ข่าวเศรษฐกิจ / อุตสาหกรรม / ตลาดหลักทรัพย์ฯ
สศช. ปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP ไทยปี 2569 เป็น 2.2% พร้อมชี้ไทยจะได้รับผลดีจาก AI ในอีก 1.5 ปีข้างหน้า
สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) รายงาน GDP ไตรมาส 2 ขยายตัว 1.9% และปรับประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 เพิ่มขึ้นเป็น 2.2% จากเดิม 2.0% โดยคาดว่าไตรมาส 3 จะดีขึ้นจากไตรมาส 2 ด้านการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน Data Center, PCB และ Semiconductor คาดว่าจะเริ่มส่งผลดีต่อเศรษฐกิจไทยในอีกประมาณ 1 ปีครึ่ง อย่างไรก็ตาม ต้องระวังฟองสบู่การลงทุน AI ที่เริ่มก่อตัว ด้านดุลบัญชีเดินสะพัดลดลงจากการนำเข้าพุ่งสูง 24% แต่ดุลการค้าแท้จริงยังเกินดุลประมาณ 9,000 ล้านดอลลาร์เมื่อหักน้ำมันและทองคำ ประธาน FETCO ระบุว่าเม็ดเงิน FDI ไหลเข้าต่อเนื่อง โดยยอดขออนุมัติจาก BOI ในครึ่งแรกปี 2569 สูงเท่ากับตัวเลขทั้งปีของปีก่อนและเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ฟินโนมีนาประเมินดัชนีหุ้นไทยจุดรับที่ 1,570–1,580 จุด และเป้าหมายปลายปีที่ 1,700 จุด
ThaiBMA ชี้ตลาดหุ้นครึ่งปีหลัง 2569 เติบโตมั่นคง คาดยอดออกใหม่ไม่ต่ำกว่า 340,000 ล้านบาท
สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) เปิดเผยว่าตลาดตราสารหนี้ในครึ่งปีหลังของปี 2569 จะยังคงเติบโตอย่างมั่นคง โดยคาดว่ามีหุ้นกู้ครบกำหนดชำระประมาณ 340,000 ล้านบาท และยอดหุ้นกู้ใหม่จะไม่ต่ำกว่าจำนวนดังกล่าว ทั้งนี้ตลาดมีเงินฝากในระบบธนาคารสูงเกือบ 18 ล้านล้านบาท พร้อมไหลเข้าสู่ตลาดตราสารหนี้ สะท้อนจากพันธบัตรออมทรัพย์ที่จำหน่ายหมดในเวลาเพียง 21 วินาที เนื่องจากให้อัตราดอกเบี้ย 2.8% สำหรับรุ่น 10 ปี บริษัทขนาดใหญ่ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือสูง เช่น GULF, MTC และ ADVANC จะได้รับความสนใจจากนักลงทุนต่อเนื่อง โดยมี ICR สูงกว่า 3 เท่า อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลระยะยาวของไทยคาดว่าจะไม่กลับไปสูงถึง 3.5–3.6% เนื่องจากโครงสร้างเศรษฐกิจที่เติบโตช้าและสังคมสูงวัย ขณะที่จำนวนบริษัทที่ถูกปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือมีแนวโน้มลดลง สะท้อนสัญญาณการปรับตัวดีขึ้นของตลาดโดยรวม
ค่าเงินบาทเปิดตลาด 33.04 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าเล็กน้อยจากแรงกดดันสถานการณ์ตะวันออกกลางและบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ปรับสูง
ธนาคารกรุงไทยประเมินค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้านี้ที่ระดับ 33.04 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าเล็กน้อยจากระดับปิดวันก่อนหน้าที่ 32.99 บาทต่อดอลลาร์ โดยเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบ 32.97–33.07 บาทต่อดอลลาร์ ถูกกดดันจากการแข็งค่าของเงินดอลลาร์ที่มาพร้อมกับการปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมันดิบท่ามกลางความกังวลต่อสถานการณ์ตะวันออกกลาง บอนด์ยีลด์ 10 ปีสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้นเหนือโซน 4.70% แตะระดับ 4.73% ขณะที่ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ปรับขึ้นสู่โซน 99.6 จุด ด้านราคาทองคำสามารถปรับตัวขึ้นสู่โซน 4,475 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ได้รับแรงหนุนจากภาวะปิดรับความเสี่ยงและความกังวลต่อฐานะการคลังสหรัฐฯ แม้เผชิญแรงกดดันจากการแข็งค่าของเงินดอลลาร์
ข่าวบริษัทจดทะเบียนฯ
GULF (Last Price 65.25 บาท YTD return +57.23%)
คณะรัฐมนตรีอนุมัติแต่งตั้งปลัดกระทรวงพลังงานคนใหม่ และ Direct PPA เปลี่ยนเป็นระบบไม่จำกัดจากเดิมมีเพดาน 2,000 MW GULF คาดรองรับโครงการใหม่ได้ 2,000–3,000 MW จาก Net IBD/E ต่ำและงบดุลแข็งแกร่ง มีโอกาสเติบโตจากไฟฟ้า Direct PPA และ Data Center (ที่มา: ทันหุ้น)
BGRIM (Last Price 19.0 บาท YTD return +34.75%)
นโยบาย Direct PPA ที่เปลี่ยนเป็นระบบไม่จำกัดเปิดโอกาสให้ BGRIM รองรับได้ 500–1,000 MW พร้อมโอกาสจากโครงการ Build-to-Suit สำหรับ Data Center ขณะที่ PDP 2026 คาดประกาศใช้ภายในปี 2569 (ที่มา: ทันหุ้น)
PTT (Last Price 40.5 บาท YTD return +27.56%)
กลุ่ม ปตท. ลงนามบันทึกความเข้าใจกับมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงเพื่อร่วมมืออนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติภายใต้แนวทาง “ปลูกป่า ปลูกคน” สร้างคาร์บอนเครดิตคุณภาพเพื่อสนับสนุนเป้าหมาย Net Zero ของประเทศ โดยมีบริษัทในกลุ่มร่วมลงนามหลายแห่ง (ที่มา: ทันหุ้น)
ADVANC (Last Price 372.0 บาท YTD return +15.89%)
สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) ระบุว่าบริษัทขนาดใหญ่ที่มีเรตติ้งสูงอย่าง ADVANC จะได้รับความสนใจจากนักลงทุนต่อเนื่องในครึ่งปีหลังปี 2569 โดยมีอัตราส่วนความสามารถชำระดอกเบี้ย (ICR) สูงกว่า 3 เท่า (ที่มา: ทันหุ้น)
PTTEP (Last Price 149.0 บาท YTD return +33.04%)
หุ้นกลุ่มพลังงานอย่าง PTTEP ปรับตัวขึ้นตามราคาน้ำมันโลกที่แข็งค่า จากความกังวลสถานการณ์ตะวันออกกลางและช่องแคบฮอร์มุซ โดยตลาดหุ้นไทยปิดที่ 1,621.62 จุด ลดลง 4.82 จุด (-0.30%) มูลค่าซื้อขาย 83,308.95 ล้านบาท (ที่มา: ทันหุ้น)
SCB (Last Price 151.5 บาท YTD return +6.69%)
SCB เปิดบริการ SCB Gold Marketplace ซื้อ-ขายทองคำแบบเรียลไทม์บนแพลตฟอร์ม SCB EASY ร่วมกับพันธมิตร 3 ร้านทองคำ ได้แก่ ฮั่วเซ่งเฮง MTS Gold และ YLG รองรับฐานผู้ใช้ 17 ล้านราย เริ่มต้นลงทุน 0.05 บาททอง ครอบคลุมทองคำ 99.99% และ 96.5% (ที่มา: ทันหุ้น)
KBANK (Last Price 247.0 บาท YTD return +26.99%)
ธนาคารกสิกรไทยเปิดตัว K Virtual Account บริการบัญชีเสมือนสำหรับลูกค้าธุรกิจ ช่วยบริหารเงินรับหลายบัญชีภายใต้ Master Account เดียว และมีแผนต่อยอดสู่ A/R Matching Solution ปลายปีนี้ เหมาะสำหรับธุรกิจที่มีคู่ค้าหรือสาขาจำนวนมาก (ที่มา: ทันหุ้น)
-
บอนด์ยีลด์ระยะยาวสหรัฐฯ พุ่งสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตร 30 ปี แตะระดับ 5.33% สูงสุดในรอบ 19 ปี แรงกดดันมาจากความกังวลต่อการขาดดุลการคลังสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้น อัตราเงินเฟ้อที่ยังคงสูง รวมถึงการใช้จ่ายด้าน AI และพลังงาน นักวิเคราะห์ระบุว่ายีลด์ระยะยาวมีศักยภาพปรับสูงขึ้นได้อีก ส่งผลให้ต้นทุนการกู้ยืมของภาคธุรกิจและผู้บริโภคสูงขึ้น
-
ราคาน้ำมันดิบ Brent แตะ 92 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลชั่วคราว หลังประธานาธิบดีทรัมป์ระบุว่าไม่มีการเจรจากับอิหร่านในขณะนี้ และอ้างว่าสหรัฐฯ ควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ น้ำมันดิบปิดตลาดในระดับสูงสุดในรอบ 3 สัปดาห์ ขณะที่ก๊าซธรรมชาติสหรัฐฯ ก็ปรับตัวขึ้นตาม สต็อกน้ำมันดิบสหรัฐฯ ลดลงเกินคาด สะท้อนอุปสงค์ที่แข็งแกร่ง
-
สำนักงาน ก.ล.ต. สหรัฐฯ (SEC) เสนอกฎระเบียบใหม่สำหรับสินทรัพย์คริปโต ซึ่งเป็นที่รอคอยของอุตสาหกรรมมาเป็นเวลานาน ด้านผู้ว่าการรัฐเพนซิลเวเนียลงนามในคำสั่งบริหารกำหนดกฎใหม่สำหรับการพัฒนา Data Center ด้าน AI ในรัฐ ขณะที่รายงานระบุว่าทั่วโลกมีการออกกฎควบคุม Data Center มากขึ้นท่ามกลางการขยายตัวของ AI
-
NVIDIA ประกาศดีล AI โครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ร่วมกับ SB Energy จัดหาพลังงานคำนวณ 4.25 GW สำหรับ OpenAI พร้อมสิทธิ์เพิ่มอีก 3.75 GW รวม 8 GW ที่รัฐโอไฮโอ ภายใต้สัญญาเช่า 20 ปี NVIDIA วางแผนลงทุนใน SB Energy สูงสุด 3 พันล้านดอลลาร์ และปรับลดวงเงินค้ำประกันโครงการจาก 250 พันล้านดอลลาร์เหลือต่ำกว่า 120 พันล้านดอลลาร์ในระยะแรก นอกจากนี้ยังจับมือ 6 กองทุน Private Capital รวมถึง Apollo, BlackRock, Blackstone, Brookfield, Goldman Sachs และ KKR จัดตั้งกรอบให้เช่า AI Compute มูลค่า 5 แสนล้านดอลลาร์ พร้อมประกาศโปรแกรมซื้อคืนหุ้น 8 หมื่นล้านดอลลาร์ และปรับเพิ่มเงินปันผลรายไตรมาสเป็น 0.25 ดอลลาร์ต่อหุ้น ก่อนรายงานงบ Q2/2026 วันที่ 26 สิงหาคมนี้ โดย Consensus คาดรายได้ 91.91 พันล้านดอลลาร์ และ EPS 2.07 ดอลลาร์
-
Meta Platforms หุ้นร่วง 4.11% หลังเปิดการพิจารณาคดีในศาลสหรัฐฯ รัฐแคลิฟอร์เนีย โดย 29 อัยการรัฐฟ้องว่า Meta ออกแบบ Facebook และ Instagram ให้เสพติด โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและเยาวชน และเก็บข้อมูลเยาวชนอย่างผิดกฎหมาย โทษสูงสุดตามทฤษฎีอาจแตะ 1.4 ล้านล้านดอลลาร์ แต่อัยการระบุค่าเสียหายที่แท้จริงอยู่ที่ราว 193-200 พันล้านดอลลาร์ ด้าน Daniel Loeb จาก Third Point ขายหุ้น Meta ออกทั้งหมดในไตรมาส 2 ขณะที่บริษัทระงับโปรแกรมซื้อคืนหุ้นต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 3 เพื่อนำเงินไปลงทุน AI
-
Microsoft หุ้นลดลง 3.28% ปิดที่ 479.15 ดอลลาร์ หลังนักลงทุนประเมินแผนการใช้จ่าย Capex ด้าน AI ขนาดใหญ่ โดย Q1 FY27 คาด Capex จะเกิน 5 หมื่นล้านดอลลาร์ และงบ AI โดยรวมอยู่ที่ 1.75 แสนล้านดอลลาร์ ขณะที่ Azure ทะลุรายได้รายปี 1 แสนล้านดอลลาร์ในไตรมาส Q4 FY26 พร้อมรายได้รวมบริษัทโต 18% แตะ 9 หมื่นล้านดอลลาร์ Azure เติบโต 43% และ Microsoft 365 Copilot มีผู้ใช้แบบชำระเงินแล้วกว่า 30 ล้านที่นั่ง ด้าน Apple ปรับโครงสร้างค่าธรรมเนียม App Store ในยุโรปเพื่อยุติข้อพิพาทกับหน่วยงานกำกับดูแลภายใต้กฎหมาย Digital Markets Act
-
Palantir Technologies รายงาน Q2/2026 รายได้เติบโต 93% จากปีก่อนแตะ 1.94 พันล้านดอลลาร์ กำไรสุทธิ 1.06 พันล้านดอลลาร์ EPS 0.41 ดอลลาร์ เหนือ Consensus ที่ 0.34 ดอลลาร์ รายได้เชิงพาณิชย์สหรัฐฯ โต 149% แตะ 764 ล้านดอลลาร์ Remaining Performance Obligations ขยาย 124% สู่ 6.2 พันล้านดอลลาร์ มูลค่าสัญญาใหม่ใน Q2 ทำสถิติสูงสุดที่ 2.1 พันล้านดอลลาร์ บริษัทปรับเพิ่มคาดการณ์รายได้ทั้งปี 2026 เป็น 8.15 พันล้านดอลลาร์ ด้าน Micron Technology หุ้นพุ่ง 5.89% หลัง US Commerce Secretary ระบุว่าฝ่ายบริหารทรัมป์กีดกันบริษัทอเมริกันจากการใช้ผู้ผลิตหน่วยความจำจีน KeyBanc คาด DRAM ราคาขึ้น 15-20% ใน Q3 และอีก 15% ใน Q4 ปี 2026
-
สถานการณ์อิหร่านและช่องแคบฮอร์มุซตึงเครียดขึ้น หลังสงบศึกสหรัฐฯ-อิหร่านสิ้นสุดลงโดยไม่มีการต่ออายุ ทรัมป์ระบุไม่มีการเจรจากับอิหร่าน และอ้างว่าสหรัฐฯ ควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ เรือที่พยายามผ่านยังคงถูกโจมตี ปริมาณการเดินเรือผ่านช่องแคบลดลงอย่างมากเหลือเพียง 5 ลำต่อวัน เทียบกับ 31 ลำในสัปดาห์ก่อน ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูง
-
สหรัฐฯ และแคนาดาอยู่ระหว่างการเจรจาก่อนการบังคับใช้ภาษีนำเข้าใหม่ 50% บนสินค้าแคนาดา โดยฝ่ายบริหารทรัมป์รายงานว่าไม่คาดหวังว่าจะบรรลุข้อตกลงภาษีกับแคนาดา ขณะที่สินค้าส่งออกแคนาดาเดิมมีภาษีครอบคลุมโลหะ ไม้ และชิ้นส่วนยานยนต์แล้ว ด้านตลาดหุ้นโตรอนโต (TSX) ปิดใกล้ระดับต่ำสุดในรอบ 2 สัปดาห์ จากแรงกดดันภาษีและความกังวลเงินเฟ้อ








