บล.พาย:

BBL: Bangkok Bank PCL.

คาดกำไรปี 2026 ลดลง แต่ปันผลเท่าเดิม

คงแนะนำ “ถือ” ประเมินด้วยวิธี GGM (ROE 7%, Terminal growth 2%) อิงกับ 0.7x PBV’26E เรามีมุมมองเป็นกลางหลังการประชุมนักวิเคราะห์ ธนาคารได้รับประโยชน์จากวัฏจักรการลงทุนในประเทศหนุนจากกระแสเงินไหลเข้ามายังภูมิภาคอาเซียน (ASEAN) ส่งผลบวกต่อการขยายสินเชื่อ และธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง อย่างไรก็ดี ในระยะสั้น ผลการดำเนินงานยังถูกกดดันจาก NIM ที่อ่อนแอ แม้จะเริ่มเห็น NIM มีเสถียรภาพดีขึ้นใน 2H26 แต่ยังไม่เห็นการฟื้นตัวที่ชัดเจนในระยะสั้น โดยคาดกำไรสุทธิในปี 2026 ปรับลดลง 11% YoY กดดันจาก NIM ลดลง และคาดกำไรใน 2H26 จะทรงตัว HoH แต่ปรับลดลง YoY ทั้งนี้ แม้คาดกำไรในปี 206 จะปรับลดลง แต่คาด BBL สามารถจ่ายเงินปันผลเท่าเดิมที่ 10 บาท เพราะมีฐานเงินกองทุนที่แข็งแกร่ง

การประชุมนักวิเคราะห์

  • BBL คาดเศรษฐกิจไทยโต 1.5-2.0% ในปี 2026 โดยยังมีความท้าทายหลายด้าน เช่น มาตรการภาษีของสหรัฐที่จะกระทบการส่งออก, การท่องเที่ยวชะลอตัว, ภาคการผลิตไทยชะลอตัว และ หนี้ครัวเรือนระดับสูง อย่างไรก็ดี ไทยได้รับประโยชน์จากกระแสเงินทุนไหลเข้ามากลุ่มประเทศอาเซียน (ASEAN) หนุนจากนโยบาย China Plus One โดยจีนต้องการกระจายการลงทุนมาไทยมากขึ้น เพื่อลดผลกระทบจากความขัดแย้งทางการค้ากับสหรัฐ อุตสาหกรรมที่ได้รับประโยชน์เช่น เซมิคอนดักเตอร์ (Semiconductor), โรโบติกส์ (Robotics), ไบโอเทค (Biotech) และพลังงานสะอาด เป็นต้น แม้นักลงทุนต่างชาติมีความสนใจลงทุนสร้างใน Data Centre ในไทย แต่ยังติดอุปสรรคเรื่องพลังงานไฟฟ้า และการพัฒนาที่ดินที่เพียงพอ

  • ประเทศอินโดนีเซีย เศรษฐกิจยังมีพื้นฐานแข็งแกร่ง โดยคาดเศรษฐกิจเติบโตราว 5% และสินเชื่อรวมขยายตัวราว 9% ในปี 2026 ทั้งนี้ Permata Bank สามารถดำเนินธุรกิจตามแผน เช่น สินเชื่อเติบโต +4.5% YTD จากสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ และ SME, NPL ratio อยู่ที่ 2.1%, Coverage ratio สูงที่ 368%, NIM ที่ 3.8%, และกำไรเติบโต +4.5% YoY นอกจากนี้ มองว่าค่าเงินรูเปียห์มีเสถียรภาพมากขึ้น หลังจากธนาคารกลางปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 3 ครั้งในปีนี้

  • คงเป้าหมายการเงินปี 2026 1) สินเชื่อขยายตัว 2-3% จากสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่โต 2) NIM ที่ 2.4-2.5% และมีโอกาสในการปรับลดต้นทุนเงินฝากลงได้ 3) Net fee income เติบโตที่ Low single digit แม้มีการเติบโตจากธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง แต่ธนาคารได้รับผลกระทบจากการปรับลดค่าธรรมเนียมตามนโยบายของ ธปท. 4) อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้การดำเนินงาน (CIR) ที่ High-40s 5) NPL ratio ที่ราว 3% แนวโน้มหนี้เสียเพิ่มขึ้นต่อเนื่องใน 3Q แต่จะปรับลดลงใน 4Q จากการปรับโครงสร้างหนี้ และ 6) Credit cost ที่ 1.0% โดยแนวโน้มใน 2H26 จะต่ำกว่าใน 1H อย่างไรก็ดี BBL ยังไม่เห็นโอกาสที่จะปรับลด Credit cost ต่ำกว่า 1%

แนวโน้มกำไรปี 2026 ชะลอตัวจาก NIM ลดลง

คาดว่ากำไรสุทธิใน 2H26 จะทรงตัว HoH แต่แนวโน้มจะลดลง YoY เทียบกับใน 2H25 เนื่องจาก NIM ที่ลดลง ทั้งนี้ คาดว่ากำไรสุทธิจะปรับลดลง 11% ในปี 2026 และส่งผลให้ ROE ปรับลดลงที่ 7% ในปี 2026 โดยคาดว่ากำไรจะกลับมาเติบโต 4% ในปี 2027 จากสินเชื่อ และรายได้ค่าธรรมเนียมขยายตัว และ NIM มีเสถียรภาพมากขึ้น

- Advertisement -