ทิศทางตลาดหุ้นวันนี้ ( รักพงศ์ ไชยศุภรากุล เลขทะเบียนฯ: 19838)

ไซด์เวย์ / บวกแคบๆ… ติดต่อตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯ คืนนี้

เมื่อวานนี้ ตลาดหุ้นไทยแข็งแกร่งกว่าที่เราประเมิน… ดัชนีฯ ปิดบวก 0.30% ตามแรงหนุนจาก i) ฟันด์โฟลว์พลิกกลับมาซื้อสุทธิอีกครั้ง หลังขายสุทธินักไปเมื่อวันที่ 5 ส.ค. ดังเห็นได้จากการฟื้นตัวของราคาหุ้นตัวหลักๆ ในกลุ่มธนาคารฯ สะท้อนมุมมองบวกต่อเศรษฐกิจและวัฏจักรลงทุนภาคเอกชน ii) เริ่มเห็นแรงเก็งกำไรปันผลระหว่างกาลในหุ้นตัวใหญ่ที่จ่ายปันผลน่าสนใจ เช่น ADVANC* และ PTT* เป็นต้น

ฝ่ายวิจัยฯ ประเมิน SET Index วันศุกร์ ไซด์เวย์ / บวกกรอบแคบๆ… ปัจจัยการลงทุนวันนี้ ได้แก่ i) ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับลงเล็กน้อย สะท้อนประเด็นข่าวในตะวันออกกลางที่เป็นลบมากขึ้น หลังจากอิหร่านและโอมานเห็นควรให้เก็บค่าผ่านทาง (transit fee) ในอัตรา 5-20% กับเรือที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ii) นักลงทุนส่วนหนึ่งรอดูตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯ ก.ค. ที่จะออกมาในคืนวันนี้… หากตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรออกมาต่ำกว่า consensus คาดที่ 8 หมื่นตำแหน่ง น่าจะกดดันให้สกุลเงินดอลลาร์ฯ และบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ปรับลดลง

ด้านปัจจัยภายในประเทศ… เมื่อวานนี้ รองนายกฯ ศุภจี ชี้ว่า ครม. จะยังไม่นำมาตรการ ‘ไทยเที่ยวไทยพลัส’ เข้าสู่การพิจารณา เนื่องจากต้องดูเรื่องความคุ้มค่า และกระตุ้นเศรษฐกิจตรงจุด รวมทั้งข้อจำกัดของงบประมาณด้วย อย่างไรก็ดี ฝ่ายวิจัยฯ เชื่อว่าในที่สุดแล้ว รัฐบาลน่าจะอนุมัติมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ ดังนั้น หากหุ้นท่องเที่ยวปรับลงตามข่าว น่าจะเป็นจังหวะเข้าสะสม

หุ้นเด่นวันนี้ ตามปัจจัยพื้นฐาน ( สุโชติ ถิรวรรณรัตน์ เลขทะเบียนฯ: 28668)

ซื้ออ่อนตัว EPG / เก็งกำไร CPAXT, BBGI

EPG (เป้าพื้นฐาน 8.7 บาท) 1) ประเมินแนวโน้มราคาหุ้นสร้างฐานในกรอบ Sideway แนะนำ “ซื้ออ่อนตัว” ประเมินแนวรับ 5.9 บาท และ 5.8 บาท / แนวต้าน 6.25 – 6.5 บาท กรณีฟื้นตัวผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ ประเมินแนวต้านถัดไป 6.7 – 7.0 บาท (Stop loss 5.5 บาท) 2) ประเมิน 3 ธุรกิจหลักปีนี้จะกลับมาโต + ฟื้น พร้อมๆกัน คาดแนวโน้มผลการดำเนินงานธุรกิจฉนวนฯรับอานิสงส์การเร่งก่อสร้าง Data center และขยายกำลังการผลิต Semiconductor ทั่วโลก (ยอดขายฉนวนฯของ EPG 75% อยู่ต่างประเทศ) / ธุรกิจชิ้นส่วนยานยนต์ไม่เป็นตัวถ่วง ผลขาดทุนจาก บ.ลูกที่ออสเตรเลียลดลง / ธุรกิจบรรจุภัณฑ์กลับมาโต อัตราการใช้กำลังการผลิตฟื้นตัวเต็มที่ ขณะที่คาดแนวโน้มกำไร FY1Q70 (เม.ย.-มิ.ย.) จะโตเด่น YoY QoQ แม้มีภาวะสงคราม 3) Valuation ยังมี Upside Forward PE 11.5 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยที่ +/-16 เท่า

CPAXT (เป้าพื้นฐาน 16 บาท) 1) ประเมินราคาหุ้นสร้างฐาน / กราฟรายสัปดาห์ MACD RSI ฟื้นตัวก่อนราคา (Bullish divergence) ประเมินแนวรับ 14.9 บาท / แนวต้าน 15.3 – 15.5 บาท กรณี Break ผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ประเมินแนวต้านถัดไป 16.2 – 16.5 บาท (Stop loss 14.7 บาท) 2) ประเมินราคาหุ้น Underperform สะท้อนปัจจัยลบไปพอสมควรแล้ว ขณะที่เศรษฐกิจในประเทศเริ่มฟื้นตัว เราประเมินผลการดำเนินงานจะเริ่มฟื้นตัวใน 2H69 ตามความเชื่อมั่นผู้บริโภคและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศ รวมถึงการท่องเที่ยวที่คาดว่าจะฟื้นตัวใน 4Q69 (+ รายได้ธุรกิจ Horeca) ขณะที่สถานการณ์สงครามตระวันออกกลางเริ่มผ่อนคลาย ลดแรงกดดันเรื่องภาวะเงินเฟ้อจากราคาน้ำมัน (+ กำลังซื้อผู้บริโภค) 3) Valuation ถูก PBV 0.52 เท่า Forward PE 16.7 เท่า (ต่ำกว่า -1SD ที่ +/-20 เท่า)

BBGI (เป้าพื้นฐาน 7.5 บาท) 1) ประเมินราคาหุ้น Sideway up ทำจุดสูงใหม่ / กราฟรายสัปดาห์ Rounding bottom ประเมินแนวรับ 5.4 บาท / แนวต้าน 5.70 – 5.85 บาท กรณี Break ผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ประเมินแนวต้านถัดไป +/- 6.25 บาท (Trailing stop 4.92 บาท) 2) ผลการดำเนินงานดีเกินคาด น้ำมัน SAF ปัจจัยหนุนกำไรใหม่ รายงานกำไร 2Q69 ดีกว่าคาด จากธุรกิจไบโอดีเซล และการเริ่มผลิตน้ำมัน SAF ที่เริ่มผลิตแล้วกำไรดีเกินคาด ฝ่ายวิจัยฯปรับประมาณการกำไรของธุรกิจ SAF ขึ้นเป็นปัจจัยหนุนกำไร 3Q69 ให้โตต่อ 3) Valuation ยังไม่แพง Forward PE บนประมาณการฯใหม่ต่ำเพียง 5.3 เท่า (-2 SD) Dividend yield ปีนี้คาด +/-8% PBV 0.8 เท่า

หุ้นมีข่าว

(+) GULF* กำไร 1.2 หมื่นล้าน! AIS จัดหนักปันผล 8.69 บ. ‘ไทยคม’ ฟื้นตัว เปลี่ยนชื่อใหม่เป็น ‘กัลฟ์ สเปซ เทคโนโลยี’ (ข่าวหุ้น) GULF โชว์แกร่ง! ไตรมาส 2/69 กำไรสุทธิ 1.24 หมื่นล้านบาท รับแรงหนุนธุรกิจพลังงาน-ส่วนแบ่งกำไร ADVANC เดินหน้าลุยลงทุนโรงไฟฟ้าใหม่ พลังงานหมุนเวียนและธุรกิจดิจิทัล ดันเป้ารายได้ปี 69 โต 12-15% ด้าน AIS กำไร Q2/69 พุ่ง 25% แตะ 13,716 ล้านบาท สูงกว่าคาด รับแรงหนุนธุรกิจมือถือโต ลูกค้า 5G เพิ่มเป็น 19.7 ล้านเลขหมาย เน็ตบ้านโต 7.9% ปันผลระหว่างกาล 8.69 บาท ด้าน “ไทยคม” ขาดทุนลดเหลือ 87 ล้านบาท เปลี่ยนชื่อใหม่เป็น “กัลฟ์ สเปซ เทคโนโลยี” หรือ GST

(-) ผวาหนี้ ‘เอสเอ็มอี’ ทะลัก 70% จี้รัฐเร่งแก้ก่อนพังทั้งระบบ (กรุงเทพธุรกิจ) “สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย” กางตัวเลขวิกฤตหนี้เอสเอ็มอีไตรมาส 2 พบสัญญาณอันตราย ธุรกิจกว่า 70.5% อยู่ในภาวะเปราะบาง รายได้พอแค่จ่ายหนี้แต่ไร้เงินทุนขยายกิจการ ขณะที่กลุ่มขาดทุนต่อเนื่องต้องพึ่งหนี้ใหม่พุ่งสูงขึ้น จี้รัฐบาลหยุด “ทอล์กโชว์” สู่ “แอคชัน โชว์” เสนอโรดแมป “5 ก.” ปฏิรูปกฎหมาย-เกณฑ์สินเชื่อ-ตัดตอนหนี้นอกระบบหวั่นกระทบจ้างงาน 70% ของประเทศ

(0) ปรับแผนรับดาต้าเซ็นเตอร์ (ไทยโพสต์) บีโอไอเร่งเครื่องผุดเกณฑ์ คัดกรองเข้มการใช้น้ำ-ไฟ บีโอไอพร้อมรับลูกมติ ครม. ที่เห็นชอบ “ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์” ทบทวนเพื่อคัดกรอง Data Center เข้มข้นด้านการใช้พลังงาน-น้ำ และดูแลสิ่งแวดล้อมไม่ให้กระทบต่อชุมชนและภาคส่วนอื่นๆ

(+) MEDEZE ตอกย้ำผู้นำธนาคารเซลล์ มาตรฐานระดับสากล รายแรก-รายเดียวในประเทศไทย (ข่าวหุ้น) MEDEZE ย้ำความเป็นหนึ่งด้านธนาคารจัดเก็บสเต็มเซลล์ ครบทั้งใบอนุญาตจากกระทรวงสาธารณสุข, ใบอนุญาตผลิตยาแผนปัจจุบัน (แบบ ผ.ย.2), Cell Bank, AABB, ISO และงานวิจัย รับรองมาตรฐานระดับสากลและเป็นรายแรกและรายเดียวที่ผ่านมาตรฐานธนาคารเซลล์เป็นแห่งแรกในประเทศไทย

หุ้นที่เคยแนะนำก่อนหน้า

  • หุ้นที่แนะนำ “Let profit run” โดยกำหนดจุดล็อคกำไร Trailing stop: KBANK* (Trailing stop 244 บาท) KTB* (Trailing stop 43.5 บาท) ADVICE (Trailing stop 7.05 บาท)
  • MOSHI* (เป้าพื้นฐาน 44 บาท) แนวรับ 41.5 บาท / แนวต้าน 43 – 45 บาท (Trailing stop 40.25 บาท)
  • MTC* (เป้าพื้นฐาน 34.5 บาท) แนวรับ 34.5 บาท / แนวต้าน 35.75 – 37 บาท (Stop loss 33.75 บาท)
  • SAWAD* (เป้าพื้นฐาน 26 บาท) แนวรับ 24.9 บาท / แนวต้าน 26.25 – 27.5 บาท (Stop loss 24.5 บาท)
  • GULF* (เป้าพื้นฐาน 70 บาท) แนวรับ 66.5 บาท / แนวต้าน 68.5 – 70 บาท (Stop loss 65 บาท)
  • DITTO (เป้าพื้นฐาน 26 บาท) แนวรับ 15.2 บาท / แนวต้าน 16.3 – 16.8 บาท (Stop loss 15.2 บาท)
  • STA* (เป้า Consensus 21.9 บาท) แนวรับ 18.3 บาท / แนวต้าน 19.0 – 19.3 บาท (Stop loss 18.3 บาท)
  • BEM* (เป้าพื้นฐาน 7.6 บาท) แนวรับ 6.85 บาท / แนวต้าน 7.1 – 7.2 บาท (Stop loss 6.6 บาท)
  • CENTEL* (เป้าพื้นฐาน 44 บาท) แนวรับ 38 บาท / แนวต้าน 40.5 – 42 บาท (Stop loss 38 บาท)
  • OSP* (เป้าพื้นฐาน 19.1 บาท) แนวรับ 17.3 บาท / แนวต้าน 17.8 – 18.0 บาท (Stop loss 17.2 บาท)
  • CPN* (เป้าพื้นฐาน 78 บาท) แนวรับ 68.25 บาท / แนวต้าน 69.75 – 70.5 บาท (Stop loss 66.75 บาท)
Report ตามปัจจัยพื้นฐานวันนี้
  • EPG แนะนำ “ซื้อ” เป้าพื้นฐาน 8.7 บาท ฝ่ายวิจัยฯ initiate coverage หุ้น EPG ด้วยคำแนะนำ “ซื้อ” ประเด็นสำคัญการลงทุน i) 3 ธุรกิจหลักกลับมาโตพร้อมกัน โดยธุรกิจฉนวนฯ (รับกระแสการก่อสร้าง Data center + ขยายกำลังการผลิต Semiconductor) ธุรกิจชิ้นส่วนยานยนต์ฟื้นตัว คาดการตั้งสำรองฯ ธุรกิจ JV ที่แอฟริกาทดอยลดลง และอัตรากำไรธุรกิจบรรจุภัณฑ์ฟื้นตัว ตาม U-rate ii) Valuation ยังไม่แพง EV/EBITDA PE ยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยฯ iii) สถานะการเงินแข็งแกร่ง DE ต่ำ
  • STECON แนะนำ “ซื้อ” เป้าพื้นฐาน 20.5 บาท* ฝ่ายวิจัยฯ คาดกำไร 2Q69 = 892 ล้านบาท (+74% YoY +154% QoQ) โดยมีกำไรจากเงินปันผล GULF* เข้ามาหนุนกำไร อย่างไรก็ดีหากพิจารณาเฉพาะกำไรปกติคาดเติบโต +25% YoY +25% QoQ ยังคงประมาณการฯและคำแนะนำ “ซื้อ”
  • ADVANC แนะนำ “ซื้อ” เป้าพื้นฐาน 425 บาท* รายงานกำไร 2Q69 = 1.37 หมื่นล้านบาท (+2% QoQ +25% YoY) เป็นไปตามคาด และคาดแนวโน้มผลการดำเนินงานจะดีต่อเนื่องใน 2H69 ปรับไปใช้เป้าหมายปีหน้าที่ 425 บาท (เดิม 421 บาท) ยังคงประมาณการฯ และคงคำแนะนำ “ซื้อ”
  • GPSC แนะนำ “ซื้อ” เป้าพื้นฐาน 60 บาท* รายงานกำไร 2Q69 = 1.8 พันล้านบาท (+6% QoQ -10% YoY) เป็นไปตามคาด อย่างไรก็ดีคาดแนวโน้มผลการดำเนินงานจะชะลอลงใน 3Q69 (Low season) แต่ยังคงมุมมองบวกต่อแผน PDP ใหม่ การขยายตัวของ Data center ยังคงประมาณการฯ และคงคำแนะนำ “ซื้อ”
  • GULF แนะนำ “ซื้อ” เป้าพื้นฐาน 78 บาท* รายงานกำไรปกติ 2Q69 = 1.04 หมื่นล้านบาท (+47% YoY +12% QoQ) ต่ำคาด -9% อย่างไรก็ดีคาดแนวโน้มผลการดำเนินงานจะฟื้นตัวใน 2H69 จากกำลังการผลิตไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นและกำไรจาก ADVANC* ปรับไปใช้เป้าหมายปีหน้าที่ 78 บาท (เดิม 70 บาท) ยังคงประมาณการฯ และคงคำแนะนำ “ซื้อ”
  • SISB แนะนำ “ถือ” เป้าพื้นฐาน 10.5 บาท ฝ่ายวิจัยฯ คาดกำไร 2Q69 = 201 ล้านบาท (-10% YoY -6.7% QoQ) โดยกำไรที่คาดชะลอลงเป็นผลจากปัจจัยเศรษฐกิจและจำนวนนักเรียนที่ลดลง ฝ่ายวิจัยฯปรับลดประมาณการลง และปรับลดราคาเป้าหมายลงเป็น 10.5 บาท (เดิม 11 บาท) ยังคงแนะนำ “ถือ”
  • AU แนะนำ “ถือ” เป้าพื้นฐาน 4.6 บาท ฝ่ายวิจัยฯ คาดกำไร 2Q69 = 50 ล้านบาท (-4% YoY -6% QoQ) โดยคาดรายได้ยังเติบโต แต่อัตรากำไรชะลอลง อย่างไรก็ดีคาดแนวโน้มผลการดำเนินงานจะฟื้นตัวใน 2H69 ตามการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว ยังคงประมาณการฯ และคำแนะนำ “ถือ”

หมายเหตุ: 1. *บริษัทอาจเป็นผู้ออกใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์บนหลักทรัพย์นี้ / 2. เป้าพื้นฐาน หมายถึง ราคาเป้าหมายเชิงพื้นฐาน (Forecasted 12M Target price) ที่อ้างอิงจากบทวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานฉบับล่าสุดของฝ่ายวิจัยฯ / 3. เป้า Consensus หมายถึง ค่าเฉลี่ยของราคาเป้าหมายเชิงพื้นฐานที่จัดทำโดย Bloomberg consensus หรือ IAA Consensus

- Advertisement -