DAILY FOCUS: SET เผชิญแรงขายตามหุ้น TECH โลก กังวลความเสี่ยงลงทุน AI

ตลาดหุ้นวานนี้ : SET Index ปรับตัวลง โดยปิดลบ -4.10 จุด ที่ระดับ 1,497.99 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 8.6หมื่นลบ. โดยเผชิญแรงขายจากกลุ่มพลังงานน้ำมัน และอิเล็กทรอนิกส์ นำโดย PTTEP, PTT และ DELTA ในขณะที่สถาบันในประเทศซื้อสุทธิ 1 พันลบ. และนักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 0.03 พันลบ. (ต่างชาติ Short สุทธิ Index Futures 0.1 หมื่นสัญญา)

แนวโน้มตลาดวันนี้: เราคาด SET Index มีโอกาสแกว่งตัวแดนลบ ตามบรรยากาศการลงทุนทั่วโลกที่กลับมากดดันอย่างหนัก โดยเฉพาะหุ้น TECH และ Semiconductor หลัง Nasdaq ปรับตัวลงกว่า 5% ขณะที่ VIX พุ่งขึ้นเกือบ 70% สะท้อนความกังวลของนักลงทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จากความกังวลว่าชัยชนะของพรรคเดโมแครตอาจนำไปสู่การควบคุมการลงทุน AI และการก่อสร้าง Data Center ที่เข้มงวดขึ้น ประกอบกับความกังวลต่อความคุ้มค่าของเม็ดเงินลงทุนในธุรกิจ AI และผลประกอบการของบริษัทชิปที่ต่ำกว่าความคาดหวัง

สำหรับ SET Index ในเชิงเทคนิคภาพรวมยังมีแนวโน้มอ่อนตัว โดยมีแนวรับบริเวณ 1480 และ 1470 จุด ขณะที่แนวต้านสำหรับการรีบาวด์อยู่บริเวณ 1500 และ 1515 จุด โดยแม้ดัชนีเริ่มมีแรงซื้อกลับจากจุดต่ำสุด แต่หากที่สุดไม่สามารถกลับมายืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ยสำคัญได้ ยังเสี่ยงต่อการปรับตัวลงต่อเนื่องได้เสมอ นอกจากนี้ วันนี้ยังต้องติดตามตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Nonfarm Payrolls) เดือน ต.ค. ของสหรัฐฯ ซึ่งตลาดคาดเพิ่มขึ้น 65,000 ตำแหน่ง จากเดือนก่อนที่ 29,000 ตำแหน่ง ซึ่งหากตัวเลขออกมาแข็งแกร่งกว่าคาด อาจเพิ่มความกังวลต่อการคงดอกเบี้ยสูงของ Fed และกดดันสินทรัพย์เสี่ยงเพิ่มเติม นอกจากนี้ คาดว่าราคาหุ้นจะเคลื่อนไหวสอดคล้องกับการทยอยคาดการณ์และประกาศกำไร 3Q26 ของบจ. โดยสำหรับไทย เราคาดกำไรชะลอตัว q-q แต่ยังเติบโต y-y และค่อนข้างมีความผสมผสาน ดังนั้น กลยุทธ์การลงทุนจึงเน้น Selective Buy หุ้นที่คาดว่าจะรายงานผลประกอบการแข็งแกร่ง รวมถึงมี Earnings Outlook และ Guidance เชิงบวก

กลยุทธ์ : Selective Buy เน้นหุ้นกำไร 3Q26 แข็งแกร่ง // ระยะกลาง-ยาวยัง Rotate หา Value-Domestic Play

หุ้นเด่นเดือน พ.ย. : BDMS, BTG, CPALL, CPN, ITC

FSSIA Portfolio: BA, BBL, BTG, CPALL, CPN, ERW, GULF, ITC, PR9, SAPPE, STA, and TIDLOR

หุ้นเด่นวันนี้ : AWC

  • แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมายปี 2027 ที่ 4.10 บาท
  • แนวโน้มกำไร 3Q26 โตทั้ง q-q, y-y และต่อเนื่องใน 4Q26 จากการเร่งตัวของโรงแรมใหม่ การฟื้นตัวของ MICE และ on-the-book room revenue ที่แกร่ง
  • AWR REIT ช่วยปลดล็อกเงินทุน นำไปพัฒนาโครงการใหม่ และนำไปปลดหนี้ แม้กดดันกำไรปี 2027 แต่คาดฟื้นแรงในปี 2028 และคาดว่าจะมี่กำไรพิเศษจากการขายสินทรัพย์ราว 1.2 หมื่นลบ.ใน1Q27
  • แนวรับ 3.26 / 3.18 บาท แนวต้าน 3.42 / 3.66 บาท

ประเด็นสำคัญวันนี้ :

(0) KCE กำไรปกติ 3Q26 ที่ 443 ลบ. +84% q-q, +49% y-y ต่ำกว่าคาด 9% จากยอดขายและ Gross Margin ต่ำกว่าเป้า จากขาดแคลนวัตถุดิบ ผลกระทบน้ำท่วม และยอดขาย HDI ลดลง คาดกำไร 4Q26 ฟื้นต่อจากการเลื่อนส่งมอบสินค้า แต่ยังเสี่ยงจากต้นทุนวัตถุดิบสูง เราอยู่ระหว่างทบทวนคำแนะนำ ราคาเป้าหมายเดิม 61 บาท

(0) GULF กำไรสุทธิ 3Q26 ที่ 9.3 พันลบ. -25% q-q, +28% y-y ตามคาด แต่สูงกว่าตลาดคาด 4% คาดกำไร 4Q26 ทรงตัว คงประมาณการและราคาเป้าหมาย 89.50 บาท คงคำแนะนำ ซื้อ

(0) OR กำไรสุทธิ 3Q26 ที่ 5.1 พันลบ. ฟื้นจากขาดทุนใน 2Q26 และโต 97% y-y ตามคาด โดยกำไรปกติอยู่ที่ 2.8 พันลบ. +306% q-q, +15% y-y สูงกว่าคาด 7% จากค่าการตลาดน้ำมันฟื้นตัวเป็น 1.19 บาท/ลิตร คาดกำไร 4Q26 ฟื้นตัวต่อจาก High season แม้ค่าการตลาดอาจลงสู่ระดับปกติ คงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 15 บาท

(0) GPSC กำไรสุทธิ 3Q26 ที่ 1.59 พันลบ. -12.5% q-q, -8.6% y-y ตามคาด แต่สูงกว่าตลาดคาด 7% คาดกำไร 4Q26 ชะลอเล็กน้อย q-q แต่ยังคงคาดกำไรปกติปี 2026 โต 18.8% y-y คงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 63 บาท โดยมี Catalyst จาก PDP2026 และ Direct PPA

(0) ASW กำไรปกติ 3Q26 ที่ 245 ลบ. -56% q-q, -15% y-y ตามคาด จากยอดโอนคอนโดชะลอตัว แต่ Gross Margin เพิ่มขึ้นจากโครงการภูเก็ต คาดกำไร 4Q26 ฟื้นตัวทำจุดสูงสุดของปีจากการเริ่มโอนคอนโดใหม่ คงประมาณการและราคาเป้าหมาย 9 บาท ยังคำแนะนำ ซื้อ พร้อม Div Yield ราว 8%

(-) ตลาดดาวโจนส์ปิดลบ โดย Dow Jones ปิดที่ 51,523.06 จุด ลดลง 1,833.06 จุด หรือ -3.44% ขณะที่ S&P500 ปิดที่ 7,353.73 จุด ลดลง 334.89 จุด หรือ -4.36% และ Nasdaq ปิดที่ 24,315.00 จุด ลดลง 1,421.52 จุด หรือ -5.52% จากความกังวลว่าพรรคเดโมแครตอาจออกกฎระเบียบควบคุมธุรกิจ AI เข้มงวดขึ้น

(-) ตลาดหุ้นยุโรปปิดลบ โดย STOXX 600 ลดลง 2.53 จุด หรือ 0.38% ปิดที่ 654.87 จุด โดยได้รับแรงกดดันจากการร่วงลงของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ขณะที่นักลงทุนประเมินแนวโน้มของภาคธุรกิจดังกล่าว หลังพรรคเดโมแครตกวาดชัยชนะในการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ นอกจากนี้ การอ่อนตัวของหุ้นกลุ่มกลาโหมยังซ้ำเติมการปรับตัวลงของตลาด

(-) ตลาดหุ้นเอเชียเปิดลบ ตามทิศทางดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กที่ปิดร่วงลงกว่า 3% เมื่อวานนี้ (5 พ.ย.) ท่ามกลางความกังวลว่าพรรคเดโมแครตอาจใช้กฎระเบียบที่เข้มงวดเพื่อควบคุมธุรกิจปัญญาประดิษฐ์ (AI) หลังกวาดชัยชนะอย่างท่วมท้นในการเลือกตั้งการเทอมของสหรัฐฯ

(-) ค่าเงินบาทอ่อนค่าขึ้น โดย Current อยู่ที่ 33.47 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ เทียบกับ Previous ที่ 33.42 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 0.14%

(+) ราคาน้ำมันดิบเพิ่มขึ้น 3.67 ดอลลาร์ หรือ 3.88% ปิดที่ 98.29 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังมีรายงานการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันในอ่าวเปอร์เซีย ทำให้ตลาดกังวลเกี่ยวกับภาวะอุปทานน้ำมันชะงักงัน

(+) ราคาทองคำ COMEX เพิ่มขึ้น 40.50 ดอลลาร์ หรือ 1.00% ปิดที่ 4,113.50 ดอลลาร์/ออนซ์ ตามการอ่อนค่าของดอลลาร์และการลดลงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ

- Advertisement -