก.ค. เป็นต้นไป (เป็นภาษีที่มาแทน Trump’s global tariffs ที่จะสิ้นสุดในวันนี้) ทางเรามองว่าเศรษฐกิจไทยน่าจะได้รับผลน้อยจากภาษี ณ ระดับดังกล่าว ขณะที่สหรัฐฯ ยกเว้นภาษีให้กับสินค้าเกษตร และฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ ซึ่งล้วนเป็นสินค้าส่งออกหลักของไทย

หุ้นเด่นวันนี้ ตามปัจจัยพื้นฐาน ​( สุโชติ ถิรวรรณรัตน์ เลขทะเบียนฯ: 28668 )

เก็งกำไร BEM, STA*, AMATA*

BEM (เป้าพื้นฐาน 7.6 บาท)* 1) ประเมินแนวโน้มราคาพัก Sideway ในกรอบ Sideway up ประเมินแนวรับ 6.6 บาท / แนวต้าน 6.9 – 7.1 บาท กรณี Break ผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ประเมินแนวต้านถัดไป +/- 7.3 บาท (Stop loss 6.35 บาท) 2) ประเมินแนวโน้มกำไร 2Q69 โต และ Catalyst บวกจากนโยบายรัฐฯ ฝ่ายวิจัยฯประเมินกำไร 2Q69 = 1 พันล้านบาท โต +15% QoQ โดยคาดปันผลและส่วนแบ่งกำไรจาก บ.ลูก (TTW CKP*) หนุนกำไรในช่วง 2Q-3Q ขณะที่ประเมิน Catalyst บวกจากนโยบายรัฐฯ ทั้ง i) ระบบตั๋วร่วม ที่จะเริ่มใช้ปีหน้า (คาดจำนวนผู้โดยสารในระบบรถไฟฟ้าจะเพิ่มขึ้น) ii) โครงการทางด่วน Double deck ที่คาดว่าจะประกาศภายในปีนี้ … เป็น Upside ที่คาดยังไม่ได้รวมในประมาณการฯ

STA* (เป้า Consensus 21.9 บาท)* 1) ประเมินราคาหุ้นแกว่งตัว Sideway up ผ่านแนวต้าน มีโอกาสทดสอบจุดสูงสุดเดิม / ทำจุดสูงใหม่ ประเมินแนวรับ 19.1 บาท / แนวต้าน 19.8 – 20.0 บาท กรณี Break ผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ประเมินแนวต้านถัดไป +/-20.5 บาท (Stop loss 18.4 บาท) 2) ประเมิน Sentiment บวกจากราคาน้ำมันดิบที่พุ่งขึ้น + ภาวะ El Niño เราประเมินราคายางพารามีโอกาสปรับตัวขึ้นตามทิศทางราคาน้ำมันดิบ (ปรับตัวตามราคายางสังเคราะห์ที่เป็นสินค้าทดแทนกัน) รวมถึงภาวะ El Niño ที่มีโอกาสเกิดขึ้นใน 2H69 จะส่งผลต่ออุปทานยางพารา 3) Valuation ยังมี Upside Forward PE 12.8 เท่า (ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี ที่ +/-14 เท่า) PBV 0.61 เท่า ขณะที่ Consensus คาดปีนี้จะ Turnaround เป็นกำไร >2 พันล้านบาท

AMATA* (เป้าพื้นฐาน 33 บาท)* 1) ประเมินราคาหุ้น Break กรอบ Sideway ทำจุดสูงใหม่ ประเมินแนวรับ 28.5 บาท / แนวต้าน 30 – 31 บาท กรณี Break ผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ประเมินแนวต้านถัดไป +/- 32 บาท (Stop loss 27.5 บาท) 2) ประเมินแนวโน้มกำไร 2Q69 โดดเด่น YoY และ Sentiment บวกจาก FDI ยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เบื้องต้นประเมินกำไร 2Q69 = 1.17 พันล้านบาท (โดดเด่น YoY ปีก่อนกำไร 140 ล้านบาท) ขณะที่เราประเมิน Sentiment บวกจาก i) ยอดขอ BOI ที่สูงเป็นประวัติการณ์ รวมทั้งโครงการ Thailand FastPass ii) การลงทุน Data center ที่กำลังจะเร่งตัวขึ้น iii) การลงทุน FDI จากจีนหลังรัฐบาลจีน-ไทย เซ็น MOU ร่วมมือด้านเศรษฐกิจ 3) Valuation ยังมี Upside Forward PE +/-8 เท่า (ใกล้เคียง -1 SD) และคาด Dividend yield +/-4%

หุ้นมีข่าว

(+) กลุ่มนิคมฯ) BOI โชว์ครึ่งปีลงทุน 1.47 ล้านล. (ไทยโพสต์) บีโอไอเผยยอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนในช่วงครึ่งแรกปี 2569 ขยายตัวต่อเนื่อง มูลค่ากว่า 1.47 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 37% ช่วยสร้างงาน 82,000 ตำแหน่ง ซื้อวัตถุดิบในประเทศ 3.8 แสนล้านบาทต่อปี และสร้างมูลค่าส่งออกกว่า 1.2 ล้านล้านบาทต่อปี

(+) BDMS เปิดตัว Longevity Card บัตรสุขภาพมูลค่า 1 ล้านบาท (ข่าวหุ้น)* “บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก” เปิดตัว “Longevity Card” มูลค่า 1 ล้านบาท ชูศาสตร์ Scientific Wellness ตรวจลึกระดับเซลล์เพื่อออกแบบพิมพ์เขียวสุขภาพเฉพาะบุคคล มุ่งสร้างระบบนิเวศสุขภาพที่เชื่อมโยงไลฟ์สไตล์และความมั่งคั่งที่ยั่งยืนตามวิสัยทัศน์ Wellness Hub

(+) TEAMG คว้างานก่อสร้างรถไฟ สายสีแดงอ่อน มูลค่า 400 ล้าน คาดเปิดบริการปี 72 (ข่าวหุ้น) TEAMG คว้างานควบคุมงานก่อสร้างรถไฟสายสีแดงอ่อนศิริราช-ตลิ่งชัน-ศาลายา และสถานีเพิ่มเติม 3 สถานี มูลค่าราว 400 ล้านบาท คาดเปิดบริการปี 72 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเดินทางเชื่อมโยงระบบขนส่งสาธารณะและรองรับการขยายตัวของเมืองในอนาคต

(+) MAGURO รุกครึ่งหลังเปิด 12 สาขา เล็งปักหมุด ‘พัทยา’ ดันรายได้ปี 69 โตทะลุเป้า 30% (ข่าวหุ้น) MAGURO รุกเปิด 12 สาขาใหม่ในช่วงครึ่งปีหลัง พร้อมเปิดตัวแบรนด์ “อาเกชัง” และอาหารไทย ชูกลยุทธ์ AI บริหารจัดการต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพงาน เล็งขยายฐานสู่ต่างจังหวัด ปักหมุด “พัทยา” เป็นแห่งแรก มั่นใจรายได้ปี 69 เติบโตทะลุ 30% จากแรงหนุนภาคการท่องเที่ยวฟื้นและการขยายสาขาที่เป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนรายได้ตัวใหม่

(+) TACC เตรียมย้ายเทรด SET ดึงมืออาชีพร่วมหนุนเติบโต (ข่าวหุ้น) บอร์ด TACC อนุมัติย้ายหลักทรัพย์จากตลาด mai เข้าซื้อขายใน SET เดินหน้ายื่นเอกสาร และรอการพิจารณาจากตลาดหลักทรัพย์ฯ พร้อมปรับวิธีจำหน่ายหุ้นซื้อคืนและช่วงระยะเวลา หนุนความเชื่อมั่นนักลงทุน ขณะที่แต่งตั้งผู้บริหารใหม่มืออาชีพ “ไตรทิพย์ ศิวะกฤษณกุล” นั่งตำแหน่ง Co-CEO มีผลวันที่ 16 ก.ค.นี้ หวังช่วยเพิ่มศักยภาพผลักดันการเติบโตอย่างยั่งยืน

หุ้นที่เคยแนะนำก่อนหน้า

  • หุ้นที่แนะนำ “Let profit run” โดยกำหนดจุดล็อคกำไร Trailing stop: STECON (Trailing stop 17.8 บาท)* BGRIM* (Trailing stop 18.6 บาท) KBANK* (Trailing stop 230 บาท) KTB* (Trailing stop 40.75 บาท) ADVICE (Trailing stop 6.9 บาท) BBGI (Trailing stop 4.9 บาท)*
  • PTTEP* (เป้าพื้นฐาน 145 บาท)* แนวรับ 149.5 บาท / แนวต้าน 152.5 – 154.5 บาท (Stop loss 146.5 บาท)
  • MOSHI* (เป้าพื้นฐาน 44 บาท)* แนวรับ 38.75 บาท / แนวต้าน 40 – 41.5 บาท (Stop loss 37.5 บาท)
  • KGEN (เป้า IAA Consensus 2.9 บาท) แนวรับ 1.81 บาท / แนวต้าน 1.93 – 2.04 บาท (Stop loss 1.77 บาท)
  • MTC* (เป้าพื้นฐาน 34.5 บาท)* แนวรับ 33 บาท / แนวต้าน 34 – 35.5 บาท (Stop loss 33 บาท)
  • GULF* (เป้าพื้นฐาน 70 บาท)* แนวรับ 65 บาท / แนวต้าน 68.5 – 72 บาท (Stop loss 64.25 บาท)
  • DITTO (เป้าพื้นฐาน 26 บาท) แนวรับ 15.7 บาท / แนวต้าน 16.8 – 17.0 บาท Stop loss 15.1 บาท)
  • CK *(เป้าพื้นฐาน 23 บาท)* แนวรับ 18.2 บาท / แนวต้าน 19.1 – 19.4 บาท (Stop loss 18.2 บาท)
  • PTTGC* (เป้าพื้นฐาน 41.5 บาท)* แนวรับ 40 บาท / แนวต้าน 42 – 44 บาท (Stop loss 38 บาท)

Report ตามปัจจัยพื้นฐานวันนี้

  • KTB* แนะนำ “ซื้อ” เป้าพื้นฐาน 48 บาท* รายงานกำไร 2Q69 = 11.21 หมื่นล้านบาท (-2.5% QoQ +9% YoY) โดยเริ่มเห็นการเติบโตของสินเชื่อใหม่ ขณะที่ NIM ชะลอลงเพียงเล็กน้อย คุณภาพสินทรัพย์ดีขึ้น ฝ่ายวิจัยฯยังคงประมาณการฯ แต่ปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 48 บาท (เดิม 39 บาท) จากการปรับสมมติฐานเป้าหมาย PBV ขึ้นเป็น 1.3 เท่า (เดิม 1.1 เท่า)
  • CRC* แนะนำ “ซื้อ” เป้าพื้นฐาน 23.8 บาท* ฝ่ายวิจัยฯคาดกำไร 2Q69 = 1.4 พันล้านบาท (ทรงตัว YoY -54% QoQ) อย่างไรก็ดีหากพิจารณาเฉพาะกำไรของธุรกิจหลักไม่รวมธุรกิจค้าปลีกที่อิตาลี กำไรจากธุรกิจหลักของ CRC จะเติบโตถึง 43% YoY โดยคาดอัตราการเติบโตของยอดขายสาขาเดิม (SSSG) เริ่มพลิกเป็นบวกได้ในไตรมาสนี้
  • SPRC* แนะนำ “ซื้อ” เป้าพื้นฐาน 11 บาท* ฝ่ายวิจัยฯคาดกำไร 2Q69 = 6.1 พันล้านบาท (Turnaround YoY -18% QoQ) โดยประเมินค่าการกลั่นปรับขึ้นมาก แต่เหตุที่คาดกำไรชะลอลง QoQ เนื่องจากคาดจะมีผลขาดทุนสต๊อกในไตรมาสนี้ ฝ่ายวิจัยฯปรับราคาเป้าหมายไปใช้เป้าปีหน้าที่ 11 บาท (เดิม 8.1 บาท)
  • TOP* แนะนำ “ซื้อ” เป้าพื้นฐาน 70 บาท* ฝ่ายวิจัยฯ คาดกำไร 2Q69 = 8.3 พันล้านบาท (+29% YoY -57% QoQ) กำไรที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น YoY เป็นผลจากค่าการกลั่นที่เพิ่มขึ้น ขณะที่กำไรที่คาดชะลอลง QoQ เป็นผลจากการขาดทุนสต๊อก ฝ่ายวิจัยฯปรับประมาณการฯขึ้น และปรับไปใช้เป้าหมายปีหน้าที่ 70 บาท (เดิม 50.5 บาท) ปรับคำแนะนำขึ้นเป็น “ซื้อ” (เดิม “ถือ”)
  • AAV* แนะนำ “ถือ” เป้าพื้นฐาน 1.1 บาท* ฝ่ายวิจัยฯ คาดจะรายงานผลขาดทุน 2.05 พันล้านบาทใน 2Q69 (ขาดทุนมากขึ้นเทียบ YoY) โดยเป็นผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลาง ยังคงประมาณการฯและคงราคาเป้าหมายไว้ที่ 1.1 บาท
  • OR* แนะนำ “ถือ” เป้าพื้นฐาน 12 บาท* ฝ่ายวิจัยฯ คาดจะรายงานผลขาดทุน 1.1 พันล้านบาทใน 2Q69 (พลิกขาดทุนจากที่กำไรใน 2Q68 และ 1Q69) เนื่องจากค่าการตลาดที่ลดลงมาก + ปริมาณขายน้ำมันที่ลดลงทั้ง YoY QoQ ฝ่ายวิจัยฯปรับลดประมาณการฯลง และปรับไปใช้เป้าปีหน้าที่ 12 บาท (เดิม 12.7 บาท) อย่างไรก็ดีคาดแนวโน้มกำไรจะฟื้นตัวใน 3Q69 จึงยังคงแนะนำ “ถือ”

หมายเหตุ: 1. *บริษัทอาจเป็นผู้ออกใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์บนหลักทรัพย์นี้ / 2. เป้าพื้นฐาน หมายถึง ราคาเป้าหมายเชิงพื้นฐาน (Forecasted 12M Target price) ที่อ้างอิงจากบทวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานฉบับล่าสุดของฝ่ายวิจัยฯ / 3. เป้า Consensus หมายถึง ค่าเฉลี่ยของราคาเป้าหมายเชิงพื้นฐานที่จัดทำโดย Bloomberg consensus หรือ IAA Consensus

 

- Advertisement -