DAILY FOCUS: แกว่งแคบ ลุ้นผลเลือกตั้งสหรัฐ

ตลาดหุ้นวานนี้ : SET Index ปรับตัวลง โดยปิดลบ -16.19 จุด ที่ระดับ 1,491.01 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 6.3 หมื่นลบ. โดยเผชิญแรงขายจากกลุ่มพลังงานโดยเฉพาะ PTT และ PTTEP และอิเล็กทรอนิกส์ ที่นำโดยหุ้น DELTA ในขณะที่สถาบันในประเทศขายสุทธิ 0.8 พันลบ. แต่นักลงทุนต่างชาติยังซื้อสุทธิ 0.6 พันลบ. (ต่างชาติ Short สุทธิ Index Futures 0.4 หมื่นสัญญา)

แนวโน้มตลาดวันนี้: เราคาด SET Index ยังมีโอกาสแกว่งตัวแดนลบ ตามบรรยากาศการลงทุนทั่วโลกที่ยังกดดันโดยเฉพาะจากหุ้น TECH โดย SET มีแนวรับถัดไปบริเวณ 1480 จุด ในขณะที่แนวต้านสำหรับการรีบาวด์ระยะสั้นนั้นอยู่บริเวณ 1500-1510 จุด โดยวันนี้ต้องรอประกาศตัวเลขสำคัญ คือ ISM ภาคการบริการซึ่งจะประกาศเวลา 22.00 น. ตามเวลาไทย คาดออกมาใกล้เคียงกับเดือนก่อนหน้า รวมถึงติดตามผลการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ ซึ่งจะมีผลต่อทิศทางนโยบายสหรัฐฯ ในวาระครึ่งหลังของโดนัลด์ ทรัมป์ และที่สำคัญ ยังต้องรอตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรในวันศุกร์ ที่คาด +6.5 หมื่นตำแหน่ง เพิ่มจากเดือนก่อนหน้าที่ +2.9 หมื่นตำแหน่ง สะท้อนเศรษฐกิจที่ยังร้อนแรง และมีผลต่อเงินเฟ้อที่ยากจะลดระดับลง นอกจากนี้คาดว่าราคาหุ้นจะเคลื่อนไหวสอดคล้องกับการทยอยคาดการณ์และประกาศกำไร 3Q26 ของบจ. โดยสำหรับไทย เราคาดกำไรชะลอตัว q-q แต่ยังเติบโต y-y กลยุทธ์การลงทุนจึงเน้น Selective Buy ในหุ้นที่คาดว่าจะรายงานผลประกอบการแข็งแกร่ง รวมถึงมี Earnings Outlook และ Guidance เชิงบวก

กลยุทธ์ : Selective Buy เน้นหุ้นกำไร 3Q26 แข็งแกร่ง // ระยะกลาง-ยาวยัง Rotate หา Value-Domestic Play

หุ้นเด่นเดือน พ.ย. : BDMS, BTG, CPALL, CPN, ITC

FSSIA Portfolio: BA, BBL, BTG, CPALL, CPN, ERW, GULF, ITC, PR9, SAPPE, STA, and TIDLOR

หุ้นเด่นวันนี้ : MEGA

  • แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 43 บาท
  • คาดกำไรปกติ 3Q26 +23% q-q แต่ -30% y-y จากฐานรายได้ที่สูงในเมียนมาร์ในปีก่อน กำไรที่โตยังคงมาจาก Brand Mega We Care (65% ของรายได้รวม) ที่รายได้โต y-y เป็นไตรมาสที่ 10 และรักษา Gross margin สูง 64-65% ได้
  • กำไร 9M26 คาด -14% y-y ภาพรวมทั้งปีโตต่ำ ไม่หวือหวา แต่มั่นคง ยังคาดหวัง Dividend yield ปีละ 5% ได้
  • แนวรับ 34.75 / 33.75 บาท แนวต้าน 36.75 / 38.25 / 40 บาท

ประเด็นสำคัญวันนี้ :

(+) กลุ่มพาณิชย์ SSS กลุ่มค้าปลีกเดือน ต.ค.26 ฟื้นตัวเด่นในกลุ่ม Home-related จากความต้องการซ่อมแซมบ้านหลังน้ำท่วม นำโดย MegaHome, TWD และ HomePro ขณะที่ Supermarket ฟื้นตัว แต่ร้านค้าขนาดเล็กยังชะลอ คาด SSS เดือน พ.ย. กลุ่ม Home-related ชะลอลงแต่ยังเป็นบวก ส่วนกลุ่ม Staple มีแนวโน้มดีขึ้น คาดกำไร 3Q26 เติบโตดี y-y นำโดย COM7, BJC และ CRC เลือก BJC (ราคาเป้าหมาย 22.20 บาท) และ COM7 (ราคาเป้าหมาย 38 บาท) เป็น Top Picks

(-) กลุ่มท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวต่างชาติสัปดาห์ที่ 44 อยู่ที่ 5.39 แสนคน +7% w-w, -16% y-y หนุนจากตลาด Long-haul ขณะที่จีนฟื้นเล็กน้อยแต่ยังลดลง 29% y-y ยอดสะสม 10M26 อยู่ที่ 25.46 ล้านคน -4.6% y-y สะท้อนความเสี่ยงต่อเป้าทั้งปี 33 ล้านคน โดยอาจเหลือเพียง 31.5-32.3ล้านคน อย่างไรก็ตาม คาดผลกระทบต่อกำไรโรงแรมจำกัดจากสัดส่วนลูกค้าจีนต่ำและแรงหนุน High season

(0) ADVANC รายงานกำไรปกติ 3Q26 ที่ 1.35หมื่นลบ. (+12% y-y, -1% q-q) ตามคาด หนุนจากรายได้มือถือและบรอดแบนด์เติบโต แม้ต้นทุนเพิ่มและมีผลขาดทุน Virtual Bank คาดกำไร 4Q26 ฟื้น q-q และปี 2026-27 โต 16.8% และ 5.5% ตามลำดับ คงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 411 บาท

(+) TU ตั้งเป้าปี 2027 รายได้โต 3-5% y-y เพิ่ม Gross Margin เป็น 20.5-21% และลด SG&A เหลือ 13.5% จากการเพิ่มสินค้าแบรนด์และปรับประสิทธิภาพการผลิต คาดกำไรปกติ 4Q26 ชะลอ q-q ตามฤดูกาล ขณะที่การไกล่เกลี่ยคดี Red Lobster ใกล้ได้ข้อสรุป อาจช่วยลดค่าใช้จ่ายและปลดล็อก Overhang ต่อหุ้น ส่วนการขายหุ้นซื้อคืนมุ่งเพิ่มสภาพคล่อง คงมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มกำไรปี 2027

(+) GULF คาดกำไรสุทธิ 3Q26 ชะลอตัวเล็กน้อย q-q แต่กำไรปกติแข็งแกร่งต่อเนื่อง คาดกำไร 4Q26 แข็งแรง ปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2026 ขึ้น 8% เป็น +55.7% y-y ยังคงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 86 บาท key catalyst คือ Data Center growth และโอกาสได้กำลังผลิตใหม่เพิ่มจากแผน PDP2026

(-) ตลาดดาวโจนส์ปิดลบ โดย Dow Jones ปิดที่ 51,786.72 จุด ลดลง 197.26 จุด หรือ -0.38% ขณะที่ S&P500 ปิดที่ 7,568.92 จุด เพิ่มขึ้น 27.52 จุด หรือ +0.36% และ Nasdaq ปิดที่ 25,372.01 จุด เพิ่มขึ้น 207.65 จุด หรือ +0.83% หลังนักลงทุนผิดหวังผลประกอบการของ Apple ขณะที่แรงซื้อหุ้นกลุ่ม AI ช่วยหนุน S&P500 และ Nasdaq

(-) ตลาดหุ้นยุโรปปิดลบ โดย STOXX 600 ลดลง 3.78 จุด หรือ 0.58% ปิดที่ 645.66 จุด ท่ามกลางความไม่แน่นอนเกี่ยวกับโอกาสบรรลุข้อตกลงสันติภาพในตะวันออกกลาง และการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ

(-) ตลาดหุ้นเอเชียเปิดลบ ท่ามกลางบรรยากาศการลงทุนที่เป็นไปอย่างระมัดระวัง ขณะที่นักลงทุนรอดูผลการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ

(-) ค่าเงินบาทอ่อนค่า โดย Current อยู่ที่ 33.76 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ เทียบกับ Previous ที่ 33.74 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 0.04%

(-) ราคาน้ำมันดิบลดลง 1.17 ดอลลาร์ หรือ 1.12% ปิดที่ 103.60 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังมีสัญญาณบ่งชี้ถึงความคืบหน้าในการเจรจาเพื่อยุติสงครามในยูเครนและอิหร่าน

(-) ราคาทองคำ COMEX ลดลง 29.20 ดอลลาร์ หรือ 0.74% ปิดที่ 3,940.40 ดอลลาร์/ออนซ์ หลังดอลลาร์แข็งค่าและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้น

- Advertisement -