De-escalation คลายความกังวลปัจจัยเสี่ยง Macro
คาด SET วันนี้ “Sideways/Up” ต้าน 1,635/1,645 จุด รับ 1,613/1,608 จุด
สงครามไปในทางผ่อนคลาย ปธน. Trump ประกาศยกเลิกแผนโจมตีใหญ่ หลังอิหร่านขอเจรจาโดยจะยอมเปิดช่องแคบฮอร์มุซทันที (อิหร่านยังปฏิเสธ) กอปรกับ OPEC+ ประกาศเพิ่มกำลังผลิต +1.8 แสนบาร์เรล ถ่วงราคาน้ำมันดิบ Brents เช้านี้ดิ่งสู่ 83-85 เหรียญฯ (prev. 88-90 เหรียญฯ) บวกประเทศ EM Asia นำเข้าน้ำมันดิบสุทธิจากตะวันออกกลาง +ลดความเสี่ยงวงจรดอกเบี้ยสหรัฐฯ US Bond Yield 10 ปี เช้านี้ลง -5 bps ขณะที่หนุนโมเมนตัมลงทุนเดินหน้าต่อเนื่องจากภาพฐานวันนี้ยังน่าจะเห็นภาพบวกผ่านรายงาน PMI ผลิต (ISM) สหรัฐฯ ก.ค. 26 ผสาน ภายในรัฐบาลยังเดินหน้าแผนขับเคลื่อนเต็มกำลังตั้ง 5 คณะกรรมการขับเคลื่อนเป้าหมาย GDP โตปีละ 3% โดยลงทุนสัดส่วน 30% ของ GDP ใน 4ปี (ปัจจุบัน 22-23%) ต่อยอดฐานปัจจุบันที่แข็งแรงขึ้นฝั่ง Semi ในส่วน Photonics และ Data Center TrueIDC เดินเครื่องลงทุนอีก 6.7 หมื่นล้านบาท และรัฐฯเดินหน้าลงทุนรถไฟรางคู่อีกสาย จิระ – อุบลฯ เพิ่ม 4.4 หมื้นล้านบาท (รวมกัน 0.6% ของ GDP)
หุ้นธีมเด่น
1) หุ้นธีมลงทุน ไฟฟ้า GULF, GPSC, GUNKUL, WHAUP นิคม AMATA, WHA รับเหมา STECON, PYLON, INSET สื่อสาร ADVANC, TRUE ธนาคาร KTB, KBANK
2) หุ้น Anti-Commodities ไฟฟ้า การบิน BA, AOT เครื่องดื่ม ICHI ค้าปลีก CPALL, CRC
3) หุ้น De-escalation ท่องเที่ยว MINT, CENTEL เช่าซื้อ MTC, KTC ร.พ. BH, BDMS
KSS Alpha Espresso Picks : GULF GPSC (De-escalation x ลงทุน) MTC (De-escalation)
Key Factors:
(+) War & OPEC+ Meeting: ปธน. Trump ยกเลิกแผนโจมตีใหญ่ หลังอ้างอิหร่านขอเจรจาโดยจะเปิดช่องแคบฮอร์มุซ (อิหร่านยังปฏิเสธ) + ผลประชุม OPEC+ ปรับเพิ่มกำลังผลิต 1.88 แสนบาร์เรล มีผล ก.ย. 26 ถ่วงราคาน้ำมันดิบ Brents เช้านี้ดิ่งสู่ 83-85 เหรียญฯ (prev. 88-90 เหรียญฯ) บวกเศรษฐกิจประเทศเกิดใหม่เอเชีย นำเข้าน้ำมันจากตะวันออกกลาง +ลดความเสี่ยงวงจรดอกเบี้ยสหรัฐฯ US Bond Yield 10 ปี เช้านี้ลง -5 bps หนุนจิตวิทยาลงทุนสินทรัพย์เสี่ยง บวกหุ้นธีม Anti-Commodities x De-escalation
(*/-) Yen: ญี่ปุ่นและสหรัฐฯ ร่วมกันแทรกแซงค่าเงินเยน ส่งผลให้ค่าเยนแข็งค่ารวดเร็วหลุดเส้นค่าเฉลี่ยระยะสั้นและกลางมาโซนฐาน 157 เยนต่อเหรียญฯ หากหลุดโซนนี้ อาจสร้างความเสี่ยงเร่ง Unwind สถานะ Yen Carry Trade ขึ้นต่อสินทรัพย์เสี่ยง
(+) Fund Flows: กระแสเงินทุนวันศุกร์ไหลเข้าทั้งภูมิภาคเอเชีย ยกเว้น ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และเวียดนาม โดยไทยซื้อ +105.2 ล้านเหรียญฯ ซื้อครั้งแรกในรอบ 4 วัน ซื้อสูงสุดใน 8 วันทำการ (ก.ค. 26 ซื้อ 16 ใน 21 วัน) จิตวิทยาบวกหุ้น Large-Big Cap
(+) Investment: รัฐบาลยังเดินหน้าแผนลงทุนตั้ง 5 คณะกรรมการขับเคลื่อนเป้า GDP โตปีละ 3% โดยเพิ่มสัดส่วนการลงทุน 30% ของ GDP ใน 4ปี (ปัจจุบัน 22-23%) ขณะที่แรงขับเคลื่อนอุตสาหกรรมหลักดูบวก ฝั่งอุตสาหกรรมชิ้นส่วนฯอุปกรณ์ Photonics , Data Center TrueIDC ลงทุนอีก 6.7 หมื่นล้านบาท + รัฐฯเตรียมลงทุนรถไฟรางคู่ใหม่ 4.4 หมื่นล้านบาท (รวมกัน 0.6% ของ GDP) บวกหุ้นธีมลงทุน
(*) To monitor : ภายนอก 3 ส.ค. PMI ผลิต (ISM) ก.ค. 26 , 5-7 ส.ค. ภาคแรงงานสหรัฐฯ ก.ค. 26 ภายใน 3 ส.ค. หุ้นเเปลงหนี้เป็นทุน THAI ที่เหลืออีก 75% สิ้นสุดช่วงห้ามขาย เริ่มซื้อขายได้ 4 ส.ค. 5 ส.ค. เงินเฟ้อ ก.ค. 26 3-7 ส.ค. กำไร 2Q26F หุ้นหลักส่วนใหญ่คาดกำไรดี TRUE, ADVANC, GPSC, GULF, PTTGC, MRDIYT, THANI
Technical Focus 3 สิงหาคม 2569
คาดการณ์แนวโน้ม SET INDEX วันนี้ : “ลุ้นขยับขึ้นทดสอบแนวต้าน 1,635 / 1,645 แนวรับวางไว้ 1,613 / 1,608”
กราฟ SET กลับตัวขึ้นด้วยแท่งเทียนแบบ Separating line ปิดยืนเหนือแนวเส้นค่าเฉลี่ย EMA 25 วัน แต่ยังโดนกดดันจากแนวต้านเส้น EMA 10 วัน ในขณะที่เครื่องมือทางเทคนิคบางเครื่องมือเริ่มพลิกกลับมามีสัญญาณบวก อาทิ RSI ที่ขยับขึ้นมากกว่า 50 ส่วน Modified stochastic ยังมีสัญญาณชะลอตัวลง (%K ตัด %D ลง), และ MACD ที่แกว่งตัวออกข้าง เป็นต้น สำหรับ Volume ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5 วันเล็กน้อย จึงให้น้ำหนัก SET ระยะสั้น มีลุ้นขยับขึ้นทดสอบแนวต้าน HIGH ก่อนหน้าที่บริเวณ 1,635 / 1,645 จุด ส่วนแนวรับขยับขึ้นที่บริเวณ 1,613 / 1,608 จุด
คำแนะนำ :
1.) นักลงทุนระยะสั้นแนะนำ Trading buy อิงกรอบแนวรับ / แนวต้านที่กำหนด
2.) นักลงทุนระยะกลางถึงยาว ยังเน้นถือลงทุน (แนะนำใช้ EMA 50 วันเป็นจุดลดความเสี่ยงสำหรับนักลงทุนระยะกลาง)
เก็งกำไร
- BH เป้าหมาย 189.5 / 191.0 แนวรับ 186.5 จุดตัด 185.0
- GULF เป้าหมาย 67.75 / 68.50 แนวรับ 66.25 จุดตัดขาดทุน 65.50
- CPN เป้าหมาย 70.50 / 72.00 แนวรับ 68.50 จุดตัดขาดทุน 67.50
- RCL เป้าหมาย 23.10 / 23.50 แนวรับ 22.30 จุดตัดขาดทุน 22.00
Depositary Receipts (DR)
- ETN23 เป้าหมาย 7.20 / 7.45 แนวรับ 6.80 จุดตัดขาดทุน 6.65
KSS Commodities Update – 3-ส.ค.-26
- น้ำมันดิบ Brent +1.21%DoD ปิดที่ US$ 87.93/barrel
- น้ำมันดิบ West Texas + 1.29%DoD ปิดที่ US$ 84.67/barrel
- ถ่านหินล่วงหน้า Newcastle -0.14%DoD ปิดที่ US$ 138.4/ตัน
- ก๊าซธรรมชาติ NYMEX -0.40%DoD ปิดที่ US$2.747/MMBtu
- น้ำตาล +1.59%DoD ปิดที่ 14.66Cent/lb
- ถั่วเหลือง -0.11%DoD ปิดที่ 1187.5 Cent/bu
- น้ำมันปาล์ม -0.51%DoDปิดที่ 4531Myr/mt
- ยาง TOCOM +0.86%DoD ปิดที่ 420.1JPY/kg
- เหล็กเส้น 0.00%DoD ปิดที่ 462 CNY/MT
- ดัชนีค่าระวางเรือ BDI +2.21% ปิดที่ 2732 จุด
- ราคาแร่เงิน -2.36% ปิดที่ 57.5953 US$/Oz
- ราคาทองคำ -1.40% ปิดที่ 4046.15 US$/Oz
- ราคาบิทคอย +1.31% ปิดที่ 63427.37 USD








