เก่งหลังเกมส์

SET Index ระหว่างวันปรับลงไปแตะ 1470 จุด แต่มีแรงซื้อกลับจนปิดบวก ปิดตลาด +11.08  จุด +0.74%d-d ปิดที่ 1502 จุด มูลค่าการซื้อ-ขาย 7.69 หมื่นล้านบาท  หลังจากตลาดรอบผลเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐที่ออกมา Blue Sweep โดยหุ้นที่หนุนดัชนี คือ ชิ้นส่วนนำโดย DELTA ช่วงเช้ามีแรงขายแต่มีแรงซื้อกลับช่วงบ่าย , KCE, CCET กลุ่มขนส่ง AOT, กลุ่มธนาคาร  KTB ฯลฯ  ในทางตรงข้ามกลุ่มที่กดดัชนีคือ กลุ่มน้ำมัน PTT, PTTEP, SPRC กลุ่มเกษตร STAฯลฯ

หุ้นที่เคลื่อนไหวโดดเด่นคือ

BDMS +1.02%

ปรับขึ้นมีจิตวิทยาบวกหนุนจาก  1)แนวโน้ม 3Q26F คาดว่ามีกำไรสุทธิ 4,580 ลบ. (+6%y-y +41%q-q) ผู้ใช้บริการฟื้นตัวทั้งต่างชาติและไทย ขณะที่งวด 4Q26F เติบโต y-y ต่อเนื่อง และปี 2027F แรงส่งเพิ่มเติมจากภาพสงครามพลิกมาดูคลาย 2) PER27F ต่ำกว่า AVG – 1.0 S.D.

PTTEP – 1.96% , PTT – 1.23%,

หุ้นน้ำมันปรับลงราคาน้ำมันดิบปรับลงต่อเนื่อง โดย Brent -1.12%d-d ปิด US$103.60/bbl (ทำจุดต่ำสุดในรอบเกือบ 4 สัปดาห์ ) ผสานเรื่องงบ กลางสัปดาห์ก่อน PTTEP  รายงานงบกำไรสุทธิ 3Q26 ราว 1.5 หมื่นลบ. ต่ำกว่าเราและตลาดคาดจากค่าใช้จ่ายพิเศษด้อยค่าแหล่ง Kikeh ในมาเลฯ คิดเป็นราว 1.8 บาท/ KSS ปรับลดคำแนะนำเป็น Neutral ถือรับปันผล yield 5-6%

KCE +5.6%

แรงหนุนจาก  1)คาดกำไรสุทธิ 3Q26F เติบโต y-y, q-q  2) หุ้นซื้อขาย PEG27F ราว 0.39 เท่า 3) คาดเป็นหุ้นมีโอกาสรับผลบวกจาก Passive Flows ไหลเข้า  KSS คาดหุ้น KCE คาดว่าจะเข้า SET50 รอบ 1H27 มีผลเริ่มใช้ 1 ม.ค. 2027  ยังแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย  97.0 บาท

STECON +8.9%, CK +5.95%

ปรับขึ้น คาดเป็นการฟื้นตัวตามตลาดหลังจากที่ปรับลงแรงในช่วงก่อนหน้า ผสานนักลงทุนคาดหวังงาน Data Center หลังภาครัฐเตรียมเสนอเกณฑ์ และ กฏระเบียบ Data Center ให้ ครม.อนุมัติ    นอกจากนี้ ยังมีแรงซื้อในเชิง Tactical เนื่องจากกลุ่มรับเหมาเป็นหุ้น High beta ราคาจะปรับขึ้นแรงกว่าตลาดในสถานการณ์ที่ตลาดกลับมาฟื้นตัว   ขณะเดียวกันผลเลือกตั้งที่พรรคเดโมแครตชนะทั้ง 2 สภา ทำให้ความเสี่ยงของสงครามลดลงกดราคาน้ำมันดิบ และต้นทุนในงานก่อสร้าง อาทิ ราคาเหล็กและวัสดุก่อสร้างเพิ่มแรงจูงใจในการเก็งกำไรให้กับนักลงทุนSTECON ซื้อ เป้า 2027F 24.90 บาท  CK ซื้อ เป้า 2027F 25.35 บาท

#SETIndex #หุ้นไทย #ตลาดหุ้น #FundFlow #หุ้นไทยวันนี้

- Advertisement -