บล.เคจีไอ (ประเทศไทย)
BBGI Pcl. (BBGI.BK/BBGI TB)
คาดว่ากำไรจะโตต่อเนื่องใน 3Q69F (Outperform‧Maintained)
Event
เรามองบวกหลังร่วมประชุมนักวิเคราะห์งวด 2Q69
Impact
คาดว่ากำไรจะทำสถิติสูงสุดใหม่ใน 3Q69F
เราคาดว่ากำไรสุทธิของ BBGI จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง QoQ ใน 3Q69F หลังจากที่เพิ่งทำสถิติสูงสุดใหม่ไปที่ 485 ล้านบาทใน 2Q69 โดยกำไรที่เพิ่มขึ้นใน 3Q69F จะเป็นเพราะ i) ไม่ต้องบันทึกผลขาดทุนจากการด้อยค่าของสินทรัพย์ 174 ล้านบาทเหมือนกับใน 2Q69 และ ii) จะเป็นไตรมาสแรกที่รับรู้ผลการดำเนินงานเต็มไตรมาสจากโครงการ SAF ซึ่ง BBGI ถือหุ้นอยู่ 20% ทั้งนี้โครงการ SAF ซึ่งมีกำลังการผลิต 1 ล้านลิตร/วัน เริ่มเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม และส่งกำไรมาที่ BBGI ประมาณ 170 ล้านบาทจากการดำเนินงาน 44 วันใน 2Q69 ดังนั้นเราจึงคาดว่าโครงการ SAF จะส่งกำไรมาที่ BBGI ราว 250-300 ล้านบาทใน 3Q69F ภายใต้สมมติฐานว่า spread ของ SAF ลดลงมาอยู่ที่ US$0.90-1.00/liter (ลดลง QoQ จากระดับที่สูงมากที่ US$1.08/liter) นอกจากนี้ เรายังคาดว่ากำไรจากธุรกิจเอทานอลจะเพิ่มขึ้น QoQ เนื่องจากคาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจเอทานอลจะเพิ่มขึ้นตามราคาอ้างอิงของเอทานอลที่เพิ่มขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม เราคาดว่ากำไรจากธุรกิจไบโอดีเซลจะลดลง QoQ เนื่องจากคาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจไบโอดีเซลจะลดลง ท่ามกลางราคากลีเซอรีนบริสุทธิ์ที่ลดลง
คาดว่าจะมีการขยายเวลาบังคับใช้น้ำมันดีเซล B7 ออกไปหลัง 13 กันยายน
เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม คณะรัฐมนตรีมีมติแต่งตั้งนายฉันทานนท์ วรรณเขจร อดีตเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร เป็นปลัดกระทรวงพลังงานคนใหม่ ซึ่งเมื่อพิจารณาจากประสบการณ์และพื้นฐานการทำงานในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ของนายฉันทานนท์ น่าจะสะท้อนถึงเจตนาของรัฐบาลที่จะเสริมสร้างความเชื่อมโยงระหว่างภาคพลังงานและภาคการเกษตรให้มากขึ้น สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในการส่งเสริมการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพ โดยเฉพาะไบโอดีเซลและเอทานอล ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ประเทศไทยที่จะลดการการนำเข้าน้ำมันดิบท่ามกลางสถานการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ตึงเครียดในตะวันออกกลาง เรามองว่านโยบายนี้เป็นเครื่องมือสำคัญในการที่จะ i) เสริมความมั่นคงทางพลังงาน, ii) หนุนรายได้เกษตรกร และ iii) ลดมลพิษ ดังนั้นเราคาดว่ากระทรวงพลังงานจะขยายระยะเวลาการกำหนดสัดส่วนการผสมไบโอดีเซลในน้ำมันดีเซลจาก B5 เป็น B7 ออกไป หลังจากมาตรการดังกล่าวจะสิ้นสุดลงในวันที่ 13 กันยายน ซึ่งสอดคล้องกับมุมมองบวกของผู้บริหาร BBGI ต่อทิศทางของนโยบายรัฐบาล
Valuation
เรายังคงคำแนะนำซื้อ BBGI โดยประเมินราคาเป้าหมาย 1H70F ที่ 7.50 บาท อิงจาก PE ที่ 7.0x เราคาดว่ากำไรของบริษัทจะทำสถิติสูงสุดใหม่อีกใน 3Q69F ซึ่งน่าจะช่วยหนุนราคาหุ้น ดังนั้นเราจึงยังคงเลือก BBGI เป็นหนึ่งในหุ้นเด่นของเราในกลุ่มพลังงาน
Risks
ความผันผวนของ margin เอทานอลและไบโอดีเซล รวมถึงปริมาณยอดขายของทั้งสองผลิตภัณฑ์ และความเสี่ยงทางด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับอดีตผู้รับเหมาหลักของโครงการ SAF








