บล.พาย:
STECON: STECON Group PCL
3Q26 กำไรยังดี
เรายังคงคำแนะนำ “ถือ” เพราะราคาปิดมีส่วนต่างกับมูลค่าเหมาะสมที่เราคาดไว้เพียง 4% แม้ว่าผลประกอบการงวด 3Q26 จะเห็นการปรับตัวเพิ่มขึ้นได้กว่า 67%YoY มาอยู่ที่ 273 ล้านบาท จากผลดีของการรับรู้รายได้ก่อสร้างที่เพิ่มขึ้นมาจนถึงระดับ 10,000 ล้านบาทด้วยแรงหนุนจากงานสำคัญทั้ง Data Center งานรถไฟฟ้าสายสีส้มและสีม่วง ที่เป็นช่วงเร่งงาน ขณะที่กำไรขั้นต้นยังรักษาระดับสูงกว่า 7% ได้ต่อเนื่อง ขณะที่การประมูลงานใหม่คาดว่าหลังจากภาครัฐฯ ออกระเบียบเกี่ยวกับ Data Center มาจะทำให้มีงานประมูลออกมาเพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะเป็นผลดีกับการเพิ่มงานในมือให้กับ STECON ได้
คาด 3Q26 กำไรสุทธิ 273 ล้านบาท (+67%YoY,-70%QoQ)
- เราคาดกำไรสุทธิ 3Q26 ที่ 273 ล้านบาท (+67%YoY,-70%QoQ) เทียบกับปีก่อนเติบโตดีตามรายได้ที่เพิ่มขึ้นหลังจากโครงการสำคัญมีความคืบหน้ามากขึ้น ส่วนลดลงจาก 2Q26 เพราะไม่มีปันผลรับเข้ามา
- รายได้คาดที่ 10,246 ล้านบาท (+36%YoY,+8%QoQ) ได้รับแรงหนุนจากงานใหญ่อย่าง Data Center รถไฟฟ้าสายสีส้มและสีม่วง รวมถึงโครงการพลังงานสะอาด แม้ว่าในช่วงปลายเดือนจะเกิดเหตุน้ำท่วมแต่ไม่กระทบกับงานก่อสร้างแต่อย่างใด
- กำไรขั้นต้นคาดที่ 7.3% ดีขึ้นเล็กน้อยจาก 3Q25 แต่ลดลงจาก 7.4% ใน 2Q26 ถือว่ายังรักษาอยู่ในกรอบที่บริษัทตั้งไว้แม้ว่าจะในภาพใหญ่จะมีปัญหาจากต้นทุนก่อสร้างที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น แต่ด้วยการบริหารจัดการที่ดีเช่นซื้อล่วงหน้ารวมถึงได้รับเงินชดเชยค่า k จากงานภาครัฐฯ เข้ามาช่วย ค่าใช้จ่ายในการบริหารคาดที่ 318 ล้านบาท (+22%YoY,+5%QoQ) เพิ่มขึ้นตามรายได้แต่มีสัดส่วนต่อรายได้ที่ระดับ 3.1% ลดลงจาก 3.5% ใน 3Q25 และ 3.2% ใน 2Q26 รวมแล้วเราคาด STECON มีกำไรจากการดำเนินงาน 435 ล้านบาท (+ 54%YoY, +9%QoQ)
- รายได้อื่นคาดที่ 28 ล้านบาท (+449%YoY,-96%QoQ) ลดลงแรงจาก 2Q26 เพราะไตรมาสก่อนมีเงินปันผลรับจาก GULF เข้ามาถึง 732 ล้านบาท ส่วนแบ่งขาดทุนจากบริษัทร่วมคาดที่ 30 ล้านบาท (+ 208%YoY,3%QoQ) เพิ่มมากจากปีก่อนเพราะมีผลขาดทุนจาก JV กับ Noble เข้ามา ดอกเบี้ยจ่ายคาดที่ 100 ล้านบาท (+ 43%YoY,+25%QoQ) เพราะระหว่างไตรมาสมีการออกหุ้นกู้เพิ่มกว่า 5,000 ล้านบาท ที่อัตราดอกเบี้ย 3.3%
- รวมแล้วในช่วง 9M26 คาดกำไรสุทธิที่ 1,534 ล้านบาท (+51%YoY)
งาน DATA Center คาดเริ่มรับรู้ปีหน้า
- หากหักรายได้ก่อสร้างในช่วง 3Q26 ออก (ยังไม่รวมงานใหม่ที่คาดว่าจะระหว่างไตรมาส) จะทำให้ STECON มี Backlog เหลือประมาณ 106,440 ล้านบาท ยังเพียงพอสำหรับรายได้ในช่วง 1-2 ปีข้างหน้า ทั้งนี้เราคาดว่าด้วยการที่ STECON มีจุดแข็งตรงการรับงาน Data Center ที่คาดว่าหลังจากรัฐบาลออกระเบียบออกมาจะทำให้มีงานดังกล่าวออกมามากขึ้น ซึ่งจะหนุนการเพิ่ม Backlog ในอนาคตได้ รวมกับงานภาครัฐฯ ที่คาดว่าจะทยอยออกมาหลังจากนี้
ระยะสั้นราคาใกล้เต็มมูลค่า
- กำไรปกติในช่วง 9M26 คิดเป็นสัดส่วนกว่า 79% ของกำไรทั้งปีที่เราคาดไว้ที่ 1,698 ล้านบาท แต่เรายังคงประมาณการณ์ทั้งปีไว้เท่าเดิมก่อน สำหรับคำแนะนำการลงทุน เรามองว่า STECON มีจุดเด่นตรงที่มีงาน Data Center ในมือ ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่คาดว่าจะเติบโตแรงในช่วง 1-2 ปีข้างหน้า แต่ด้วยราคาปัจจุบันใกล้เคียงกับมูลค่าเหมาะสมที่เราประเมินที่ 18.8 บาท (20XPER’27E) เราจึงแนะนำเพียง “ถือ” เช่นเดิม








