แนวโน้มตลาดหุ้น ธีมการลงทุน และปัจจัยสำคัญ (รักพงศ์ ไชยศุภรากุล, IAA เลขทะเบียนฯ: 19838)
อ่อนตัวต่อ… หุ้นเทคฯ โลกร่วงหนัก + ตลาดรอตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯ
เมื่อวานนี้ ตลาดหุ้นไทยแกว่งตัวลงต่อ (อ่อนแอกว่าที่เราประเมิน)… ดัชนีฯ ปิดลบ 0.27% เนื่องจาก i) หุ้นกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมีร่วงหนัก เนื่องจากราคาน้ำมันดิบที่ลงหนักเมื่อคืนวันพุธ ตามความหวังที่เพิ่มขึ้นว่าสหรัฐฯ และอิหร่านจะบรรลุดีลสันติภาพได้เร็วกว่าเดิม ii) จิตวิทยาหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีเป็นลบทั่วโลก จากความกังวลว่าสหรัฐฯ จะชะลอการพัฒนา/ก่อสร้าง ดาต้าเซ็นเตอร์หลังพรรคเดโมแครตชนะเลือกตั้งทั้ง 2 สภา… อย่างไรก็ดี ฟันด์โฟลว์ยังค่อนข้างนิ่ง สะท้อนว่าหุ้นไทยยังเป็น ‘safe haven’ ในมุมมองของนักลงทุนต่างชาติ
ฝ่ายวิจัยฯ ประเมิน SET Index วันศุกร์ อ่อนตัวต่อ… ปัจจัยการลงทุนวันนี้ ได้แก่ i) ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ลงหนักมาก โดยเฉพาะดัชนี NASDAQ ร่วงถึง 5.52% โดยนอกจากความกังวลเรื่องเดโมแครตจะชะลอดาต้าเซ็นเตอร์แล้ว ยังมีข่าวว่า Micron Tech ระงับการสร้างโรงงานในไต้หวัน จากปัญหาต้นทุนแรงงาน และ Oracle ยุติดีล AI มูลค่า 7 พันล้านดอลลาร์ฯ ที่ทำกับ Tencent ของจีน… เราคาดว่าจิตวิทยาหุ้นอิเล็กทรอนิกส์ในบ่ายนี้ จะยังเป็นลบ ii) ราคาน้ำมันดิบรีบาวด์ 3.49% ตามข่าวว่าเรือบรรทุกน้ำมันไม่ทราบสัญชาติ ถูกโจมตีในอ่าวเปอร์เซียหลายลำนับจากต้น พ.ย.
ด้านปัจจัยอื่น ๆ ที่มีความสำคัญต่อตลาดการเงิน… i) ค่ำวันนี้ ติดตามตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตร พ.ย. ซึ่ง consensus คาด +6.5 หมื่นตำแหน่ง เทียบกับ +2.9 หมื่นคนในเดือน ต.ค. โดยขณะนี้ Fed Fund Futures ให้น้ำหนัก Fed จะปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 2 ครั้ง คือในการประชุมรอบ ธ.ค. 2569 และรอบ มี.ค. 2570
หุ้นเด่นเชิงกลยุทธ์ (สุโชติ ถิรวรรณรัตน์, IAA เลขทะเบียนฯ: 28668)
หุ้นรับ High season AOT*, BDMS* / Bond yield ลง KTC*
AOT (เป้าพื้นฐาน 71 บาท)* 1) ประเมินแนวโน้มกำไรเข้าสู่ High season เราประเมินแนวโน้มกำไร FY4Q69 (ก.ค.-ก.ย.) จะฟื้นตัวเด่นต่อเนื่องจาก i) การฟื้นตัวของนักท่องเที่ยว และคาดแนวโน้มจะดีขึ้นไปอีกในช่วงปลายปี 2569 – ต้นปี 2570 จากสถานการณ์ตะวันออกกลางที่คาดจะผ่อนคลายลง ii) รับรู้ผลการปรับ PSC เต็มไตรมาส ขณะที่คาดราคาหุ้นสะท้อนประเด็นเรื่องน้ำท่วมในช่วงต้นเดือน ต.ค. ไปพอสมควรแล้ว 2) ประเมินราคาหุ้นเริ่มฟื้นตัว แกว่งกรอบ Sideway แคบ (มีโอกาส Break แนวต้าน) ประเมินแนวรับ 60 บาท / แนวต้าน 61.5 – 63.0 บาท กรณีแกว่งตัวผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ประเมินกรอบแนวต้านถัดไป 64 – 65 บาท (Stop loss 58.75 บาท)
BDMS (เป้าพื้นฐาน 23.5 บาท)* 1) ประเมินสถานการณ์ตะวันออกกลางผ่อนคลายลง + แนวโน้มกำไรฟื้นตัวดี ฝ่ายวิจัยฯคาดกำไร 3Q69 = 4.5 พันล้านบาท (+4.3% YoY +38.7% QoQ) และเราประเมิน Sentiment ที่จะเป็นบวกดีขึ้นจากสถานการณ์ตะวันออกกลางที่มีโอกาสผ่อนคลายลง หลังการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ 2) ปันผลยังน่าสนใจ เป็นหุ้น Defensive Forward PE 20 เท่า (-1 SD) คาดปันผล 2H69 หุ้นละ 0.45 บาท (Yield 2.2%) และคาด Dividend yield เต็มปี 4% 3) ประเมินราคาหุ้นฟื้นตัว ยืนเหนือค่าเฉลี่ย 200 วัน ประเมินแนวรับ 19.9 บาท / แนวต้าน 20.3 – 20.7 บาท กรณี Break ผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ประเมินแนวต้านถัดไป +/- 21.5 บาท (Stop loss 19.3 บาท)
KTC (เป้าพื้นฐาน 42 บาท)* 1) ประเมิน Sentiment บวกจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (Bond yield) ปรับลงแรง ล่าสุด Bond yield ในไทยปรับลดลงแรงเป็นผลต่อเนื่องหลังการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ (ราคาน้ำมันลง คาดหวังเงินเฟ้อผ่านจุดสูงสุด) คาดทำให้ต้นทุนการเงินของ KTC* ลดลง (เป็นบวกต่อ NIM) 2) ประเมิน Valuation ไม่แพง มีปันผล Forward PE 11.2 เท่า (ยังต่ำกว่า -1SD ที่ 12 เท่า) Dividend yield 5.4% 3) ราคาหุ้นแกว่งตัวผ่านกรอบ Sideway + Break เส้นแนวโน้ม ประเมินแนวรับ 35.5 บาท / แนวต้าน 36.5 – 37.5 บาท กรณี Break ผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ประเมินแนวต้านถัดไป +/- 39 บาท (Stop loss 34.25 บาท)
หุ้นมีข่าว
(+) BDMS ปิดดีลสินเชื่อ Green Loan วงเงิน 3.2 พันล้าน มุ่งพัฒนาโรงพยาบาลสีเขียว (ข่าวหุ้น)* BDMS* ลงนามสัญญา Green Loan วงเงิน 3,200 ล้านบาท สนับสนุน 4 โครงการสำคัญ เดินหน้าพัฒนาโรงพยาบาลสีเขียว ยกระดับธุรกิจสุขภาพสู่ความยั่งยืน
(+) KBANK รุก Data Center-FDI เร่งดันพอร์ต ESG แตะ 5 แสนล้านภายในปี 73 (ข่าวหุ้น)* แบงก์กสิกรไทย (KBANK*) โชว์สินเชื่อธุรกิจลูกค้าบรรษัทโต 7% ด้านสินเชื่อและการลงทุนเพื่อความยั่งยืนสะสมทะลุ 2.53 แสนล้านบาท ตั้งเป้าขยับสู่ 4-5 แสนล้านบาทภายในปี 73
(+ SAT AH) สรรพสามิตเตรียมถกเอกชน (ไทยโพสต์) ปั้นสูตรคำนวณ Local Content หนุนผลิตอีวี ‘ปลัดคลัง’ แจงสรรพสามิต เตรียมถก ส.อ.ท. เดินเครื่องผุดเกณฑ์ MIT ปั้นสูตรคำนวณการใช้ Local Content ใหม่ ยันขึ้นภาษีรถ EV นำเข้าเป็น 35% ไม่ได้เอาใจค่ายรถญี่ปุ่น พร้อมเข็นโครงการรถเก่าแลกรถกระบะใหม่ อุดหนุน 4 หมื่นบาทต่อคัน ครอบคลุม 1.5 แสนคัน
(+ CRC) โรบินสันผุด 2 โมเดลใหม่เสริมแกร่ง (ไทยโพสต์)* นายเลิศวิทย์ ภูมิพิทักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เซ็นทรัล รีเทล พร็อพเพอร์ตี้ กล่าวว่า บริษัทเตรียมเปิดโรบินสัน หนองคาย ในไตรมาส 3 ปี 2570 ด้วยงบลงทุนกว่า 2,000 ล้านบาท บนพื้นที่ 33 ไร่ รวมร้านค้ากว่า 300 แบรนด์ พร้อมแผนขยายสาขาเพิ่มปีละ 1 แห่งในปี 2571-2572
(-) ประธานบอร์ด THAI สั่งด่วนเร่งเคลียร์สินค้าค้างคาโก้! (ไทยรัฐ)* นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานกรรมการ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้สั่งการฝ่ายบริหารการบินไทยเป็นการด่วนให้เร่งรัดแก้ไขปัญหาสัมภาระผู้โดยสารตกค้าง และปัญหาส่งออกสินค้าผ่านคลังสินค้า โดยการเช่าคลังสินค้าเพิ่มเติม การปรับวิธีการบริหารจัดการ ทั้งเพิ่มคน ทั้งคนในและคนนอก เพิ่มเครื่องจักร รวมถึงลำดับความสำคัญก่อนหลัง การประสานงานกับ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. บริษัท บางกอกไฟล์ทเซอร์วิสเซส จำกัด (บีเอฟเอส) เพื่อแก้ปัญหากรณีดังกล่าวอย่างเร่งด่วน
หุ้นที่เคยแนะนำก่อนหน้า
- โรงไฟฟ้า + Data center: BGRIM* (Trailing stop 20.3 บาท) EGCO* (Stop loss 128 บาท) EPG* (Stop loss 5.9 บาท) WHA* (Stop loss 4.72 บาท) GPSC* (Stop loss 50 บาท)
- กลุ่มธนาคารฯ + หุ้นปันผลดี (Defensive yield):KTB* (Stop loss 43 บาท) KBANK* (Stop loss 237 บาท) ADVANC* (Stop loss 330 บาท)
- ท่องเที่ยว: AWC* (Stop loss 3.1 บาท) ERW* (Stop loss 3.5 บาท)
- หุ้นรับงบฯ 3Q-4Q: BTG* (Trailing stop 21.5 บาท) ITC (Stop loss 16.8 บาท) GLOBAL* (Stop loss 7.0 บาท) NTF (Stop loss 11.5 บาท) TU* (Stop loss 12.5 บาท)
Report ตามปัจจัยพื้นฐานวันนี้
- GPSC แนะนำ “ซื้อ” เป้าพื้นฐาน 60 บาท* รายงานกำไรสุทธิ 3Q69 = 1.6 พันล้านบาท (-9% YoY -12% QoQ) สูงกว่าฝ่ายวิจัยฯคาด 6% และสูงกว่าตลาดคาด 3% ทั้งนี้ฝ่ายวิจัยฯคาดกำไรปกติ 4Q69 เป็นจุดต่ำสุดของปี จากต้นทุนก๊าซที่สูงขึ้นและปัจจัยฤดูกาลที่อ่อนแอ อย่างไรก็ดี ยังคงประเมินธีมการลงทุนหลักจากแผน PDP2026 และการลงทุนด้าน Data center ยังคงประมาณการฯและคำแนะนำ “ซื้อ”
- GULF แนะนำ “ซื้อ” เป้าพื้นฐาน 75 บาท* รายงานกำไรสุทธิ 3Q69 = 9.3 พันล้านบาท (+28% YoY -25% QoQ) เป็นไปตามคาด โดยการลดลง QoQ มาจากเงินปันผลที่ลดลงจาก KBANK* อัตรากำไร SPP ที่ลดลง และผลการดำเนินงานของ IPP ที่อ่อนแอตามฤดูกาล แต่ถูกชดเชยบางส่วนจากส่วนแบ่งกำไรที่แข็งแกร่งขึ้นจาก ADVANC* ฝ่ายวิจัยฯคาดกำไร 4Q69 อ่อนตัวลงอีกเมื่อเทียบ QoQ อย่างไรก็ดียังคงประเมินปัจจัยหนุนจากความต้องการ Data center + Direct PPA และโอกาสจาก PDP2026 ยังคงประมาณการฯและคำแนะนำ “ซื้อ”
- CRC แนะนำ “ซื้อ” เป้าพื้นฐาน 34 บาท* ฝ่ายวิจัยฯคาดกำไรปกติ 3Q69 = 1.8 พันล้านบาท (+39% YoY -15% QoQ) จากอัตรากำไรที่ปรับตัวดีขึ้นและต้นทุนทางการเงินที่ลดลงหลังลดดอกเบี้ยนโยบาย ขณะที่อัตราการเติบโตยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ในภาพรวมยังเป็นบวกระดับ Low single digit ทั้งนี้การฟื้นตัวของจำนวนนักท่องเที่ยว ยังเป็นปัจจัยหลักต่อแนวโน้มผลการดำเนินงานใน 4Q69 ยังคงประมาณการฯและคำแนะนำ “ซื้อ”
- PTT แนะนำ “ซื้อ” เป้าพื้นฐาน 45.5 บาท* ฝ่ายวิจัยฯคาดกำไรสุทธิ 3Q69 = 4.01 หมื่นล้านบาท (+103% YoY -24% QoQ) โดยการเพิ่มขึ้น YoY มาจากส่วนแบ่งกำไรที่สูงขึ้นจากบริษัทย่อยจากราคาน้ำมันดิบที่สูงขึ้น ค่าการกลั่นที่เพิ่มขึ้น Spread ปิโตรเคมีที่ดีขึ้น และค่าการตลาดน้ำมันที่แข็งแกร่งขึ้น อย่างไรก็ดี การลดลง QoQ มาจากส่วนแบ่งกำไรที่ลดลงจาก PTTEP*, PTTGC* ยังคงประมาณการฯและคำแนะนำ “ซื้อ” ทั้งนี้ประเมิน Upside จากปันผลปีนี้ที่อาจมากกว่าคาด (ปัจจุบันคาดปันผลที่เหลือ 2H69 หุ้นละ 1.1 บาท)
- SISB แนะนำ “ถือ” เป้าพื้นฐาน 9.7 บาท ฝ่ายวิจัยฯคาดกำไรสุทธิ 3Q69 = 191 ล้านบาท (-31.3% YoY -4.7% QoQ) คาดกำไรที่จะลดลงทั้ง YoY และ QoQ สะท้อนแนวโน้มเศรษฐกิจที่อ่อนแอลงและจำนวนนักเรียนที่ลดลง ทั้งนี้คาดกำไร 4Q69 ฟื้นตัวเล็กน้อย จากการรับรู้ผลเต็มไตรมาสของนักเรียนที่เลื่อนชั้นระดับชั้นที่สูงขึ้นตั้งแต่เดือนส.ค. ยังคงคำแนะนำ “ถือ”
- CK แนะนำ “ซื้อ” เป้าพื้นฐาน 24.5 บาท* ฝ่ายวิจัยฯคาดกำไรสุทธิ 3Q69 = 1.14 พันล้านบาท (-35% YoY +42% QoQ) จากต้นทุนทางการเงินที่ลดลง ส่วนแบ่งกำไรตามฤดูกาลจากบริษัทร่วม (BEM* และ CKP) เงินปันผลจาก TTW และกำไรพิเศษจากการขายหุ้น BEM* ขณะที่คาด Backlog สิ้น 3Q69 อยู่ที่ 1.34-1.35 แสนล้านบาท และลุ้นการประมูลโครงการใหญ่ ทางด่วน Double deck 3.5 หมื่นล้านบาท และสัญญางานระบบ M&E รถไฟฟ้าสายสีม่วง 3 หมื่นล้านบาท ปรับเพิ่มประมาณการฯและเป้าพื้นฐานขึ้นเป็น 24.5 บาท (เดิม 23 บาท) ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ”
- STECON แนะนำ “ซื้อ” เป้าพื้นฐาน 22 บาท* ฝ่ายวิจัยฯคาดกำไรสุทธิ 3Q69 = 283 ล้านบาท (+73% YoY -69% QoQ) โดยการลดลง QoQ สะท้อนการที่ไม่มีเงินปันผลพิเศษ 736 ล้านบาทจาก GULF* ใน 2Q69 ทั้งนี้หากไม่รวมเงินปันผล คาดกำไรจากการดำเนินงานหลัก = 444 ล้านบาท (+57% YoY +12% QoQ) ฝ่ายวิจัยฯปรับเพิ่มประมาณการฯขึ้น และเป้าพื้นฐานขึ้นเป็น 22 บาท (เดิม 20.5 บาท) ยังคงประมาณการฯและคำแนะนำ “ซื้อ”









