BBGI โชว์ผลงานไตรมาส 2/2569 กำไรสุทธิโตแกร่ง 1,318% แตะ 485 ล้านบาท รับอานิสงส์นโยบาย B7 และการรุกตลาดพลังงานสะอาด SAF

บริษัท บีบีจีไอ จำกัด (มหาชน) หรือ BBGI รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ปี 2569 เติบโตอย่างโดดเด่นด้วยกำไรสุทธิ 485 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,318% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับแรงหนุนหลักจากปริมาณยอดขายเชื้อเพลิงชีวภาพที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญตามมาตรการส่งเสริมของภาครัฐ และการเริ่มรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากการผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) เป็นครั้งแรก

ภาพรวมผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 กลุ่มบริษัทฯ มีรายได้จากการขายรวม 11,237 ล้านบาท ปรับเพิ่มขึ้น 22% YoY และมีกำไรส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่จำนวน 750 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 745% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 โดยปัจจัยจาก

  • ธุรกิจไบโอดีเซล: (B100) ในไตรมาส 2/2569 มียอดจำหน่าย 115.47 ล้านลิตร เพิ่มขึ้น 39%YoY จากปัจจัยหนุนที่ภาครัฐคงสัดส่วนการผสมน้ำมันดีเซลพื้นฐานเป็น B7 ตลอดทั้งไตรมาส ประกอบกับราคาอ้างอิงเฉลี่ยผลิตภัณฑ์ B100 ปรับเพิ่มขึ้น 19%YoY มาอยู่ที่ 42.44 บาทต่อลิตร
  • ธุรกิจเอทานอล: มียอดจำหน่ายในไตรมาส 2/2569 จำนวน 67.28 ล้านลิตร เพิ่มขึ้น 45%YoY โดยได้รับอานิสงส์จากการปรับโครงสร้างส่วนต่างราคาเพื่อส่งเสริมการใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 และ E85
  • ความสำเร็จในธุรกิจพลังงานสะอาด: บริษัท บีเอสจีเอฟ จำกัด (BSGF) ซึ่งเป็นบริษัทร่วมที่ BBGI ถือหุ้น 20% ได้เริ่มดำเนินการผลิตและส่งมอบน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) เป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2569 ด้วยกำลังการผลิต 7 พันบาร์เรลต่อวัน ส่งผลให้บริษัทฯ เริ่มรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจำนวน 177 ล้านบาทในไตรมาสนี้

ในด้านฐานะทางการเงิน ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 BBGI มีสินทรัพย์รวม 13,649 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2568 และมีส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นเป็น 9,907 ล้านบาท ขณะที่อัตราส่วนทางการเงินที่สำคัญสะท้อนถึงประสิทธิภาพการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง โดยมีอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) อยู่ที่ 9.87% และอัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น (ROE) อยู่ที่ 10%

บริษัทฯ ระบุถึงทิศทางการดำเนินงานว่า “ท่ามกลางความผันผวนของราคาพลังงานและสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์โลก บริษัทฯ ยังคงยึดมั่นในกลยุทธ์ Operational Excellence เพื่อบริหารจัดการต้นทุนและกระบวนการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ควบคู่ไปกับการขับเคลื่อนธุรกิจตามกรอบความยั่งยืน โดยปัจจุบันสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ดีกว่าเป้าหมายที่ระดับ 122 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อล้านลิตรผลิตภัณฑ์ และเราพร้อมที่จะต่อยอดโอกาสสู่ธุรกิจเชื้อเพลิงคาร์บอนต่ำเพื่อสร้างการเติบโตและผลตอบแทนที่ยั่งยืนให้แก่ผู้ถือหุ้นภายใต้หลักธรรมาภิบาลอย่างเคร่งครัด”

- Advertisement -