NTF โชว์ผลงาน Q2/69 กำไรสุทธิโตแกร่ง 59.86% ส่งออกทุเรียนพรีเมียมสดสู่ตลาดจีนพุ่งแรง

บริษัท เอ็นทีเอฟ อินเตอร์กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด หรือ NTF เปิดเผยผลการดำเนินงานประจำไตรมาส 2 ปี 2569 เติบโตอย่างโดดเด่น ด้วยกำไรสุทธิ 244.20 ล้านบาท หรือคิดเป็นกำไรต่อหุ้น 1.22 บาท เพิ่มขึ้น 59.86% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้ผลประกอบการงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 มีกำไรสุทธิรวม 276.41 ล้านบาท

ผลการดำเนินงานประจำไตรมาส 2 ปี 2569 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 244.20 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 59.86% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 152.76 ล้านบาท โดยมีรายได้จากการขาย 2,178.29 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 53.38% (หรือเพิ่มขึ้น 758.10 ล้านบาท) จากงวดเดียวกันของปีก่อนที่ทำได้ 1,420.19 ล้านบาท ขณะที่อัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) อยู่ที่ 11.04% ปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 10.68% ในปีก่อน

ในส่วนผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ: 276.41 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 66.73% จากงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 165.78 ล้านบาท รายได้จากการขาย 2,655.96 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 59.90% (หรือเพิ่มขึ้น 994.92 ล้านบาท) จากงวดเดียวกันของปีก่อนที่ 1,661.04 ล้านบาท และมีอัตรากำไรสุทธิ อยู่ที่ 10.24% ปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 9.91% ในปีก่อน

นายวิชัย ศิระมานะกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอ็นทีเอฟ อินเตอร์กรุ๊ป (NTF) เปิดเผยว่า รายได้หลักของบริษัทเกือบทั้งหมดมาจากกลุ่มธุรกิจส่งออก โดยการเติบโตในไตรมาส 2/2569 ได้แรงหนุนหลักจากความต้องการบริโภค “ทุเรียนพรีเมียมสด” ซึ่งได้รับความนิยมอย่างสูงจากผู้บริโภคในประเทศจีน

  • สัดส่วนรายได้ส่งออก: รายได้จากการส่งออกทุเรียนพรีเมียมสดในไตรมาส 2/2569 และงวด 6 เดือน คิดเป็นสัดส่วน 97.01% และ 96.80% ของรายได้รวมตามลำดับ
  • ปริมาณการส่งออกเติบโตสูง:
    • ปริมาณการส่งออกในไตรมาส 2/2569 รวมอยู่ที่ 13,445 ตัน เติบโตขึ้น 67.64% จาก 8,020 ตัน ในช่วงเดียวกันของปีก่อน
    • ปริมาณการส่งออกงวด 6 เดือนแรกของปีนี้ รวมอยู่ที่ 16,318 ตัน เพิ่มขึ้น 64.36% จาก 9,928 ตันในปีก่อน

นอกจากนี้ อัตรากำไรสุทธิที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งในไตรมาส 2/2569 (11.04%) และงวด 6 เดือน (10.24%) เป็นผลโดยตรงจากอัตรากำไรขั้นต้นที่เติบโตขึ้น รวมถึงประสิทธิภาพในการควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายของบริษัทฯ

“การเติบโตของรายได้ในงวดนี้สะท้อนถึงศักยภาพและความพร้อมของบริษัทในการรองรับคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากกลุ่มลูกค้าเดิมและลูกค้าใหม่ ความสำเร็จดังกล่าวเกิดจากการบริหารเครือข่ายโรงคัดบรรจุ การควบคุมคุณภาพสินค้าอย่างเข้มงวด และการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งช่วยส่งเสริมให้ NTF สามารถขยายปริมาณการส่งออก และเพิ่มความสามารถในการทำกำไรได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว” นายวิชัย ศิระมานะกุล กล่าวสรุป

#NTF #หุ้นNTF #NTFintergroupthailand #เอ็นทีเอฟอินเตอร์กรุ๊ป #Dole

- Advertisement -