ทิศทางตลาดหุ้นวันนี้ (รักพงศ์ ไชยศุภรากุล เลขทะเบียนฯ: 19838)

ไซด์เวย์ต่อ… ปัจจัยต่างประเทศยังไม่ชัดเจน

เมื่อวันศุกร์ที่แล้ว ตลาดหุ้นไทยผันผวนตลอดทั้งวัน ก่อนปิดลบเล็กน้อย (ใกล้เคียงที่คาด)… ดัชนีฯ ปิดลบ 0.16% เนื่องจาก i) ฟันด์โฟลว์ต่างชาติเหวี่ยงไปมาตลอดสัปดาห์ที่แล้ว และวันศุกร์กลับมาขายสุทธิค่อนข้างหนักอีกครั้ง หลังจากกระแสการรีบาวด์ของหุ้นเทคโนโลยีทั่วโลก เหมือนจะดันให้เงินหมุนกลับไปเก็งกำไรตลาดหุ้นในเอเชียเหนืออีกรอบ ii) หุ้นกลุ่มธนาคารฯ ปรับฐาน น่าจะเป็นเพียงการเปลี่ยนกลุ่มเล่น หลังจากเข้าสู่ช่วงรายงานงบฯ ไตรมาส 2/2569 ของกลุ่มที่ไม่ใช่ธนาคารฯ

ฝ่ายวิจัยฯ ประเมิน SET Index วันจันทร์ เทรดไซด์เวย์ต่อ… ปัจจัยการลงทุนวันนี้ ได้แก่ i) ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับขึ้นเมื่อวันศุกร์ ทั้งนี้บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ลดลง และสัญญาเฟดฟันด์ฟิวเจอร์เลื่อนการปรับขึ้นดอกเบี้ยเฟดจาก ก.ย. ไปเป็น ต.ค. หลังจากสหรัฐฯ รายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตร ก.ค. ลดลง 2.3 หมื่นตำแหน่ง อ่อนแอกว่าที่ consensus คาดว่าจะเพิ่ม 8.0 หมื่นตำแหน่ง ii)… ความไม่แน่นอนของสถานการณ์ตะวันออกกลาง น่าจะยืดเยื้อไปพักหนึ่ง หลังจากอิหร่านและโอมานยังคงไม่เจรจาโดยตรงกับสหรัฐฯ และอิหร่านแถลงว่าจะเปิดช่องแคบฮอร์มุซหลังจากสหรัฐฯ ถอนกำลังเรือรบและยุติการโจมตีทั้งหมด เท่านั้น

ด้านปัจจัยภายในประเทศ… ภาครัฐฯ กำลังประเมินงบประมาณ ซึ่งเรามองว่า ครม. จะพยายามเต็มที่เพื่อออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม ได้แก่ i) ไทยช่วยไทยพลัส เฟส 2 ซึ่งมีแนวโน้มที่จะกลับมาเป็นรูปแบบรัฐจ่าย 50% ประชาชนจ่าย 50% และ ii) ไทยเที่ยวไทย ซึ่งภาครัฐฯ กำลังพิจารณาถึงความคุ้มค่าและการกระตุ้นการท่องเที่ยวให้ตรงจุด

หุ้นเด่นวันนี้ ตามปัจจัยพื้นฐาน (สุโชติ ถิรวรรณรัตน์ เลขทะเบียนฯ: 28668)

เก็งกำไร BDMS, BBGI / ซื้ออ่อนตัว EPG*

BDMS (เป้าพื้นฐาน 23.5 บาท)* 1) ประเมินแนวโน้มราคา Sideway up ยืนเหนือค่าเฉลี่ย 200 วัน มีโอกาสปิดแก้กราฟประเมินแนวรับ 19.9 บาท / แนวต้าน 20.4 – 20.7 บาท กรณี Break ผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ประเมินแนวต้านถัดไป +/-21 บาท (Stop loss 19.5 บาท) 2) ประเมินแนวโน้มกำไรผ่านจุดต่ำสุด เราประเมินแนวโน้มกำไร 2Q69 จะเป็นจุดต่ำสุดของปีนี้ (ผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลาง) และคาดแนวโน้มกำไร 3Q – 4Q จะฟื้นตัวต่อเนื่องหลังสถานการณ์สงครามตะวันออกกลางผ่อนคลายลงและเริ่มเข้าสู่ช่วง High season ของธุรกิจ รวมทั้งระยะยาวคาด Sentiment บวกจากการท่องเที่ยวไทย (Medical tourism) 3) Valuation ยังมี Upside Forward PE 19.9 เท่า (ยังต่ำกว่า -1SD ที่ +/-21 เท่า) Dividend yield ปีละ 4%

BBGI (เป้าพื้นฐาน 7.5 บาท) 1) ประเมินราคาหุ้น Sideway up ทำจุดสูงใหม่ / กราฟรายสัปดาห์ Rounding bottom ประเมินแนวรับ 5.6 บาท / แนวต้าน 6.0 – 6.25 บาท กรณี Break ผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ประเมินแนวต้านถัดไป +/- 6.5 บาท (Trailing stop 5.0 บาท) 2) ผลการดำเนินงานดีเกินคาด น้ำมัน SAF ปัจจัยหนุนกำไรใหม่ รายงานกำไร 2Q69 ดีกว่าคาด จากธุรกิจไบโอดีเซล และการเริ่มผลิตน้ำมัน SAF ที่เริ่มผลิตแล้วกำไรดีเกินคาด ฝ่ายวิจัยฯปรับประมาณการกำไรของธุรกิจ SAF ขึ้นเป็นปัจจัยหนุนกำไร 3Q69 ให้โตต่อ 3) Valuation ยังไม่แพง Forward PE บนประมาณการฯใหม่ต่ำเพียง 5.5 เท่า (-2 SD) Dividend yield ปีนี้คาด 7.8% PBV 0.84 เท่า

EPG (เป้าพื้นฐาน 8.7 บาท) 1) ประเมินแนวโน้มราคาพักฐานในกรอบ Sideway แนะนำ “ซื้ออ่อนตัว” ประเมินแนวรับ 5.95 บาท และ 5.8 บาท / แนวต้าน 6.2 – 6.4 บาท กรณีฟื้นตัวผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ประเมินแนวต้านถัดไป +/-6.7 บาท (Stop loss 5.5 บาท) 2) ประเมิน 3 ธุรกิจหลักปีนี้จะกลับมาโต + ฟื้น พร้อมๆกัน คาดแนวโน้มผลการดำเนินงานธุรกิจฉนวนฯรับอานิสงส์การก่อสร้าง Data center และขยายกำลังการผลิต Semiconductor ทั่วโลก (ยอดขายฉนวนฯของ EPG 75% อยู่ต่างประเทศ) / ธุรกิจชิ้นส่วนยานยนต์ไม่เป็นตัวถ่วง ผลขาดทุนจาก บ.ลูกที่ออสเตรเลียลดลง / ธุรกิจบรรจุภัณฑ์กลับมาโต อัตราการใช้กำลังการผลิตฟื้นตัวเต็มที่ ขณะที่คาดแนวโน้มกำไร FY1Q70 (เม.ย.-มิ.ย.) จะโตเด่น YoY QoQ แม้มีภาวะสงคราม 3) Valuation ยังมี Upside Forward PE 11.3 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยที่ +/-16 เท่า

หุ้นมีข่าว

(+ GUNKUL*) ลุยโซลาร์รูฟท็อป อุดหนุนหลังละ 5 หมื่นบาท (มติชน) เอกนิติตะเคาะ 1 ล.ครัวเรือน กลุ่มใช้ไฟ 5 กิโลวัตต์ขึ้นไป ผนึกแบงก์ให้กู้ดอกเบี้ยต่ำ ‘เอกนิติ’ เผย รบ.จ่ออุดหนุนติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป 5 หมื่นบาท ตั้งเป้า 1 ล้านครัวเรือน เน้นกลุ่มใช้ไฟฟ้า 5 กิโลวัตต์ขึ้นไป พร้อมจับมือ ‘ออมสิน-ธอส.’ ให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำมอบ กฟน.-กฟผ.จัดการสิทธิขายไฟฟ้าส่วนเกินคืน ‘อนุทิน’ ขอเช็กเงินก่อนลุย ‘ไทยช่วยไทยพลัส 2’

(+ KGEN ASAP) คลังรื้อภาษีหนุนผลิตในไทย (เดลินิวส์) เล็งฟันนำเข้า ‘อีวี’ จ่ายหนัก นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้กรมสรรพสามิต และกรมศุลกากรพิจารณามาตรการทางภาษีเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการที่เข้ามาผลิตในไทย โดยในส่วนกรมสรรพสามิตพิจารณาโครงสร้างภาษีสรรพสามิตสำหรับยานยนต์สมัยใหม่ รวมถึงรถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) โดยค่ายรถยนต์ที่เข้ามาตั้งโรงงานผลิตและใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศไทยจะได้รับอัตราภาษีสรรพสามิตที่ถูกลง ขณะที่รถยนต์นำเข้าโดยไม่มีโรงงานผลิตในประเทศจะต้องเสียภาษีในอัตราที่แพงขึ้น เพื่อป้องกันปัญหาดันทุรังทะลักและสร้างความเป็นธรรมให้กับค่ายรถยนต์ที่ลงทุนในไทย

(+ ORI) ปั้นพอร์ตภูเก็ต 3 ปี 3.16 หมื่นล. ชูศักยภาพ Global Destination/ปีนี้เป้าโอนทะลุ 3,000 ล้าน (ข่าวหุ้น) ORI ปักหมุดภูเก็ต กางแผน 3 ปี (ปี 69-71) ผลักดันมูลค่าโครงการสะสมแตะ 31,600 ล้านบาท ชูศักยภาพ Global Destination ผสานที่อยู่อาศัยและโรงแรม พร้อมเผยเริ่มโอนโครงการใหญ่สร้างรายได้รอบใหม่ในช่วงปลายปี 69 หนุนยอดโอนกรรมสิทธิ์จากภูเก็ตเกินกว่า 3,000 ล้านบาทในปีนี้

(+ KJL) อวดกำไร Q2 พุ่ง 49% อัพเป้ารายได้ 1.32 พันล้าน (ทันหุ้น) KJL โชว์ฟอร์มแกร่ง! งบไตรมาส 2/2569 กำไรพุ่ง 49.51% เดินหน้าอัพเป้ารายได้ปีนี้แตะ 1.32 พันล้านบาท รับอานิสงส์ดีมานด์โซลาร์ภาคประชาชน โปรเจ็กต์รัฐทยอยเดินหน้า พร้อมปรับราคาสินค้าหนุนมาร์จิ้นแกร่ง 25-30% เร่งรุกเมกะเทรนด์ Data Center- EV ปูทางรับคลื่นลงทุนปี 2570-2571

หุ้นที่เคยแนะนำก่อนหน้า

  • หุ้นที่แนะนำ “Let profit run” โดยกำหนดจุดล็อคกำไร Trailing stop: KBANK* (Trailing stop 244 บาท) KTB* (Trailing stop 43.5 บาท) ADVICE (Trailing stop 7.2 บาท)
  • OSP* (เป้าพื้นฐาน 19.1 บาท) แนวรับ 17.6 บาท / แนวต้าน 18.0 – 18.4 บาท (Stop loss 17.3 บาท)
  • MOSHI* (เป้าพื้นฐาน 44 บาท) แนวรับ 41.5 บาท / แนวต้าน 43 – 45 บาท (Trailing stop 40.25 บาท)
  • MTC* (เป้าพื้นฐาน 34.5 บาท) แนวรับ 34.75 บาท / แนวต้าน 35.75 – 37 บาท (Stop loss 33.75 บาท)
  • SAWAD* (เป้าพื้นฐาน 26 บาท) แนวรับ 24.8 บาท / แนวต้าน 25.5 – 26.25 บาท (Stop loss 24.5 บาท)
  • GULF* (เป้าพื้นฐาน 70 บาท) แนวรับ 66.25 บาท / แนวต้าน 68.5 – 70 บาท (Stop loss 65 บาท)
  • STA* (เป้า Consensus 21.9 บาท) แนวรับ 18.3 บาท / แนวต้าน 19.0 – 19.3 บาท (Stop loss 18.3 บาท)
  • BEM* (เป้าพื้นฐาน 7.6 บาท) แนวรับ 6.95 บาท / แนวต้าน 7.1 – 7.2 บาท (Stop loss 6.65 บาท)
  • CENTEL* (เป้าพื้นฐาน 44 บาท) แนวรับ 38 บาท / แนวต้าน 40.5 – 42 บาท (Stop loss 38 บาท)
  • CPN* (เป้าพื้นฐาน 78 บาท) แนวรับ 67.75 บาท / แนวต้าน 69.75 – 70.5 บาท (Stop loss 66.75 บาท)
  • CPAXT (เป้าพื้นฐาน 16 บาท) แนวรับ 14.9 บาท / แนวต้าน 15.3 – 15.5 บาท (Stop loss 14.7 บาท)
Report ตามปัจจัยพื้นฐานวันนี้
  • WHAUP* แนะนำ “ซื้อ” เป้าพื้นฐาน 9.8 บาท ฝ่ายวิจัยฯ initiate coverage หุ้น WHAUP* ด้วยคำแนะนำ “ซื้อ” ประเด็นสำคัญการลงทุน i) ประเมินความต้องการใช้สาธารณูปโภค (ไฟฟ้า น้ำประปา) ในนิคมฯของ WHA* จะเพิ่มขึ้นมากจากการเร่งขยายตัวของอุตสาหกรรมเทคโนโลยี ii) คาดกำไรปี 2569 – 70 โต 34% YoY และ 21% YoY ตามลำดับ
  • SYNEX แนะนำ “ซื้อ” เป้าพื้นฐาน 11 บาท จากการประชุมนักวิเคราะห์ สถานการณ์อุปทานอุปกรณ์ไอทีที่ขาดแคลนยังเป็นปัจจัยลบต่อยอดขายของ SYNEX อย่างไรก็ดีการปรับเพิ่มสัดส่วนยอดขายสินค้าที่มีอัตรากำไรสูง และส่วนแบ่งกำไรจาก NCAP ที่ยังเติบโต ยังเป็นปัจจัยหนุน ยังคงประมาณการฯ และราคาเป้าหมาย
  • CPAXT แนะนำ “ถือ” เป้าพื้นฐาน 16 บาท รายงานกำไร 2Q69 = 1.87 พันล้านบาท (-18% YoY -33% QoQ) ต่ำคาด -7% และต่ำกว่า Consensus คาด -4% จากรายจ่าย SG&A ที่สูงกว่าคาด ยังคงประมาณการฯ และราคาเป้าหมาย
  • MRDIYT แนะนำ “ถือ” เป้าพื้นฐาน 10.3 บาท รายงานกำไร 2Q69 = 757 ล้านบาท (+19% YoY +12% QoQ) เป็นไปตามคาด ยังคงประมาณการฯ และราคาเป้าหมาย
  • GPSC* แนะนำ “ซื้อ” เป้าพื้นฐาน 60 บาท จากการประชุมนักวิเคราะห์ มุมมองเป็นกลาง ยังคงมุมมองบวกต่อแผน PDP ใหม่ รวมถึงการเตรียม IPO บ.ลูก Avaada (คาดปี 2570) อย่างไรก็ดี แนวโน้มกำไร 3Q69 คาดว่าจะชะลอลงจากอัตรากำไรธุรกิจ SPP ที่อ่อนแอลงและเป็น Low season ยังคงประมาณการฯและราคาเป้าหมาย
  • BCP* ไม่มีคำแนะนำ รายงานกำไร 2Q69 = 1.23 หมื่นล้านบาท (Turnaround YoY +99% QoQ) จากค่าการกลั่นที่สูงขึ้น และการเริ่มเดินเครื่องผลิตน้ำมัน SAF

หมายเหตุ: 1. *บริษัทอาจเป็นผู้ออกใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์บนหลักทรัพย์นี้ / 2. เป้าพื้นฐาน หมายถึง ราคาเป้าหมายเชิงพื้นฐาน (Forecasted 12M Target price) ที่อ้างอิงจากบทวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานฉบับล่าสุดของฝ่ายวิจัยฯ / 3. เป้า Consensus หมายถึง ค่าเฉลี่ยของราคาเป้าหมายเชิงพื้นฐานที่จัดทำโดย Bloomberg consensus หรือ IAA Consensus

- Advertisement -