บล.เคจีไอ (ประเทศไทย)
CH Karnchang (CK.BK/CK TB)*
แนวโน้มการลงทุนเติบโตดี; รอโครงการใหม่ ๆ จากภาครัฐ (Outperform Maintained)
Event
อัปเดตข้อมูลบริษัทหลังประชุมนักวิเคราะห์ครั้งล่าสุด
Impact
แนวโน้มกำไร 2H69F
กำไร 2Q69 ที่ 800 ลบ. น่าจะจุดพีคของปีนี้หนุนจากเงินปันผลรับของ TTW.BK/TTW TB (232 ลบ.), gross margin ที่ 9% สูงสุดนับตั้งแต่ปี 2566 (ปกติที่ +/-7.5%) และมีส่วนแบ่งกำไรจาก Bangkok Expressway and Metro (BEM.BK/BEM TB)* แข็งแกร่งถึง 400 ลบ. (เฉลี่ย 10 ไตรมาสที่ 300 ลบ.) ขณะที่ กำไร 1H69 ที่ 1.13 พันลบ. (ทรงตัว YoY) คิดเป็น 56% ของประมาณการกำไรทั้งปีของเรา มองไป 3Q69F กำไรยังคงรวมเงินปันผลระหว่างกาลรับจาก TTW (232 ลบ.) แต่คาดกำไรจะลดลง YoY เพราะฐาน 3Q68 สูงจากรับรู้กำไรจากการขายเงินลงทุนในโรงไฟฟ้าพลังน้ำหลวงพระบาง (815 ลบ.) และส่วนแบ่งกำไรจาก CK Power (CKP.BK/CKP TB)* ที่แข็งแกร่งผิดปกติบวกกำไรอัตราแลกเปลี่ยน ส่วน 4Q โดยปกติธุรกิจหลักรับเหมาก่อสร้างกับส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม (BEM และ CKP) มักเป็นช่วง low season และไม่มีเงินปันผลรับเข้ามา ดังนั้น เราคาดว่ากำไร 2H69F อาจต่ำกว่า 1H69
อัปเดตธุรกิจ
Backlog ณ สิ้นปี 2569 ที่ 1.46 แสนลบ. (-13% จากสิ้นปี 2568) ประกอบด้วยการรับเหมาก่อสร้างรถไฟฟ้า MRT สายสีส้ม (55%), โครงการพลังงานน้ำเขื่อนหลวงพระบาง (30%), รถไฟฟ้า MRT สายสีม่วง (5%) และโครงการรถไฟทางคู่เด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ (6%) ส่วนหลายโครงการที่มีศักยภาพส่วนใหญ่ซึ่งเดิมตั้งเป้าจะเปิดประมูลในปีนี้ได้ถูกเลื่อนออกไปเป็นปีหน้า (Figure 6) แต่อย่างไรก็ดี CK ยังคาดว่าโครงการทางด่วนยกระดับมูลค่า 3.5 หมื่นลบ. และโครงการขยายสนามบินสุวรรณภูมิฝั่งตะวันออกมูลค่า 1.3 หมื่นลบ. จะได้รับการอนุมัติภายในสิ้นปี 2569 สำหรับปี 2570F-71F บริษัทคาดว่าจะได้ backlog ใหม่ ๆ มูลค่าราว 2.50 แสนลบ.(Figure 5)
แนวโน้มการลงทุนเป็นบวก
ตามข้อมูลของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้รายงานไว้ว่าการสะสมทุนถาวร (Gross fixed capital formation: GFCF) 2Q69 ของไทยเพิ่มขึ้น 9% YoY (ลดลงเล็กน้อยจาก +10% ใน 1Q69) โดยการลงทุนภาคเอกชนเติบโต 13.4% (1Q69: +10%) แต่การลงทุนภาครัฐลดลง 1.6% (1Q69: +9.4%) อย่างไรก็ดี เราคาดว่ารัฐบาลจะผลักดันการลงทุนภาครัฐใน 4Q69 ขึ้นอีกหลังจากงบประมาณรายจ่ายปี 2570 ของรัฐบาลจะได้รับการอนุมัติในช่วงปลาย 3Q69 หรือต้น 4Q69
Valuation & Action
เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” CK ปัจจัยหนุนหลักจากโครงการโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐที่กำลังจะเปิดประมูลในรูปแบบ PPP (Public-Private Partnership) โดยเฉพาะโครงการระบบรางและถนนที่คาดว่าจะเปิดประมูลในระยะใกล้นี้ ปัจจุบันเรายังคงราคาเป้าหมาย 23.00 บาท อิงจาก PE ปี 2570F ที่ 18.5x (-0.5 S.D.) ทั้งนี้ CK เพิ่งประกาศจ่าย DPS ระหว่างกาลที่ 0.20 บาท (XD 27 ส.ค. 69) คิดเป็น yield ราว 1.0%
Risks
ความรวดเร็วในอัตราการเติบโตของ GDP ความล่าช้าจากการอนุมัติของคณะรัฐมนตรีและการเริ่มดำเนินการโครงการใหม่ ๆ การแก้ไขสัญญาต่าง ๆ การปรับเปลี่ยนฎระเบียบต่าง ๆ การเพิ่มขึ้นของอัตราดอกเบี้ย การปรับเพิ่มค่าแรงงานขั้นต่ำขึ้น








