ตลาดระยะสั้นรอบทสรุปสงคราม และภาคแรงงานสหรัฐฯ
คาด SET วันนี้ “แกว่งในกรอบ” ต้าน 1,620/1,627 จุด รับ 1,606/1,600 จุด
แม้ US Bond Yield 10 ปี +6 bps การเจรจาสหรัฐฯ – อิหร่านยังไม่สรุป และมีกระแสทางผันผวน ทำให้น้ำมันดิบ Brents ระยะสั้นขึ้นมา 82-83 เหรียญฯ (prev. 78-80) แต่ระดับดังกล่าวช่วย SET หนุนกลุ่ม Energy Security ฝั่ง De-escalation ยังประคองฟื้นได้ นอกจากนี้ คาดตลาดรอติดตามรายงานภาคแรงงานสหรัฐฯ ก.ค. 26 เพื่อประเมินความเสี่ยงเงินเฟ้อจากผลกระทบส่งผ่านราคาน้ำมัน ทั้งนี้ อิงสัญญาณชี้นำ prev. ชี้ไปในทางเปราะบาง อาทิ องค์ประกอบจ้างงานหดตัวของ ISM PMI, ผลสำรวจหางานง่าย-ยากต่ำสุดตั้งแต่ ก.พ. 21 ขณะที่สงครามผ่านจุดพีคไปแล้ว โดยรวมมองภาพ Bond Yield ช่วงถัดไปค่อยๆลดระดับ กอปรกับ โมเมนตัมกำไรตลาดหุ้นไทย 2Q26 เป็นบวก ดีกว่าคาด 6.5% ส่งผลให้คาดการณ์ EPS ปี 2026F ขยับขึ้นสู่ 102.1 บาท หากใช้กำไรระดับนี้คิดเป็น Current ERP ราว 3.82% > AVG. สัปดาห์หน้ายังมีแรงส่งการรายงานเพิ่มเติมฝั่งพลังงาน ปิโตรเคมีเด่น และ De-escalation หลายกลุ่มกระทบสงครามน้อยกว่าตลาดกังวล ประเมินตลาดประคองได้ โดยแนะนำวางกลยุทธ์ฝั่งซื้อ กรณีตลาดผันผวน
หุ้นธีมเด่น
1) หุ้น Energy Security PTT, TOP, SPRC, SCC
2) หุ้นธีมลงทุน ธนาคาร KBANK, KTB, BBL นิคม AMATA ไฟฟ้า (ตั้งรับ) GULF, GPSC, WHAUP, GUNKUL รับเหมา STECON, PYLON, INSET
3) อยู่ฝั่งซื้อหุ้นถูก Bond Yield ระยะสั้นกดดัน แต่สัปดาห์หน้ามีโอกาสคลายลง ไฟฟ้า เช่าซื้อ MTC, KTC, JMT x กลุ่ม Re-rating ภาพฟื้นตัวในอีก 12 เดือนข้างหน้า ท่องเที่ยว AWC, ERW การบิน AOT ร.พ. BDMS, BH ค้าปลีก CPALL, CRC
KSS Alpha Espresso Picks : PTT TOP (Energy Security) GPSC (ธีมลงทุน)
Key Factors:
(*/-) War: สงครามยังรอข้อสรุปสหรัฐฯ – อิหร่าน แต่มีกระแสผันผวน ทำให้ราคาน้ำมันดิบดีดสู่ 80-83 เหรียญฯ (prev. 78-80) แม้สร้างจิตวิทยาทางลบ US Bond Yield 10 ปีเร่งขึ้น +6 bps แต่เชิงกำไรยังเป็นกลาง-บวกอ่อนๆ ต่อ SET ดีต่อธีม Energy Security และหนุน De-escalation ประคองฟื้นได้
(*) US Labor: วันนี้ (7 ส.ค.) ตลาดรอติดตามภาคแรงงานสหรัฐฯประเมินความเสี่ยง Second-round effect ต่อเงินเฟ้อ ระยะสั้นคาดตลาดชะลอลงทุน แต่อิงรายงานชี้นำ prev. ไปในทางอ่อนแรง ทั้งองค์ประกอบจ้างงาน PMI (ISM), ผลสำรวจงานหาง่าย-ยาก ต่ำสุดตั้งแต่ ก.พ. 21 เราประเมินออกมาเป็นภาพเปราะบาง คาดจะลดกังวลวงจรดอกเบี้ย และ Bond Yield ลงหนุนสินทรัพย์เสี่ยงระยะถัดไป ประเมินกลยุทธ์อยู่ฝั่งซื้อ หุ้นที่ถูก Bond Yield ระยะสั้นกดดันที่มีโอกาสคลายลง ไฟฟ้า เช่าซื้อ MTC, KTC, JMT
(+) Fund Flows: ต่างชาติกลับมาซื้อหุ้นไทย +62.2 ล้านเหรียญฯ ครั้งแรกในรอบ 3-4 วัน vs ภูมิภาคเป็นการซื้อ ผสาน เงินบาทเช้านี้แข็งค่า 33.1 บาท จิตวิทยาบวก SET และหุ้น Large-Big Cap ธนาคารเด่น พลังงาน ปิโตรเคมี ไฟฟ้า ร.พ.
(*/+) SET Earnings: กำไรตลาด 2Q26 รายงานแล้ว 74 จาก 681 แห่ง (prev. 47) กำไรดีกว่าคาด 6.5% (prev. 6.6%) กำไรตลาดปี 2026F ขึ้นสู่ 102.1 บาท จิตวิทยาบวกต่อ SET หุ้นกำไรเด่นวานนี้ GPSC ADVANC SPVI PSL GULF (ดีตามคาด)
(*) To monitor : วันนี้-สัปดาห์หน้า ภายนอก 1) ยอดจ้างงานนอกภาคเกษตร ก.ค. 26 2) เงินเฟ้อ CPI สหรัฐฯ ก.ค. 26 ภายใน 3) กำไร 2Q26F บจ. หลายแห่งกำไรดี วันนี้ PTTGC, THANI, MRDIYT สัปดาห์หน้า WHAUP, JMT, IVL, DOHOME, INSET, BDMS, ICHI, PTT, TOP, MTC, SPRC, MOSHI, BH, CRC
Technical Focus 7 สิงหาคม 2569
คาดการณ์แนวโน้ม SET INDEX วันนี้ : “Sideway วางแนวต้านจำกัด 1,620 / 1,627 เน้นแนวรับ 1,606 / 1,600”
กราฟ SET ยังคงมีแรงขายทำกำไรกดดันต่อเนื่องตามแนวต้าน และปิดต่ำกว่าแนวเส้นค่าเฉลี่ย EMA 10,25 วัน ในขณะที่เครื่องมือทางเทคนิคส่วนใหญ่ยังมีสัญญาณทรงตัวถึงชะลอตัว อาทิ RSI = 50 , Modified stochastic ยังขยับลง (%K ตัด %D ลงต่อเนื่อง) และ MACD ที่ยังคงตัด Signal line ลง สำหรับ Volume ยังชะลอคัวลงต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5 วัน จึงให้น้ำหนัก SET ระยะสั้นเริ่มมีภาวะ SIDEWAY มากขึ้น จึงยังวางโซนแนวต้านจำกัดที่บริเวณ 1,620 / 1,627 จุด ตามลำดับ โดยวางโซนแนวรับจำกัดเช่นกันที่บริเวณ 1,606 / 1,600 จุด
คำแนะนำ :
1.) นักลงทุนระยะสั้น แนะนำ Selective buy จากมุมมองที่ Conservative มากขึ้น หลังได้แนะนำพิจารณา Lock กำไร ตามแนวต้าน
2.) นักลงทุนระยะกลางถึงยาว ยังเน้นถือลงทุน (แนะนำใช้ EMA 50 วันเป็นจุดลดความเสี่ยงสำหรับนักลงทุนระยะกลาง)
เก็งกำไร
- BBL เป้าหมาย 198.0 / 204.0 แนวรับ 194.0 จุดตัด 192.0
- BCH เป้าหมาย 11.70 / 12.30 แนวรับ 11.10 จุดตัดขาดทุน 10.70
- WHAUP เป้าหมาย 8.20 / 8.50 แนวรับ 7.70 จุดตัดขาดทุน 7.50
- GULF เป้าหมาย 68.50 / 70.00 แนวรับ 67.00 จุดตัดขาดทุน 66.00
Depositary Receipts (DR)
- NINTENDO23 เป้าหมาย 1.49 / 1.52 แนวรับ 1.40 จุดตัดขาดทุน 1.36
KSS Commodities Update – 07-ส.ค.-26
- น้ำมันดิบ Brent +3.83%DoD ปิดที่ US$ 82.49/barrel
- น้ำมันดิบ West Texas +2.75%DoD ปิดที่ US$ 77.29/barrel
- ถ่านหินล่วงหน้า Newcastle +0.35%DoD ปิดที่ US$ 129.75/ตัน
- ก๊าซธรรมชาติ NYMEX -1.79%DoD ปิดที่ US$2.64/MMBtu
- น้ำตาล +2.77%DoD ปิดที่ 15.57Cent/lb
- ถั่วเหลือง +0.26%DoD ปิดที่ 1177.75 Cent/bu
- น้ำมันปาล์ม -0.75%DoDปิดที่ 4500Myr/mt
- ยาง TOCOM +0.38%DoD ปิดที่ 420.9JPY/kg
- เหล็กเส้น 0.00%DoD ปิดที่ 462 CNY/MT
- ดัชนีค่าระวางเรือ BDI -0.20% ปิดที่ 3057 จุด
- ราคาแร่เงิน -0.82% ปิดที่ 61.5416 US$/Oz
- ราคาทองคำ -0.17% ปิดที่ 4239.42 US$/Oz
- ราคาบิทคอย -0.61% ปิดที่ 64392.59 USD









