บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) (CPN) ผู้นำด้านการพัฒนาและบริหารอสังหาริมทรัพย์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล อาคารสำนักงาน โรงแรม และโครงการที่อยู่อาศัยในประเทศไทย

CPN รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2/2569 แตะ 4,750 ล้านบาท โต 10% รับอานิสงส์รายได้ธุรกิจเช่าทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง และการฟื้นตัวของการบริโภคในประเทศ

บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN แถลงผลการดำเนินงานประจำไตรมาสที่ 2 ปี 2569 โดยมีรายได้รวม 13,105 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 8 จากปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 4,750 ล้านบาท เติบโตขึ้นร้อยละ 10 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ผลภาพรวมครึ่งแรกของปี 2569 บริษัทฯ มีรายได้รวมทั้งสิ้น 26,457 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 9,721 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 9 และ 14 ตามลำดับ สะท้อนถึงศักยภาพการดำเนินธุรกิจที่แข็งแกร่งท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ได้รับแรงหนุนจากภาคการท่องเที่ยวและมาตรการกระตุ้นจากภาครัฐ

ผลการดำเนินงานแยกตามกลุ่มธุรกิจในไตรมาส 2 ปี 2569 รายได้หลักของบริษัทฯ มาจาก ธุรกิจให้เช่าและบริการ ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 88 ของรายได้รวม โดยทำสถิติรายได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 4 ที่จำนวน 11,530 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 8 จากปีก่อน ปัจจัยสำคัญมาจากความสำเร็จในการเปิดศูนย์การค้าแห่งใหม่ คือ เซ็นทรัล ขอนแก่น แคมปัส ในเดือนพฤษภาคม 2569 รวมถึงการเพิ่มขึ้นของอัตราการเช่าในศูนย์การค้าเดิมและการเปิดให้บริการเต็มรูปแบบของศูนย์การค้าที่ปรับปรุงแล้วเสร็จ

สำหรับกลุ่มธุรกิจอื่นมีการเติบโตที่น่าสนใจ ดังนี้:
  • ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย: รายได้รวม 640 ล้านบาท เติบโตร้อยละ 29 จากปีก่อน โดยได้แรงหนุนจากการโอนบ้านแนวราบที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง
  • ธุรกิจโรงแรม: รายได้รวม 464 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 5 จากปีก่อน จากผลการดำเนินงานที่ปรับตัวดีขึ้นของโรงแรมแบรนด์ Hilton และ Centara รวมถึงการขยายสาขาของโรงแรม GO! Hotel เพิ่มอีก 3 แห่ง

ด้านความแข็งแกร่งทางการเงิน บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการโครงสร้างทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมี อัตราหนี้สินต่อทุนสุทธิ (Net D/E Ratio) ลดลงมาอยู่ที่ 0.49 เท่า จาก 0.63 เท่าในปีก่อนหน้า พร้อมกันนี้ยังคงเดินหน้าขยายการลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดยมีแผนเปิดตัวโครงการใหม่ในครึ่งหลังของปี 2569 ได้แก่ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล นอร์ทวิลล์, คอนโดมิเนียม PHYLL นครปฐม และโรงแรมใหม่อีก 3 แห่ง

บริษัทฯ ระบุว่า ผลประกอบการที่เติบโตอย่างต่อเนื่องในไตรมาสนี้ เป็นผลจากการบูรณาการธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพและการตอบรับต่อสัญญาณการฟื้นตัวของการบริโภคภาคเอกชนที่ขยายตัวได้ดีแม้ภายใต้ความกดดันด้านค่าครองชีพ โดยได้รับแรงหนุนสำคัญจากภาคการท่องเที่ยวที่ขยายตัวร้อยละ 4 ในเดือนพฤษภาคม จากทั้งกลุ่มนักท่องเที่ยวระยะไกลและตลาดระยะใกล้ รวมถึงอานิสงส์จากมาตรการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ของภาครัฐที่ช่วยกระตุ้นดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคให้ปรับตัวสูงขึ้น

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนผ่านกิจกรรมด้าน ESG โดยดำเนินโครงการ “One Million Trees” เพื่อมุ่งสู่องค์กร Net Zero 2050 ซึ่งปัจจุบันได้ปลูกต้นไม้ไปแล้วกว่า 800,000 ต้น จากเป้าหมาย 1 ล้านต้นภายในปี 2575 เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวและลดก๊าซเรือนกระจกในระยะยาว

ทั้งนี้ บริษัทฯ ประเมินว่ามาตรการสนับสนุนทางการคลังและการเป็นเจ้าภาพจัดงานระดับโลกอย่าง IMF–World Bank Group Annual Meetings ในเดือนตุลาคมนี้ จะเป็นปัจจัยบวกที่สำคัญต่อภาพรวมเศรษฐกิจและผลการดำเนินงานของบริษัทฯ ในช่วงครึ่งปีหลัง

- Advertisement -