SAMART เผยผลประกอบการครึ่งแรกปี 2569 กำไรเติบโตโดดเด่น 30% แตะ 280 ล้านบาท พร้อมประกาศจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.14 บาทต่อหุ้น

บริษัท สามารถคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SAMART รายงานผลการดำเนินงานครึ่งแรกของปี 2569 มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของถือหุ้นบริษัทจำนวน 280 ล้านบาท เติบโต 30% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากการขยายตัวของรายได้ในทุกสายธุรกิจหลัก และการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายทางการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้คณะกรรมการมีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในอัตรา 0.14 บาทต่อหุ้น

ภาพรวมผลการดำเนินงานในไตรมาสที่ 2 ประจำปี 2569 บริษัทฯ มีรายได้รวมทั้งสิ้น 2,838 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยรายได้จากการขาย งานตามสัญญา และบริการ (หลังหักรายการระหว่างกัน) อยู่ที่ 2,806 ล้านบาท การเติบโตดังกล่าวส่งผลให้ภาพรวมผลประกอบการงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 มีรายได้รวมแตะ 5,679 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% และมีกำไรส่วนที่เป็นของถือหุ้นบริษัทเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 30% มาอยู่ที่ 280 ล้านบาท

ความสำเร็จรายกลุ่มธุรกิจในไตรมาสที่ 2/2569:
  • สายธุรกิจ Digital Communications (SDC): มีรายได้รวม 291 ล้านบาท เติบโตก้าวกระโดดถึง 135%  จากปีก่อน ปัจจัยหลักมาจากการรับรู้รายได้โครงการจัดหาระบบวิทยุสื่อสารข่ายบังคับบัญชากระทรวงมหาดไทย (MOI) และมีมูลค่างานคงค้าง (Backlog) ณ สิ้นไตรมาสที่ 154 ล้านบาท
  • สายธุรกิจ Digital ICT Solution (SAMTEL): ทำรายได้ 1,089 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% โดยในไตรมาสนี้มีการลงนามในสัญญาโครงการใหม่มูลค่ารวม 2,358 ล้านบาท ส่งผลให้มีมูลค่างานคงค้างรวมสูงถึง 7,997 ล้านบาท
  • สายธุรกิจ Utilities and Transportations: รายงานรายได้ 1,426 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% นำโดยธุรกิจก่อสร้างสถานีไฟฟ้าแรงสูงของ บริษัท เทด้า จำกัด และธุรกิจเทคโนโลยีความปลอดภัยของ บริษัท วิชั่น แอนด์ ซีเคียวริตี้ ซีสเต็ม จำกัด ทั้งนี้ ในส่วนของ บมจ. สามารถ เอวิเอชั่น โซลูชั่นส์ (SAV) มีจำนวนเที่ยวบินรวม 29,696 เที่ยวบิน ซึ่งชะลอตัวลงเล็กน้อยจากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง โดยสายธุรกิจนี้มีมูลค่างานคงค้างอยู่ที่ 6,738 ล้านบาท

ในส่วนของสถานะทางการเงินและการบริหารจัดการต้นทุน บริษัทฯ สามารถลดค่าใช้จ่ายทางการเงินลงได้ 20% เหลือเพียง 59 ล้านบาทในไตรมาสนี้ จากการทยอยชำระคืนเงินกู้ยืมระยะยาวแก่สถาบันการเงินอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้โครงสร้างทางการเงินแข็งแกร่งขึ้น โดยมีอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) ปรับลดลงมาอยู่ที่ 1.32 เท่า จาก 1.44 เท่าเมื่อสิ้นปี 2568 นอกจากนี้ อัตราส่วนสภาพคล่อง (Current Ratio) ยังปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 1.48 เท่า โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือ ณ สิ้นไตรมาสที่ 2,103 ล้านบาท 

นายธีระชัย พงศ์พนางาม กรรมการผู้จัดการใหญ่กลุ่มบริษัทสามารถ เปิดเผยว่า “กลุ่มบริษัทฯ ยังคงมุ่งเน้นการต่อยอดความเชี่ยวชาญและศักยภาพของแต่ละสายธุรกิจ ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการโครงการที่มีอยู่ให้ดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ ท่ามกลางความผันผวนของปัจจัยทางเศรษฐกิจและสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ เรายังคงแสวงหาโอกาสจากโครงการใหม่ๆ ที่สอดคล้องกับความสามารถของกลุ่มบริษัท เพื่อสร้างความต่อเนื่องในการดำเนินงานและสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป”

จากผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง คณะกรรมการบริษัทมีมติเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 ให้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจากงวดการดำเนินงานวันที่ 1 มกราคม ถึง 30 มิถุนายน 2569 และกำไรสะสม ให้แก่ผู้ถือหุ้นสามัญในอัตรา 0.14 บาทต่อหุ้น โดยกำหนดรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับปันผล (Record Date) ในวันที่ 27 สิงหาคม 2569 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 11 กันยายน 2569

- Advertisement -