ออกข้างรอ Nonfarm และ ติดตามน้ำมัน // 1,610–1,620

คาด SET Index แกว่งตัว Sideways :ระหว่างที่รอจับตาตัวเลข Nonfarm Payroll ในคืนนี้ และความคืบหน้าการเจรจาระหว่างสหรัฐ และอิหร่าน ขณะที่รอลุ้นการประกาศปรับดัชนี MSCI ในสัปดาห์หน้า

กลยุทธ์การลงทุน

1) เก็งงบใน 2Q69: ADVANC, AMATA, BH, CPALL, ERW, KCE, MRDIYT, MTC, PR9, SAWAD, STECON, TIDLOR, COCOCO, CHG

2) พลังงานและโรงกลั่น : SPRC, IVL, PTTGC, IRPC

3) Thailand Focus: PTT, PTTEP, GULF, ADVANC, AOT, BBL, BDMS, BTS, SCB, BJC, SCC

4) Selective : KKP, PT, TACC, SMT, ASW

  • ตลาดรอจับตา Nonfarm อย่าลืมติดตามน้ำมัน: คาดตลาดแกว่งตัวออกข้างรอจับตาตัวเลข Nonfarm Payrolls สหรัฐฯ เดือน ก.ค.69 ในคืนนี้ คาดออกมาเพิ่มขึ้น 8.8 หมื่นตำแหน่ง ซึ่งหากออกมาตามคาดจะเป็นการเร่งตัวขึ้นจากเดือนก่อนที่ 5.7หมื่นตำแหน่ง แต่ตัวเลขดังกล่าวยังอยู่ต่ำกว่าตัวเลขในเดือน มี.ค.-พ.ค.69 ที่อยู่เหนือระดับ 1 แสนตำแหน่ง จึงสะท้อนภาพการฟื้นตัวของตลาดแรงงานสหรัฐแบบค่อยเป็นค่อยไป มองตัวเลขดังกล่าวจะช่วยลดแรงกดดันของภาพเงินเฟ้อ และ ลดความน่าจะเป็นที่เฟดจะอิงทิศทางนโยบายในเชิง Hawkish สอดคล้องกับภาพ Fedwatch Tool ที่สะท้อนว่าปีนี้ตลาดมองเฟดจะคงระดับอัตราดอกเบี้ยที่ระดับปัจจุบัน คือ 3.5-3.75% และจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก 25 bps ในรอบการประชุมเดือน มี.ค.70 เราแนะนำจับตาทิศทางราคาน้ำมัน เนื่องจากหากราคาน้ำมันยังอยู่ในระดับสูง กล่าวคือ ยังไม่กลับไปสู่ระดับก่อนสงคราม(WTI ที่ 65-75 ดอลลาร์) ยังมีความเป็นไปได้ที่เฟดจะกลับมาอิงทาง Hawkish อีก จึงต้องจับตาการเจรจาระหว่างสหรัฐ และ อิหร่านอย่างใกล้ชิด ในเช้านี้ราคาน้ำมันดิบ WTI อยู่ที่ 78 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หนุนหุ้นกลุ่มพลังงาน และ โรงกลั่น

  • ลุ้น MSCI และ Thailand Focus หนุนไทย : MSCI จะประกาศปรับน้ำหนักดัชนีในเช้าวันที่ 13 ส.ค. มองหากมีการเพิ่มน้ำหนักหุ้นไทยจะเป็นบวกต่อภาพรวมการลงทุน นอกจากนี้เริ่มเข้าใกล้ช่วงการจัดงานโรดโชว์ Thailand Focus ในวันที่ 26-28 ส.ค. จึงมองเป็นอีกแรงหนุนการเข้าสะสมหุ้น Big Cap เบื้องต้นบจ.ที่แจ้งเข้าร่วมงาน ได้แก่ PTT PTTEP GULF ADVANC AOT BDMS BTS SCB BJC และ BBL

  • ปัจจัยอื่นๆที่น่าติดตามในสัปดาห์หน้า : TH- โค้งสุดท้ายของการประกาศงบ 2Q69, US-Existing Home Sales (Jul)/ CPI+Core CPI(Jul)/ PPI+Core PPI(Jul)/ Core Retail Sales (Jul), CN-New Loans (Jul), EU- Industrial Production (Jun)/ GDP (Q2: 2nd Preliminary)

+ ปัจจัยเพิ่มเติม –

  • (+) ม.หอการค้าไทย เปิดเผยถึงผลสำรวจทัศนคติและพฤติกรรมการใช้จ่ายของประชาชนในช่วงวันแม่ ประจำปี 2569 ว่า คาดว่าจะมีเงินสะพัด 11,139 ล้านบาท มีมูลค่าสูงสุดในรอบ 7 ปี

  • (+) กกพ.เปิดรับฟังความคิดเห็นการเก็บค่าไฟฟ้าขั้นบันได โดยผู้ที่ใช้ไฟฟ้าเกิน 200 หน่วยจะโดนเก็บค่าไฟสาธารณะเพิ่มเติม ส่วนผู้ที่ใช้ไฟเกิน 400 หน่วย จะถูกคิดราคาไฟฟ้าที่ 4.358 บาทต่อหน่วยส่วนผู้ที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 200 หน่วย จะได้ใช้ไฟฟ้าที่ 3 บาทต่อหน่วยตามแผนเดิม มองมาตรการดังกล่าวเป็นบวกต่อกำลังซื้อของประชาชนที่มีรายได้ต่ำ

  • (+) กระทรวงคมนาคมเผยคาดการณ์ ปริมาณเที่ยวบินในปีงบประมาณ 69 (ต.ค.68- ก.ย.69) ที่ 9.19 แสนเที่ยว ขยายตัว 1.64%y-y สะท้อนภาพเชิงบวกในภาพการท่องเที่ยว และ กิจกรรมทางเศรษฐกิจ

Picks of the day

CHG (BUY)

  • เป้าหมาย 1.68 / 1.73 แนวรับ 1.57 / 1.60
  • แนวโน้มกำไรหลัก 2Q69E ขยายตัวดีกว่าอุตสาหกรรม: โดยคาดว่ากำไรหลัก 2Q69E จะรายงานอัตราการเติบโต High single digit สูงที่สุดในกลุ่ม เทียบฐานที่ต่ำในช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยปัจจัยสนับสนุนในเชิง y-y จะมาจากรายได้คนไข้ประกันสังคม ซึ่งการรักษาโรคมีความซับซ้อนมากขึ้นขณะที่ q-q อ่อนตัวตามปัจจัยฤดูกาล
  • ผู้ได้รับประโยชน์หากมีการปรับเพิ่มอัตราการเบิกจ่าย: เนื่องจากเป็นโรงพยาบาลที่มีสัดส่วนรายได้ประกันสังคมราว 30% ทั้งนี้ จะต้องรอการพิจารณาจากคณะอนุกรรมการในครึ่งปีหลังถึงแผนการปรับขึ้นอัตราการเบิกจ่าย หากได้รับการอนุมัติคาดจะเป็นปัจจัยหนุนต่อรายได้ และอัตรากำไร นอกจากนี้ ยังมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลราว 4% ทำให้หุ้นมีความน่าสนใจทั้งมิติของการเติบโต และการสร้างรายได้จากเงินปันผล

KKP (BUY)

  • เป้าหมาย 119.20 / 125.00 แนวรับ 110.00 / 113.00
  • มูลค่าการซื้อขายใน SET 3Q69 เติบโตอย่างมาก: มูลค่าการซื้อขายใน 3Q69 อยู่ที่ 86 พันลบ./วัน เพิ่มสูงขึ้นจาก 2Q69 ที่มีมูลค่าการซื้อขาย 69 พันลบ./วัน ถึง 28.7% q-q นอกจากนี้ บล.ภัทร ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ KKP ยังสามารถรักษาส่วนแบ่งตลาดค่านายหน้าอันดับ 1 ได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะทำให้รายได้ค่าธรรมเนียมเติบโตได้ต่อ
  • ดัชนีราคารถมือสองปรับตัวขึ้น : ดัชนีราคารถยนต์มือ 2 ในเดือน พ.ค. ปรับเพิ่มเป็น 75.15 เพิ่มขึ้นจากเดือน เม.ย. ที่อยู่ที่ 72.75 ซึ่งทำให้ผลขาดทุนจากการขายรถยึดยังมีแนวโน้มลดลงได้ต่อ โดย KKP สามารถลดผลขาดทุนจากการขายรถยึดจาก 331 ลบ. ใน 1Q69 ลงมาได้เหลือ 283 ลบ. ใน 2Q69
- Advertisement -