GPSC เผยกำไรสุทธิครึ่งแรกปี 2569 แตะ 3,538 ล้านบาท โต 12% รับอานิสงส์กลุ่มโรงไฟฟ้า IPP ฟื้นตัว และต้นทุนทางการเงินลดลง พร้อมเดินหน้ากลยุทธ์ 4S รุกนวัตกรรมพลังงานสะอาดรับดีมานด์ Data Center พร้อมประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในอัตรา 0.55 บาทต่อหุ้น

บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC แกนนำนวัตกรรมธุรกิจไฟฟ้ากลุ่ม ปตท. รายงานผลการดำเนินงานครึ่งแรกของปี 2569 มีกำไรสุทธิรวม 3,538 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยในไตรมาสที่ 2 ปี 2569 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 1,819 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 1 ปี 2569 สะท้อนถึงประสิทธิภาพในการบริหารจัดการโรงไฟฟ้าและความพร้อมในการจ่ายไฟฟ้าที่สูงขึ้นในกลุ่มโรงไฟฟ้าผู้ผลิตอิสระ (IPP) พร้อมประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในอัตรา 0.55 บาทต่อหุ้น เพื่อสร้างผลตอบแทนที่สม่ำเสมอให้แก่ผู้ถือหุ้น

ผลประกอบการที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาสที่ 2/2569 มีปัจจัยหลักมาจากกำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้นเป็น 5,775 ล้านบาท หรือเติบโต 18% จากไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจากการกลับมาดำเนินงานเต็มไตรมาสของโรงไฟฟ้าเก็คโค่-วัน หลังเสร็จสิ้นการซ่อมบำรุงตามแผนงาน รวมถึงการเรียกรับไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นของโรงไฟฟ้าห้วยเหาะและโรงไฟฟ้าโกลว์ ไอพีพี นอกจากนี้ ต้นทุนทางการเงินในครึ่งปีแรกยังลดลงเหลือ 2,245 ล้านบาท หรือลดลง 16% จากการชำระคืนเงินกู้ยืมและอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยที่ปรับตัวลดลง ขณะที่ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมในต่างประเทศ เช่น XPCL ใน สปป.ลาว และ AEPL ในอินเดีย ปรับตัวดีขึ้นตามปัจจัยฤดูกาลและปริมาณน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น

แม้จะเผชิญความท้าทายจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ส่งผลให้ราคาก๊าซธรรมชาติ (Pool Gas) และถ่านหินปรับตัวสูงขึ้นในไตรมาสที่ 2 แต่ความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด (Peak Demand) ของประเทศได้ปรับตัวสูงขึ้นแตะระดับ 36,759 เมกะวัตต์ ซึ่งใกล้เคียงกับสถิติสูงสุดของประเทศ สอดคล้องกับการขยายตัวของกลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล โดยเฉพาะความต้องการใช้ไฟฟ้าจาก Data Center และระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่มีมูลค่าคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนสูงถึง 1.12 ล้านล้านบาทในช่วงครึ่งปีแรก

ผู้บริหาร GPSC ระบุว่า “บริษัทฯ มุ่งมั่นขับเคลื่อนกลยุทธ์ 4S เพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขันและความยั่งยืน โดยให้ความสำคัญกับการสร้างความแข็งแกร่งในธุรกิจหลัก (Strengthen and Expand the Core) ควบคู่กับการขยายสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน (Scale-up Green Energy) ทั้งในและต่างประเทศ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการพลังงานสะอาดของกลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรมยุคใหม่และรองรับร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP) ฉบับใหม่ โดย GPSC ตั้งเป้าหมายก้าวสู่องค์กรที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี พ.ศ. 2593 พร้อมรักษามาตรฐาน ESG ในระดับสากลอย่างต่อเนื่อง”

ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 GPSC มีสินทรัพย์รวมทั้งสิ้น 260,118 ล้านบาท โดยมีอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 0.72 เท่า ซึ่งยังคงอยู่ในระดับที่แข็งแกร่งตามนโยบายทางการเงินของบริษัทฯ ปัจจุบันบริษัทฯ ยังอยู่ระหว่างการพัฒนาโครงการสำคัญ อาทิ โครงการหน่วยผลิตไฟฟ้าและไอน้ำจากกากน้ำมัน (ERU) ซึ่งมีความคืบหน้าการก่อสร้างร้อยละ 37.24 และคาดว่าจะส่งมอบได้ในปี 2572 เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานในระยะยาว

นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ครั้งที่ 9/2569 เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2569 ได้มีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสำหรับผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 ในอัตรา 0.55 บาทต่อหุ้น โดยแบ่งเป็น

  • เงินปันผล 0.26 บาทต่อหุ้น จ่ายจากกำไรสะสมที่เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลร้อยละ 20 (ผู้ถือหุ้นบุคคลธรรมดาได้รับเครดิตภาษีเงินปันผล)
  • เงินปันผล 0.29 บาทต่อหุ้น จ่ายจากกำไรสะสมส่วนที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องนำมาคำนวณเป็นรายได้เพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล

ทั้งนี้ บริษัทฯ กำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) ในวันที่ 19 สิงหาคม 2569 และกำหนดรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับปันผล (Record Date) ในวันที่ 20 สิงหาคม 2569 โดยมีกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569

#GPSC #หุ้นGPSC #GPSCgroup #AvaadaGroup #AEPL #Decarbonization #NetZero

- Advertisement -