BTS Group เผยรายได้ Q1 ปี 2569/70 เติบโต 3.4% แตะ 7,492 ล้านบาท พร้อมโชว์กระแสเงินสดจากการดำเนินงานพุ่งทะลุ 910%
บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS รายงานผลการดำเนินงานประจำไตรมาสที่ 1 ปี 2569/70 (สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2569) โดยระบุรายได้รวมจำนวน 7,492 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.4 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ปัจจัยหลักมาจากการขยายตัวของรายได้จากการให้บริการและการขาย ซึ่งมีอัตราการเติบโตถึงร้อยละ 19.6 เป็นผลจากการรับโอนการดำเนินงานกลุ่มโรงแรมในยุโรปกลับมาอยู่ภายใต้การบริหารของบริษัท แรบบิท โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) (RABBIT)
ในไตรมาสนี้ บริษัทฯ มีรายได้จากการดำเนินงานรวม 6,122 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.5 โดยสัดส่วนรายได้มาจากหน่วยธุรกิจ MATCH ร้อยละ 43 (2,610 ล้านบาท), MOVE ร้อยละ 38 (2,363 ล้านบาท) และ MIX ร้อยละ 19 (1,149 ล้านบาท) ตามลำดับ
นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีกำไรจากการดำเนินงานที่เกิดขึ้นเป็นประจำก่อนค่าเสื่อมราคาและดอกเบี้ย (Recurring EBITDA) จำนวน 2,822 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.3 ซึ่งสะท้อนถึงประสิทธิภาพในการบริหารจัดการหน่วยธุรกิจ MATCH และการรับรู้กำไรจากการลงทุนในตราสารทางการเงิน
อย่างไรก็ตาม แม้ผลการดำเนินงานในหลายภาคส่วนจะปรับตัวดีขึ้น แต่บริษัทฯ มีผลขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นจำนวน 388.4 ล้านบาท (เทียบกับขาดทุน 229.6 ล้านบาทในปีก่อน) โดยมีสาเหตุสำคัญจาก:
- ต้นทุนทางการเงิน ที่ยังอยู่ในระดับสูงจำนวน 1.9 พันล้านบาท
- การลดลงของรายได้ดอกเบี้ย จำนวน 536 ล้านบาท หลังจากการรับชำระหนี้ค่าจ้างเดินรถ (O&M) จากกรุงเทพมหานครเสร็จสิ้นเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2568
- รายได้จากการให้บริการรับเหมาลดลง เนื่องจากงานก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูส่วนต่อขยายได้เสร็จสิ้นลง
จุดเด่นสำคัญในไตรมาสนี้คือ เงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึงร้อยละ 910.4 แตะระดับ 3,387 ล้านบาท ส่งผลให้บริษัทฯ มีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด ณ สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2569 รวมกว่า 25,135 ล้านบาท ขณะที่ในด้านความยั่งยืน บีทีเอส กรุ๊ป ยังคงรักษามาตรฐานระดับสากล โดยได้รับการจัดอันดับในกลุ่ม Top 10% ของ S&P Global Sustainability Yearbook ต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 และได้รับการคงอันดับความน่าเชื่อถือที่ระดับ “BBB+” จาก TRIS Rating
นางสาวชวดี รุ่งเรือง ผู้อำนวยการใหญ่สายการเงิน บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงวิสัยทัศน์และการดำเนินงานในอนาคตว่า “บริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมของกรุงเทพมหานคร โดยล่าสุดได้เตรียมความพร้อมรองรับนโยบายระบบตั๋วร่วม 17–45 บาท ของภาครัฐที่มีกำหนดเริ่มดำเนินการในวันที่ 1 มกราคม 2570 ซึ่งคาดว่าจะช่วยเพิ่มจำนวนผู้โดยสารในระบบได้ร้อยละ 10-20 และเป็นปัจจัยส่งเสริมต่อธุรกิจสื่อโฆษณาและค้าปลีกในกลุ่ม MIX ของเรา”
นอกจากนี้ ในกลุ่มธุรกิจ MOVE บริษัทฯ ยังได้รับหนังสือแจ้งเริ่มงาน (NTP) สำหรับโครงการสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก อย่างเป็นทางการ ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการขยายฐานธุรกิจสู่โครงการระดับยุทธศาสตร์ของประเทศ โดยบริษัทฯ จะยังคงให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการเชิงพาณิชย์และการเชื่อมต่อโครงข่ายรถไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างผลประโยชน์สูงสุดแก่ผู้มีส่วนได้เสียและขับเคลื่อนองค์กรสู่ความยั่งยืนอย่างมั่นคง









