แนวโน้มตลาดหุ้น ธีมการลงทุน และปัจจัยสำคัญ (รักพงศ์ ไชยศุภรากุล, IAA เลขทะเบียนฯ: 19838)
น่าจะมีเด้งบ้าง ก่อนผันผวนต่อ… ติดตามผลเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ
เมื่อวานนี้ ตลาดหุ้นไทยยังลงแรง (อ่อนแอกว่าที่เราประเมิน)… ดัชนีฯ ปิดลบ 1.07% เนื่องจาก i) หุ้น DELTA* ปรับลงต่อ สะท้อนความกังวลทั้งจากอุตสาหกรรมเทคฯ ในตลาดโลก ว่าด้วยความคุ้มค่าของงบลงทุนมหาศาลที่ใส่เข้าไป รวมทั้งความกังวลว่าแผนที่ Delta Taiwan จะสร้างโรงงานในมาเลเซีย จะกดดันฝั่งไทยในระยะยาว ii) หุ้นหลักในกลุ่มพลังงานปรับฐานต่อ ตอบรับราคาน้ำมันดิบที่ร่วงเกือบ 7% เมื่อวันจันทร์ หลังนักลงทุนเพิ่มความคาดหวังต่อดีลสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน
ฝ่ายวิจัยฯ ประเมิน SET Index วันพุธ น่าจะยืนได้ มีโอกาสเปิดรีบาวด์ก่อนผันผวนต่อ… ปัจจัยการลงทุนวันนี้ ได้แก่ i) หุ้นเทคโนโลยีในสหรัฐฯ ฟื้นตัวได้บ้างหลังลงแรงหลายวัน แต่ยังไม่มีพัฒนาการเชิงบวกใดๆ ที่ชัดเจน ii) ตลาดน้ำมันและตลาดพันธบัตรทรงๆ ตัว หลังนักลงทุนชะลอ เพื่อติดตามผลเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ และสถานการณ์ตะวันออกกลาง… ด้านตัวเลขสำคัญในภาคแรงงาน เช่น ตำแหน่งงานเปิดใหม่ในสหรัฐฯ ก.ย. +7.52 ล้านตำแหน่ง (สูงกว่าที่ consensus คาดที่ +7.10 ล้านตำแหน่ง) ส่งผลให้เฟดฟันด์ฟิวเจอร์ให้น้ำหนักประมาณ 80% ว่าเฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุม ธ.ค. 2569
ด้านปัจจัยอื่นๆ ที่มีความสำคัญต่อตลาด… i) ติดตามผลเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ล่าสุด ณ 8.10 น. พรรคเดโมแครตนำ 20 ต่อ 10 ในสภาผู้แทนฯ และนำ 41 ต่อ 31 ในวุฒิสภา ii) วันนี้ นักเศรษฐศาสตร์ KGI ออกประมาณการเงินเฟ้อ ก.ย. ซึ่งน่าจะอยู่ที่ +3.8% ตามราคาน้ำมันในประเทศ และราคาอาหารสดต่างๆ ที่เพิ่มขึ้น
หุ้นเด่นเชิงกลยุทธ์ (สุโชติ ถิรวรรณรัตน์, IAA เลขทะเบียนฯ: 28668)
สะสมหุ้นปันผล KBANK ADVANC และนิคมฯ WHA* (Preview งบดี)
KBANK (เป้าพื้นฐาน 309 บาท)* 1) ประเมิน NIM ผ่านจุดต่ำสุด และ Bond yield เริ่มปรับลงแรงหนุนโอกาสกำไรลงทุน เราประเมินทิศทางส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (NIM) ผ่านจุดต่ำสุด ขณะที่การลงทุนภาคเอกชนจะยังคงเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง (ยอดขอ BOI สูง + รอกฎเกณฑ์ Data center เร็วๆนี้) นอกจากนี้เราประเมิน Bond yield ที่ปรับลงแรงตลอดเดือน ต.ค. หนุนโอกาสกำไรจากการลงทุนในตลาดตราสารหนี้ 2) ประเมินปันผลเด่น คาดเงินปันผลสำหรับ 2H69 อีกหุ้นละ 12 บาท/หุ้น (Dividend yield 5%) 3) ประเมินราคาหุ้นพักฐาน Sideway ประเมินแนวรับ 240 บาท และ 237 บาท / แนวต้าน 247 – 250 บาท กรณีฟื้นตัวผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ประเมินแนวต้านถัดไป +/- 260 บาท (Stop loss 232 บาท)
ADVANC (เป้าพื้นฐาน 396 บาท)* 1) แนวโน้มกำไร 4Q69 เข้า High season ประเมินแนวโน้มกำไร 4Q69 จะโตทำจุดสูงสุดของปีได้ จากการเข้า High season ของการขายสมาร์ทโฟน ขณะที่คาดปันผลที่เหลือของ 2H69 อีกหุ้นละ 9.1 บาท (Yield 2.7%) และปันผลปี 2570 คาดหุ้นละ 18.8 บาท (Yield 5.5%) 2) ประเมินราคาหุ้นสร้างฐานมีโอกาสฟื้นตัว ประเมินแนวรับ 334 บาท / แนวต้าน 344 – 348 บาท กรณีฟื้นตัวผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ประเมินแนวต้านถัดไป +/- 360 บาท (Stop loss 330 บาท)
WHA (เป้าพื้นฐาน 5.95 บาท)* 1) คาดกำไร 3Q69 โตดี YoY QoQ และ 4Q69 กำไรโตดีต่อ ฝ่ายวิจัยฯ คาดกำไร 3Q69 = 877 ล้านบาท (+38% YoY, +33% QoQ) และคาดกำไร 4Q69 จะเป็นจุด Peak ของปี ขณะที่ยังรอ Catalyst เรื่องกฎเกณฑ์ Data center ที่รอการปลดล็อกการลงทุน Data center ในนิคมฯ (อัตรากำไรดีกว่าโรงงานปกติ และหนุนรายได้การขายน้ำ + ไฟฟ้าที่มากกว่าโรงงานปกติ) 2) Valuation ยังไม่แพง Forward PE จะลดลงเหลือ +/- 14 เท่าบนประมาณการฯปีหน้า จาก +/- 18 เท่า ปีนี้ (คาดกำไรโต +25% YoY) Dividend yield 4.4% 3) ประเมินราคาพัก Sideway ประเมินแนวรับ 4.76 บาท และ 4.72 บาท / แนวต้าน 4.84 – 5.0 บาท กรณีฟื้นตัวผ่านแนวต้านนี้ได้ประเมินแนวต้านถัดไป +/- 5.25 บาท (Stop loss 4.6 บาท)
หุ้นมีข่าว
(+) โบรกคาดปตท.เพิ่ม ‘ปันผล’ จ่ายสูงแตะ 6.62% ยันฐานะการเงินแกร่งไม่กระทบพื้นฐาน (กรุงเทพธุรกิจ) หนุนคลังใช้กลไก “ตลาดทุน” แทนแทรกแซง ดึงรายได้รัฐอุ้มกองทุนน้ำมัน ในประเด็นกระทรวงการคลัง ฐานะ “ผู้ถือหุ้นใหญ่” ของ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT* มีแนวคิดผลักดันให้บริษัท “เพิ่มการจ่ายเงินปันผล” เพื่อเพิ่มรายได้ให้ภาครัฐและนำเงินส่วนหนึ่งกลับไปช่วยเหลือ “กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง” สะท้อนผ่าน “เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ” รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ส่งผ่านนโยบายดังกล่าวไปยัง PTT* ผ่านกรรมการผู้แทนกระทรวงการคลังเพื่อให้พิจารณาเพิ่มการจ่ายเงินปันผล
(+) BEM* BTS*) ครม.เคาะค่ารถไฟฟ้า 17-45 บาท (ไทยโพสต์) เริ่ม 1 ม.ค.70 /พร้อมจัดงบ 5.8 พันล.ชดเชยช่วยประชาชน ครม.เคาะมาตรการรถไฟฟ้าค่าโดยสารร่วม เริ่ม 1 ม.ค.70 จ่ายสูงสุด 45 บาท ตลอดสาย ครอบคลุมทุกเส้นทาง กทม.-ปริมณฑล ไม่เก็บค่าแรกเข้าซ้ำซ้อน พร้อมอัดงบ 5,807 ล้านบาท ชดเชยค่าโดยสาร ลดภาระประชาชนตลอดปี
(+) TU* ลุ้นผลงาน Q4/69 ออลไทม์ไฮ เล็งปลดล็อกเพดานปันผล 60% เพิ่มผลตอบแทนผู้ถือหุ้น (ข่าวหุ้น) TU* ลุ้นผลงานไตรมาส 4/69 ทุบสถิติใหม่ มั่นใจรายได้ปี 69 เติบโต 140,000 ล้านบาท หลัง 9 เดือนแรกโต 4% กางแผน 3 ปี รายได้โต 4-6% ต่อปี ทุ่ม 800 ล้านบาท ควบรวม 2 โรงงานในสมุทรสาคร-นำหุ่นยนต์สู้ศึกขาดแคลนแรงงาน พร้อมชะลอลงทุน BOI และจ่อปลดล็อกเพดานปันผล 60% เพิ่มผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
(+) HMPRO* ผนึกกำลัง ‘เมกาโฮม’ ร่วมชิงเค้ก โซลาร์ภาคประชาชน 1 ล้านครัวเรือน (ข่าวหุ้น) HMPRO* ผนึกกำลัง “เมกาโฮม” ประกาศความพร้อมขานรับโครงการโซลาร์ภาคประชาชน ร่วมสนับสนุนนโยบายภาครัฐในการส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงพลังงานสะอาดได้ง่ายขึ้น ผ่านบริการ Home Solar ทางเลือกประหยัดค่าไฟอย่างยั่งยืน
(+) อาหารสัตว์เลี้ยงยอดโต 2 หลัก BTG*-ITC แข่งขายสุขภาพ (ประชาชาติธุรกิจ) ธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงมาแรง “เบทาโกร” เผยขยายตัวปีละ 2 หลัก อย่างต่อเนื่อง ชี้เหตุพฤติกรรมเปลี่ยน เจ้าของมองสัตว์เลี้ยงเป็นสมาชิกในบ้าน สรรหาอาหารคุณภาพดูแลน้องๆ ตลาดแข่งเดือด ITC ชูเทรนด์ Pet Longevity ชะลอวัยสัตว์เลี้ยง พร้อมผลิตอาหารเสริมแคลเซียมดูแลกระดูก-ข้อ
หุ้นที่เคยแนะนำก่อนหน้า
- โรงไฟฟ้า + Data center: BGRIM* (Stop loss 18.7 บาท) EGCO* (Stop loss 128 บาท) EPG* (Stop loss 5.9 บาท)
- กลุ่มธนาคารฯ ปันผลดี (Defensive yield): KTB* (Stop loss 43 บาท)
- ท่องเที่ยว: AWC* (Stop loss 3.1 บาท) ERW* (Stop loss 3.5 บาท) AOT* (Stop loss 59.5 บาท)
- หุ้นรับงบฯ 3Q-4Q: BTG* (Stop loss 20.9 บาท) ITC (Stop loss 16.8 บาท) GLOBAL* (Stop loss 7.0 บาท)
- Stop loss / Trailing stop: GPSC* (แนะนำ 6 ต.ค.) GULF* (แนะนำ 29 ก.ย.)
Report ตามปัจจัยพื้นฐานวันนี้
- WHAUP แนะนำ “ซื้อ” เป้าพื้นฐาน 9.3 บาท* ฝ่ายวิจัยฯคาดกำไรสุทธิ 3Q69 = 388 ล้านบาท (-20% YoY -27% QoQ) จากรายได้ที่ลด 11.5% YoY เป็น 620 ล้านบาท และอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดเหลือ 36% อย่างไรก็ดียังคงประเมิน Upside ระยะกลางถึงยาวยังน่าสนใจ จากแผน PDP 2026 และกฎระเบียบ Data center ใหม่ โดย WHAUP มี MOU Direct PPA กับ Data center 120MW และมีใน Pipeline อีกกว่า 100MW ยังคงประมาณการฯและคำแนะนำ “ซื้อ”
- WHA แนะนำ “ซื้อ” เป้าพื้นฐาน 5.95 บาท* ฝ่ายวิจัยฯคาดกำไรสุทธิ 3Q69 = 877 ล้านบาท (+38% YoY +33% QoQ) การฟื้นตัวมาจากอัตรากำไรขั้นต้นธุรกิจนิคมฯที่ดีขึ้น ฝ่ายวิจัยฯคาดกำไรจะทำจุดสูงสุดใน 4Q69 จากการโอนสินทรัพย์เข้า REIT ดีลที่ดินขนาดใหญ่ และกำไร WHAUP* ยังคงประมาณการฯและคำแนะนำ “ซื้อ”
- HMPRO แนะนำ “ซื้อ” เป้าพื้นฐาน 7.2 บาท จากการประชุมนักวิเคราะห์ ฝ่ายวิจัยฯคาดกำไร 4Q69 ปรับตัวดีขึ้นทั้ง YoY และ QoQ จากยอดขายที่แข็งแกร่งขึ้นและอัตรากำไรที่ขยายตัว ขณะที่คาดอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลปี 2569-70 สูงราว 5.6 – 5.9% ต่อปี เป็นปัจจัยหนุนสำคัญและช่วยจำกัดความเสี่ยงด้านราคาหุ้น ยังคงประมาณการฯและคำแนะนำ “ซื้อ”
- ADVANC แนะนำ “ซื้อ” เป้าพื้นฐาน 396 บาท รายงานกำไรสุทธิ 3Q69 = 13.5 พันล้านบาท (-2% QoQ +12% YoY) เป็นไปตามคาด โดยรายได้โทรศัพท์เคลื่อนที่ที่ชะลอลงและต้นทุนที่เพิ่มขึ้นตามฤดูกาลกดดันกำไร QoQ แต่ถูกชดเชยบางส่วนจากการประหยัดค่าคลื่นความถี่ ฝ่ายวิจัยฯคาดกำไรปกติทำจุดสูงสุดใน 4Q69 จากปัจจัยฤดูกาล คาดอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล 5.2% ยังคงประมาณการฯและคำแนะนำ “ซื้อ”








