SCCC รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2/2569 เติบโตแข็งแกร่ง 31% สะท้อนความยืดหยุ่นในการดำเนินงาน พร้อมประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 4 บาทต่อหุ้น
บริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน) หรือ SCCC เปิดเผยผลการดำเนินงานประจำไตรมาสที่ 2 และภาพรวมครึ่งแรกของปี 2569 โดยรายงานผลกำไรสุทธิเติบโต 30.7% และกำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อมราคา (EBITDA) เพิ่มขึ้น 16.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ความสำเร็จดังกล่าวเป็นผลจากการดำเนินกลยุทธ์เชิงพาณิชย์ที่มีประสิทธิภาพในตลาดหลัก การฟื้นตัวของธุรกิจพลังงาน และวินัยในการบริหารจัดการต้นทุนท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่มีความไม่แน่นอน
ในไตรมาสที่ 2 ของปี 2569 กลุ่มบริษัทสามารถสร้างการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีกำไรสุทธิ (ส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่) เพิ่มขึ้น 30.7% จากปีก่อน ได้รับแรงหนุนจากผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของทั้งกลุ่ม SCCC และกลุ่ม LANNA รวมถึงรายการพิเศษจากการได้รับเงินชดเชยการเวนคืนที่ดิน และกำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อมราคา (EBITDA) ปรับตัวเพิ่มขึ้น 16.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
ผลการดำเนินงานครึ่งปีแรก 2569 กลุ่มบริษัทรายงานกำไรสุทธิรวม 2,631 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32.7% และมี EBITDA รวม 6,891 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568
คณะกรรมการบริษัทมีมติคงการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลที่อัตรา 4.0 บาทต่อหุ้น โดยมีกำไรต่อหุ้น (EPS) สำหรับครึ่งปีแรกอยู่ที่ 8.8 บาท
ธุรกิจปูนซีเมนต์ยังคงเป็นแกนหลักในการสร้างรายได้ โดยในประเทศไทยมีความต้องการจากภาคโครงสร้างพื้นฐานและโครงการในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ ขณะที่ผลการดำเนินงานในประเทศเวียดนามมีความโดดเด่นด้วยอัตราการเติบโตของ EBITDA สูงที่สุดในกลุ่มธุรกิจต่างประเทศที่ 64.6% จากการบริหารจัดการการผลิตและกลยุทธ์เชิงพาณิชย์ที่มีประสิทธิภาพ สำหรับกลุ่ม LANNA มีการฟื้นตัวอย่างชัดเจนโดยมี EBITDA เพิ่มขึ้น 36% จากอานิสงส์ของราคาถ่านหินและผลประกอบการที่แข็งแกร่งของธุรกิจเอทานอล
นอกจากนี้ กลุ่มบริษัทยังประสบความสำเร็จในการดำเนินงานตามเป้าหมายด้านความยั่งยืนและประสิทธิภาพต้นทุนภายใต้โครงการ FIT++ โดยสามารถลดอัตราการใช้ปูนเม็ด (Clinker Factor) ลงเหลือ 67.7% และมีอัตราการใช้พลังงานทดแทน (TSR) อยู่ที่ 26.5% พร้อมกันนี้ โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ขนาด 84 เมกะวัตต์ ณ จังหวัดสระบุรี ได้เริ่มจ่ายไฟฟ้าเต็มกำลังการผลิต ซึ่งช่วยลดต้นทุนพลังงานและสนับสนุนเป้าหมาย Net Zero ของกลุ่มบริษัท
นายรานจัน ซาซเดอวา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มการเงิน บริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงทิศทางขององค์กรว่า “ผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในท่ามกลางความไม่แน่นอน สะท้อนถึงความยืดหยุ่นและการขับเคลื่อนกลยุทธ์อย่างมีวินัย โดยเฉพาะการเปลี่ยนผ่านจากการเป็นเพียงผู้จำหน่ายวัสดุก่อสร้างไปสู่การเป็นพันธมิตรที่มุ่งเน้นการนำเสนอโซลูชันที่มีมูลค่าเพิ่มแก่ลูกค้า กลุ่มบริษัทยังคงรักษาสถานะทางการเงินที่มั่นคงด้วยอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นที่ระดับต่ำเพียง 0.37 เท่า ซึ่งจะช่วยเสริมความคล่องตัวในการจัดสรรเงินลงทุนอย่างระมัดระวังเพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนและสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผู้ถือหุ้นในระยะยาว”
“สำหรับแนวโน้มในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 กลุ่มบริษัทมุ่งเน้นการรักษาความสามารถในการทำกำไร การเพิ่มกระแสเงินสดอิสระ และการยกระดับขีดความสามารถด้านดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการทำงานและสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันอย่างต่อเนื่อง” นายรานจัน กล่าวสรุป









