Semiconductor ปรับลงแรง อาจกดดัน TECH THAI ระยะสั้น อาจเลือก Wait & See
MARKET UPDATE
หุ้นสหรัฐฯ ร่วงหนักเมื่อคืนที่ผ่านมา หลังพรรคเดโมแครตกวาดชัยชนะการเลือกตั้งกลางเทอม ส่งผลให้นักลงทุนกังวลมาตรการกำกับดูแล AI และการก่อสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ Dow Jones ร่วง 1,800 จุด (-3%) S&P 500 ดิ่ง 4.36% และ Nasdaq ทะลุเข้าสู่ภาวะ Correction ร่วง 5.52% กลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ได้รับผลกระทบหนัก ด้านราคาน้ำมัน WTI ฟื้นตัว +3.5% แตะ 91.2 ดอลลาร์/บาร์เรล
MARKET OUTLOOK
ปัจจัยต่างประเทศ
กลุ่ม Semiconductor ปรับลงอย่างมีนัยยะสำคัญอย่างไรก็ตามประเมินว่าตลาดดู Panic มากเกินไปเพราะหากสหรัฐฯมีข้อจำกัดในการสร้างกลุ่มผู้ประกอบการ Hyperscalers ก็สามารถจะไปสร้าง Data Center ที่อื่นได้ ขณะที่จากกำไร 3Q ที่ผ่านมาบริษัทต่างๆยังมีแนวโน้มเพิ่มงบลงทุนพร้อมกับมองหาแหล่งเงินทุน ผสานกับเชื่อว่ามีแรงขายจากการใช้ MARGIN เพราะราคาหุ้นแต่ละตัวปรับลงกันในระดับ 10-20% แม้จะปรับลงมาค่อนข้างเยอะแต่ยังแนะ Wait & See รอดูสถานการณ์ก่อนจะเข้าลงทุน เช้านี้ KOSPI ปรับฐานแรง 8.5% JP -2.6% จึงอาจกดดัน TECH THAI (DELTA HANA KCE) และบรรยากาศโดยรวม คืนนี้รอติดตามแรงงานสหรัฐฯ
ปัจจัยในประเทศ
ตลาดหุ้นไทยอาจรับผลกระทบจากการปรับฐานของหุ้นโลกเพราะแม้กระทั่งเมื่อคืนหุ้น Value ในสหรัฐฯ ก็ยังปรับลงสะท้อนว่าตลาดอยู่ในช่วงปิดรับความเสี่ยง โดยพบเม็ดเงินไหลเข้าไปยังตลาดตราสารหนี้
วันนี้ประเมิน SET ปรับลงในกรอบ 1450 – 1510 ประเมิน TECH จะเป็นแรงกดดันหลัก ทั้งนี้ในเชิงกลยุทธ์การลงทุนจังหวะย่อของตลาดอาจเป็นโอกาสหุ้น Value ที่ปันผลดีและธุรกิจแข็งแกร่ง อาทิ สื่อสาร (ADVANC) ศูนย์การค้า (CPN) ธนาคาร (BBL KBANK KTB SCB KKP) บริโภค (CPALL HMPRO BJC) การเงิน (MTC SAWAD TIDLOR) เก็งกำไรระยะสั้นอาจเลือกพลังงาน (PTT PTTEP TOP) ตามการปรับขึ้นของราคาน้ำมันและ Defensive (BDMS BH BCH)
TOP PICK
BDMS ซื้อ TP: 23 Bt
คาดว่ากำไรสุทธิใน 3Q26 จะเป็นระดับสูงสุดใหม่ เติบโต QoQ/YoY จากการเติบโตทั้งรายได้ผู้ป่วยชาวไทยและต่างชาติ รวมถึงมีอัตราการรักษาโรคซับซ้อนสูงขึ้น
TU ซื้อ TP: 15.40 Bt
ปัจจัยบวกจากผลประกอบการ 3Q26 ที่ออกมาดีตามคาด จากการเติบโตของสินค้าในกลุ่มอาหารทะเลแปรรูปและอาหารสัตว์เลี้ยง ซึ่งคาดว่าแนวโน้มในช่วง 4Q26 ต่อเนื่องถึงปี 27









