บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):
Neo Corporate (NEO.BK/NEO TB)
มาร์จิ้นยังแข็งแกร่ง…แม้ต้นทุนสูงขึ้น (Outperform‧Upgraded)
Event
ประชุมนักวิเคราะห์ ปรับกำไรกับขยับไปใช้ราคาเป้าหมายใหม่เป็นปี 2570F และปรับเพิ่มคำแนะนำ
Impact
ปรับเพิ่มเป้ายอดขายปี 2569 ขึ้นเป็นเติบโตที่เลขสองหลัก
NEO ได้ปรับเพิ่มเป้ายอดขายใหม่โดยจะเติบโตเป็นเลขสองหลักจาก guidance เดิมที่คาดเติบโตเป็นเลขกลางถึงสูงหลักเดียว (1H69 เติบโต 12%) การที่แนวโน้มแข็งแกร่งขึ้นจะหนุนจากอุปสงค์ในประเทศที่แข็งแกร่งจาก i)โครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” ซึ่งเป็นมาตรการร่วมจ่ายกับรัฐบาล ii) ส่วนการตลาดเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง (Figure 1) และ iii) ความสำเร็จจากการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ขณะที่ โมเมนตัมยอดขาย ก.ค. 69 ยังคงแข็งแกร่ง (รายได้พุ่งขึ้น 24-25% YoY) โดยเร่งตัวขึ้นจาก 2Q69 (+18%) การที่โมเมนตัมที่แข็งแกร่งดังกล่าวสนับสนุนมุมมองของเราว่าบริษัทจะสามารถรักษาการเติบโตของยอดขาย 2H69F เป็นเลขสองหลักได้ นอกจากนี้ บริษัทได้ปรับขึ้นราคาผลิตภัณฑ์บางรายการราว 4-5% ใน ก.ค. 69 ด้วยผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งกว่าคาด ดังนั้น สมมติฐานยอดขายปี 2569F ของเราปัจจุบันที่คาดเติบโต 10% ดูเหมือนค่อนข้างอนุรักษ์นิยมเกินไป
ประสิทธิภาพการบริหารต้นทุนได้ดีและปรับเพิ่มเป้า GPM ปี 2569 ขึ้นใหม่ที่ 37–39%
แม้ต้นทุนสารลดแรงตึงผิว (surfactant) จะยังสูงอยู่ (ราคาน้ำมันเมล็ดในปาล์ม (CPKO) อยู่ที่ US$2,400-2,500/ton (+21% YoY และ +3% QoQ)) และคชจ. บรรจุภัณฑ์ก็เพิ่มขึ้น แต่บริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้มีประสิทธิภาพผ่านกลยุทธ์การจัดหาแหล่งวัตถุดิบทางเลือก และการปรับสมดุลการผลิต ซึ่งช่วยให้ GPM ใน 2Q69 ดีขึ้น ขณะนี้ บริษัทได้ให้ guidance ว่าต้นทุนบรรจุภัณฑ์ช่วง QTD เริ่มปรับตัวลงแล้ว ดังนั้น NEO จึงปรับเพิ่มเป้า GPM ขึ้นใหม่ที่ 37-39% จากเดิม 36-38% อย่างไรก็ดี เราคาดว่า NEO จะยังคงความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนและคงความสามารถในการทำกำไรได้ดีต่อเนื่อง โดยสมมติฐาน GPM ปัจจุบันของเราที่ 37.6% ในปี 2569F และ 37.9% ในปี 2570F ค่อนไปทางอนุรักษ์นิยม (1H69 สูงที่ 38.2% แล้ว)
ปรับเพิ่มกำไรปี 2569F/2570F
เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2569F ขึ้น 12% ใหม่ที่ 648 ลบ. (+15% YoY) และปี 2570F ขึ้น 13% ที่ 729 ลบ. (+13% YoY) บนสมมติฐานยอดขายและ margin ดีขึ้น ส่วนระยะสั้น เราคาดกำไร 3Q69F จะดีขึ้นทั้ง YoY และ QoQ จากยอดขายเติบโตแข็งแกร่งต่อเนื่องและ margin ก็ยังสูงด้วย
Valuation & action
เราขยับไปใช้ราคาเป้าหมายใหม่เป็นสิ้นปี 2570F ที่ 26.70 บาท (เดิม 21.20 บาท) อิงจาก PE เดิมที่ 11x (-0.5 S.D.) นอกจากนี้ เราปรับเพิ่มคำแนะนำ NEO ขึ้นเป็น “ซื้อ” จาก “ถือ” จากกำไรที่เติบโตแข็งแกร่งขึ้น ประสิทธิภาพการบริหารจัดการต้นทุนดีและครองส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มต่อเนื่อง ผลจากโมเมนตัมแบรนด์ที่แข็งแกร่งและการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ได้ผลตอบรับที่ดีมาก
Risks
ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว การแข่งขันสูงขึ้น การเปลี่ยนแปลงความชอบของลูกค้า








