บล.ฟิลลิป:

สเตคอน กรุ๊ป – STECON STECON TB)

คาดกำไร 2Q69 โดดเด่นสุดในปี

Key Point

2Q69 คาดกำไร 896 ลบ. สูงขึ้น y-y และ q-q โดดเด่น เป็นระดับสูงสุดในปีนี้ จากรับปันผล GULF เข้ามากกว่า 736 ลบ. หากมองกำไรปกติ (ไม่รวมปันผล) สูงขึ้นทั้ง y-y และ q-q จากรายได้ก่อสร้างเข้ามามากขึ้น และ SG&A กลับมาอยู่ระดับปกติ ส่วนต้นทุนคาดกระทบเล็กน้อยควบคุมได้ไม่ต่ำกว่าเป้าที่ GPM 7.0% ทำให้ภาพรวมยังเป็นไปตามแผน เราเชื่อว่าตลาดจะให้ Premium ซื้อขาย P/BV ที่สูงขึ้นจากบริษัทเริ่มเข้าสู่วัฏจักรขยายการลงทุน

2Q69 คาดกำไรเติบโตโดดเด่น y-y และ q-q

คาดกำไร 896 ลบ. +75.0%y-y +155.4%q-q โดยหลักมาจากรับปันผลจาก GULF เข้ามาถึง 736 ลบ. และธุรกิจก่อสร้างทำได้ดีขึ้น โดยมีกำไรปกติ (ไม่รวมปันผล) 234 ลบ. สูงขึ้นทั้ง y-y และ q-q โดยมีรายได้ก่อสร้าง 9.2 พันลบ. +5.2%y-y +27.1%q-q เข้ามาสูงขึ้นจากงานประเภทอาคารเป็นหลัก ทำให้ Product Mix ดีขึ้น และบริษัทสามารถควบคุมต้นทุนได้ดีแม้ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ยังรักษาระดับ GPM ได้ตามเป้าไม่ต่ำกว่า 7.0% โดยเราคาดไว้ที่ 7.1-7.2% ภาพรวมต้นทุนเข้ามากดดันเพียงเล็กน้อยในขณะที่สามารถควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดีขึ้นกลับมาสู่ระดับปกติ จากที่ได้ตั้งค่าใช้จ่ายพนักงานไปในไตรมาสแรก SG&A to sale 3.3% ลดลง y-y และ q-q ยังมีส่วนแบ่งขาดทุนใกล้เคียงไตรมาสแรกจากโครงการอู่ตะเภาและอยู่ระหว่างก่อสร้างคอนโด JV

1H69 คาดกำไร +46.1%y-y

1H69 กำไร 1,247 ลบ. +46.1%y-y เติบโตจากรายได้หลัก 16,545 ลบ. +8.0%y-y ระดับ GPM ±7.5% ใกล้เคียงปีก่อน และรับปันผลจาก GULF เข้ามามากขึ้น ภาพรวมยังเป็นไปตามแผน

มองกำไร 2Q69 เป็นระดับสูงสุดในปี

ผลประกอบการ 2Q69 โดดเด่น เหมาะกับการเก็งกำไรรับผลประกอบการ มองเป็นระดับกำไรที่สูงสุดในปีนี้ ในส่วนของครึ่งปีหลังรายได้ก่อสร้างยังเห็นทิศทางที่ดีขึ้นเข้ามามากกว่าครึ่งปีแรก แต่จะไม่มีปันผลหรือรายได้อื่นๆเข้ามาเหมือนในช่วงไตรมาสสอง บริษัทยังคงเป้ารายได้ทั้งปีที่ 3.5 หมื่นลบ. เป้างานใหม่ 50,000 ลบ. ซึ่งหากทำได้ตามเป้า จะยังสามารถคงระดับ Backlog ได้สูงกว่า 1.0 แสนลบ. ตามเป้าหมายได้อย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันได้เริ่มขยายไปยังธุรกิจใหม่ๆเพื่อสร้างรายได้ประจำลดความผันผวนจากธุรกิจรับเหมาก่อสร้างที่มีลักษณะเป็นวัฏจักร โดยเป็นธุรกิจน้ำอุตสาหกรรม ซึ่งปัจจุบันกลุ่มธุรกิจนี้มี GPM ราว 10-11% สูงกว่าธุรกิจก่อสร้าง แม้ปัจจุบันสัดส่วนรายได้ยังน้อยอยู่ แต่ช่วยให้สร้างโอกาสของบริษัทเติบโตควบคู่ไปกับโครงการก่อสร้างพื้นฐานภาครัฐและอุตสาหกรรมใหม่ๆที่เข้ามาใช้ทรัพยากรมากขึ้น

เข้าสู่วัฏจักรขยายการลงทุน

บริษัทเริ่มเข้าสู่วัฏจักรขยายการลงทุน ซึ่งได้เปิดวงเงินหุ้นกู้รองรับกว่า 2.0 หมื่นลบ. Book value per share มีแนวโน้มสูงขึ้นในอนาคต และปัจจัยอุตสาหกรรมด้านการเมืองที่เสถียรขึ้น เราเชื่อว่าตลาดจะให้ premium ต่อราคาหุ้นมากขึ้น ปรับ P/BV เพิ่มเป็น 1.4 เท่า (ปัจจุบันซื้อขายที่ 1.3 เท่า) และมีปรับกำไรปี 69 ขึ้น 6% มาที่ 1,756 ลบ. -10.3%y-y จาก GPM ที่ดีกว่าคาดเดิม ปรับราคาพื้นฐานขึ้นเป็น 19.40 บาท ปรับคำแนะนำขึ้นเป็น “ทยอยซื้อ”

- Advertisement -