เก่งหลังเกมส์
SET Index ลดลง 4.77 จุด (-0.29%) ปิดที่ 1,617 จุด มูลค่าการซื้อขาย 7.77หมื่นล้านบาท (หุ้นปรับขึ้น 194 หลักทรัพย์, ปรับลง 249 หลักทรัพย์) ดัชนีผันผวนในกรอบแคบนักลงทุนระมัดระวังการซื้อขายก่อนบริษัทจดทะเบียนทยอยประกาศงบ 2Q26F ในสัปดาห์นี้ หุ้นที่ปรับลงกดดัชนียังเป็นกลุ่มเดิม คือ อิเล็กฯ (DELTA, KCE, HANA), กลุ่มน้ำมันและโรงกลั่น (PTT, TOP, BCP), สายการบิน (THAI, BA, AAV) ส่วน Sector ที่ปรับขึ้นพยุงดัชนี คือ กลุ่มธนาคาร (KBANK, BBL, SCB, TCAP), ค้าปลีก (GLOBAL, DOHOME, CPAXT) และปิโตรฯ (SCC, PTTGC, IVL)
หุ้นที่เคลื่อนไหวเด่นคือ
TU (+3.13%) Analyst meeting โทนเป็นบวกผู้บริหารปรับเพิ่มเป้ายอดขายปีนี้เป็น +4-6% (เดิม +3-4%) รวมถึง GPM ปรับขึ้นเป็น 19.5-20.5% (เดิม 19-20%) หนุนแนวโน้ม 2H26F เด่นกว่า 1H26 นอกจากนี้ยังมีปันผลจ่ายระหว่างกาล 0.40 บาทต่อหุ้น สูงสุดนับตั้งแต่ปี 2022 (payout ratio 65%) ให้ dividend yield 3.1% (XD 14 ส.ค. /จ่าย 28 ส.ค.2026) นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานของเราคงคำแนะนำ ซื้อ เป้า 2027F 15.50 บาท
GLOBAL (+5.26%), DOHOME (+2.97%) ปรับขึ้นเด่น Outperform ตลาดขานรับงบ 2Q26 ของ GLOBAL ออกมาดีเกินคาด โดยมีกำไรสุทธิที่ 955 ล้านบาท +84% y-y และ +19% q-q ทำสถิติสูงสุดในรอบ 5 ปี และดีกว่าเราคาด 36% หนุนจาก GPM พุ่งเป็น 31.6% เทียบกับค่าเฉลี่ยในอดีตที่ 25-26% เนื่องจากได้ประโยชน์จากสต็อกต้นทุนต่ำและมีมาร์จิ้นเหล็กดีกว่าที่คาด
SCC (+3.13%), PTTGC (+2.05%) ราคาหุ้นพ้นช่วงปรับฐานไปแล้ว ระยะสั้นเริ่มมีจิตวิทยาบวกราคาและส่วนต่างผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีเริ่มฟื้นตัว ล่าสุด HDPE Spread ปรับขึ้นแตะระดับ 309$/ton +40.5%w-w เมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้าเฉลี่ยที่ 220$/ton
THAI (-3.54%) มีปัจจัยกดดันเฉพาะตัวเนื่องจากวันนี้มีหุ้น THAI ที่เกิดจากการแปลงหนี้เป็นทุนจำนวน 2 หมื่นล้านหุ้น ต้นทุนเฉลี่ย 2.5452 บาทต่อหุ้น (ต่ำกว่าราคาปิดวันก่อนหน้า 55%) เข้าทำการซื้อขายเป็นวันแรก








