บล.ฟิลลิป:

OR 2Q69 ขาดทุนจากสต็อกน้ำมัน

ซื้อ TP’69: 14.50

2Q69 ออกมาขาดทุน -1,775 ลบ. ลดลงทั้ง q-q และ y-y จากผลขาดทุนสต็อกน้ำมัน หลังจากราคาน้ำมันโลกปรับตัวลงแรงในช่วงปลายไตรมาสจากสถานการณ์สงครามที่คลี่คลาย อย่างไรก็ตามสำหรับการลงทุนระยะยาว เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” หรือเข้าสะสมเมื่อราคาอ่อนตัว เนื่องจากราคาหุ้นได้สะท้อนปัจจัยลบไประดับหนึ่ง และการขาดทุนสต็อกน้ำมันเป็นผลกระทบชั่วคราวจากความผันผวนของราคาน้ำมัน

งบรวม 2Q69 1Q69 2Q68 % y-y % q-q 6M69 6M68 % y-y
กำไร -1,775 2,415 2,232 N.A. N.A. 640 6,611 -90
EPS -0.15 0.20 0.19 N.A. N.A. 0.05 0.55 -90
หมายเหตุ: กำไร = ล้านบาท, EPS = บาท
  • 2Q69 ขาดทุนจากสต็อกน้ำมัน: งบ 2Q69 ออกมาขาดทุน -1,775 ลบ. ลดลง q-q, y-y เนื่องจากได้รับผลจากการขาดทุนสต็อกน้ำมัน ตามราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับตัวลงแรงช่วงปลายไตรมาส ตามภาวะสงครามที่คลี่คลายมากขึ้น ส่งผลให้กำไรต่อลิตรลดลงจาก 1.10 บาทต่อลิตร เหลือ 0.24 บาทต่อลิตร และในส่วนของ EBITDA ธุรกิจน้ำมันพลิกเป็นติดลบ -1,249 ลบ. เทียบกับกำไร 4,740 ลบ. ใน 1Q69 ด้านธุรกิจ Lifestyle ยังทำผลดำเนินงานได้ดี โดยยอดขาย Café Amazon เพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็น 117 ล้านแก้ว หรือเพิ่มขึ้น 5 ล้านแก้วจาก 1Q69 สำหรับธุรกิจ Global ได้รับแรงกดดันจากขาดทุนสต็อกน้ำมัน รวมถึงรายได้ในกัมพูชาลดลงจากสถานการณ์ความขัดแย้งไทยและกัมพูชา โดยรวมจากผลขาดทุนสต็อกน้ำมันทำให้ผลประกอบการออกมาขาดทุนใน 2Q69
  • ระยะสั้นยังกดดัน: เราคาดว่าผลขาดทุนจะกดดันราคาหุ้นในระยะสั้น และมีโอกาสที่จะปรับลดประมาณการกำไร หากการฟื้นตัวช้ากว่าคาด อย่างไรก็ตามสำหรับระยะยาว เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” หรือเข้าสะสมเมื่อราคาอ่อนตัว เนื่องจากราคาหุ้นได้สะท้อนปัจจัยลบไปแล้วระดับหนึ่ง ขณะที่การขาดทุนสต็อกน้ำมันเป็นผลกระทบจากความผันผวนของราคาน้ำมันชั่วคราวในช่วงสั้น
- Advertisement -