หวังแรงภายใน สู้กับแรงภายนอก // 1,615–1,635
คาด SET Index แกว่งตัวออกข้าง: แรงหนุนจากการเก็งงบ 2Q69 และความหวังต่อมาตรการภาครัฐ หากแต่มองทางขึ้นจำกัดจากความกังวลสถานการณ์ในตะวันออกกลาง และการไม่รีบเปิดรับสถานะเสี่ยงก่อนที่ SET Index ปิดทำการในวันพรุ่งนี้ ซึ่งจะมีการเผย CPI เดือนก.ค.69 ของสหรัฐฯ
กลยุทธ์การลงทุน
1) เก็งงบ 2Q69: AMATA, AP, BH, ERW, HANA, KCE, MTC, OSP, PRM, PR9, SAWAD, STECON, TIDLOR
2) คาด 2H69 เติบโตต่อ: GLOBAL, HMPRO, ITC, MINT, PSL
3) หวังมาตรการภาครัฐ: AWC, CENTEL, GULF, GUNKUL, MINT, SCC, SUSCO
4) พลังงาน: BCP, PTTEP, SPRC, TOP
5) หุ้นปันผล: ICHI, KBANK, KKP, KTB, TACC
- เก็งงบโค้งสุดท้ายและหวังมาตรการภาครัฐ: คาดแรงหนุนมาจาก การเก็งกำไรงบ 2Q69 ในช่วงโค้งสุดท้าย สอดรับกับการเผยงบถึง ณ วันที่ 10 ส.ค.69 ซึ่งพบว่ามีจำนวนหุ้นที่เผย EPS มากกว่า Bloomberg Consensus ที่ 62% อีกทั้ง คาด SET Index โดยเฉพาะ หุ้นในกลุ่ม Domestic จะได้แรงหนุนจากความหวังมาตรการภาครัฐ หลังรมว.ท่องเที่ยวฯคาดว่าจะได้ข้อสรุปเรื่องแหล่งเงินงบประมาณ และเงื่อนไขการดำเนินงานโครงการไทยเที่ยวไทยพลัสภายในสัปดาห์นี้ หรือสัปดาห์หน้า และคาดว่าเสนอครม.เพื่อขออนุมัติในเดือนส.ค.69 ส่วนระยะเวลาดำเนินโครงการคาดว่าจะเริ่มต้นเดือนต.ค.69 ประกอบ กับมีความหวังโครงการ/มาตรการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน ตามพ.ร.ก.กู้เงินฯ 4 แสนล้านบาท ในส่วนที่ 2 โดยกระทรวงการคลัง เผยว่ารัฐบาลตั้งใจจะสรุปความชัดเจนของทุกโครงการที่จะเสนอขอใช้ เงินตามพ.ร.ก.ข้างต้นภายในเดือนก.ย.69
- ตะวันออกกลางยังน่ากังวลและไม่รีบเสี่ยงก่อนเผย CPI สหรัฐฯ: มองทางขึ้นจำกัด ท่ามกลางความกังวลสถานการณ์ในตะวันออก กลาง สะท้อนผ่านราคาน้ำมันดิบ WTI (Fut.) ที่ปรับตัวขึ้น 5.05% ปิด ที่ $82.1 ต่อบาร์เรล เมื่อคืนที่ผ่านมา โดยภาพข้างต้นเกิดขึ้นจาก ความไม่มั่นใจว่าสหรัฐฯกับอิหร่านจะสามารถบรรลุข้อตกลงเพื่อเปิด ช่องแคบฮอร์มุซ หลังรมต.ต่างประเทศอิหร่านระบุว่าไม่มีความเป็นไป ได้ที่อิหร่านจะกลับมาเจรจากับสหรัฐฯ ตราบใดที่สหรัฐฯยังคงละเมิด MOU ที่ลงนามในเดือนมิ.ย.69 และยังไม่ชดเชยต่อการละเมิดดังกล่าว ขณะที่ด้านปรน.ทรัมป์ได้ออกมาเรียกร้องให้อิหร่านจ่ายค่าชดเชยจาก สงครามเช่นกัน ทั้งนี้ สถานการณ์ข้างต้นยังนำมาสู่ความกังวล ทิศทางนโยบายการเงินของสหรัฐฯ สะท้อนผ่าน US bond yield ที่ พลิกกลับมาปรับตัวขึ้นโดยเช้านี้ (6.30 น.) 2 และ10 ปี อยู่ที่ 4.24% และ 4.71% ตามลำดับ พร้อมกันนี้ คาดนักลงทุนมีแนวโน้มเปิดรับ สถานะเสี่ยงอย่างจำกัดก่อนที่ SET Index จะปิดทำการในวันพรุ่งนี้ เนื่องจากในห้วงเวลาข้างต้นจะมีการเผย CPI เดือนก.ค.69 ของ สหรัฐฯ ซึ่งเป็นปัจจัยที่มีผลต่อทิศทางนโยบายการเงินของเฟด นอกจากนี้ ติดตามการปรับน้ำหนัก MSCI ซึ่งจะประกาศในเช้าวันที่ 13 ส.ค.69 (ตามเวลาไทย)
+ ปัจจัยเพิ่มเติม –
(+) กรมเจรจาการค้าฯเผย FTA ถือเป็นกลไกสำคัญในการสร้างโอกาสทางการค้า และรักษาความสามารถในการแข่งขันของไทย โดย 6M69 การค้าระหว่างไทย กับประเทศที่ไทยมี FTA ด้วย 18 ประเทศ มีมูลค่า $2.44 แสนล้าน ขยายตัว 21.8% y-y คิดเป็นสัดส่วน 57.3 % ของการค้าไทยกับโลก
(+) นายกฯเป็นปรธ.เปิดโครงการไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง วงเงิน 4,452 ล้านบาท เพื่อบรรเทาปัญหาปากท้องและลดการพึ่งพาหนี้นอกระบบ
(+) TSMC เผยยอดขายเดือนก.ค.69 ที่ $1.45 หมื่นล้าน เพิ่มขึ้น 45% y-y สะท้อนว่าความต้องการฮาร์ดแวร์สำหรับ AI ยังคงแข็งแกร่ง
(-) Tokyo Shoko Research เผย จำนวนบริษัทล้มละลายในญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น 6.9% y-y ในเดือนก.ค.69 แตะระดับ 1,028 ราย โดยสูงกว่าระดับ 1,000 รายเป็น เดือนที่สองติดต่อกัน เนื่องจากปัญหาขาดแคลนแรงงานและราคาสินค้าที่ สูงขึ้นยังคงส่งผลกระทบอย่างหนักต่อธุรกิจขนาดเล็ก
Picks of the day
BH (BUY)
- เป้าหมาย: 194.00 / 197.50
- แนวรับ: 187.00 / 189.00
-
จำนวนนักท่องเที่ยวตะวันออกกลางทำจุดสูงสุด: โดยที่เดือน ก.ค. 69 นักท่องเที่ยวเดินทางเข้าไทยจำนวน 1.4 แสนคน (+8.6% y-y) ทำระดับสูงสุดนับตั้งแต่ Covid-19 โดย UAE 4.7 หมื่นคน (+22% y-y), ซาอุดีอาระเบีย 3.8 หมื่นคน (+10% y-y) และ โอมาน 2.1 หมื่นคน (+4% y-y) ขณะที่ในเชิง q-q จำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นในทุกกลุ่มตลาดหลัก ชี้ให้เห็นว่า โมเมนตัมการเดินทางจากตะวันออกกลางยังแข็งแกร่ง และเป็นปัจจัยหนุนต่อ BH ซึ่งมีสัดส่วนผู้ป่วยตะวันออกกลางราว 22%
-
คาดกำไรหลัก 2Q69E เติบโต: คาดกำไรหลัก BH ที่ 1,868 ลบ. (+4.6% q-q, +0.7% y-y) โดยได้รับแรงหนุนจากทยอยฟื้นตัวของผู้ป่วยต่างชาติภายหลังรอมฎอน ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีรายได้ และอัตรากำไรสูงกว่าผู้ป่วยไทย โดยเราเชื่อว่า การฟื้นตัวของผู้ป่วยตะวันออกกลาง การเข้าสู่ภาวะปกติของเที่ยวบิน และปัจจัยฤดูกาลจะเป็นแรงหนุนผลประกอบการในช่วงครึ่งปีหลัง
BCP (BUY)
- เป้าหมาย: 48.00 / 49.50
- แนวรับ: 45.00 / 46.00
-
กำไร 2Q69 โตขึ้นทั้ง q-q, y-y: กำไร 2Q69 ออกมา 12,239 ลบ. โตขึ้นทั้ง q-q, y-y ปัจจัยหลักมาจากผลขาดทุน oil hedging ลดลง ในส่วนของค่าการกลั่นรวมยังปรับเพิ่มขึ้นจาก 14.16 USD/bbl เป็น 17.15 USD/bbl ตามส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่เพิ่มขึ้นเนื่องจากอุปทานตึงตัวช่วงสงครามตะวันออกกลาง ธุรกิจค้าปลีกน้ำมันดีขึ้นจากค่าการตลาดฟื้นตัว หลังการตรึงราคาน้ำมันสิ้นสุดลง ส่วนธุรกิจทรัพยากรธรรมชาติปรับตัวดีขึ้นเช่นกัน จากราคาขายน้ำมันและก๊าซปรับตัวเพิ่มขึ้นตามราคาในตลาด โดยรวมทำให้กำไรเพิ่มขึ้น q-q, y-y
-
ราคาน้ำมันยังอยู่ในระดับสูง: ราคาน้ำมันยังอยู่ในระดับสูง และมีความผันผวน เนื่องจากภาวะสงครามตะวันออกกลางยังมีความไม่แน่นอน ทำให้คาดราคาน้ำมันมีโอกาสที่จะปรับขึ้นได้อีกในระยะสั้น








