ตลาดไม่ไหว Bond Yields เด้งกลับไปที่เดิม // 1,590–1,615
คาด SET Index พักตัวลง: แรงกดดันจากการดีดตัวของ Bond Yields สหรัฐ และ ราคาน้ำมันดิบ WTI ที่ยืนเหนือระดับ 86 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ยังแนะนำสะสมหุ้น Big Cap รับการจัดงาน Thailand Focus 2026 และจับตาการประกาศ FTSE Rebalance ซึ่งจะใช้ราคาปิดในวันนี้
กลยุทธ์การลงทุน
1) คาด 2H69 เติบโตต่อ: AMATA, BH, GLOBAL, GPSC, HMPRO, ITC, KCE, MINT, SAWAD, SINGER, TCAP, TU, BH
2) สะสมรับ Thailand Focus: AOT, BBL, BDMS, BJC, PTT, SCB, SCC
3) Commodity plays: BCP, PTTEP, SPRC, TOP
4) หวังโครงการ/มาตรภาครัฐ: AWC, CENTEL, ERW, GUNKUL, GULF, KTB, KBANK
- น้ำมันแบบนี้ Bond Yields อยู่ไม่ไหวๆ ต้องกลับไปที่เดิม : Bond Yields สหรัฐ อายุ 10 และ 30 ปี เร่งตัวขึ้นกลับไปที่ระดับ 4.70% และ 5.24% ตามลำดับ ซึ่งเป็นระดับเดียวกับช่วงก่อนที่ตลาดจะรับรู้การขยายเพดานเข้าซื้อพันธบัตรของกระทรวงการคลังสหรัฐ หลังจากราคาน้ำมันดิบ WTI เร่งตัวขึ้นทะลุ 86 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ทำให้ตลาดกลับมากังวลถึงภาพอัตราเงินเฟ้อที่ยังมีความเสี่ยงที่จะเร่งตัวขึ้น นอกจากนี้การเร่งเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลเพื่อเติมสภาพคล่องให้กับตลาด จะทำให้ปริมาณเงินในระบบเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น เป็นอีกหนึ่งแรงที่จะหนุนภาพอัตราเงินเฟ้อ จึงน่ากังวลว่าเงินเฟ้อในระยะถัดไป อาจมีแรงหนุนจากทั้งฝั่งอุปทาน คือต้นทุนราคาน้ำมัน และ ฝั่งอุปสงค์ จากสภาพคล่องในระบบเศรษฐกิจที่มากขึ้น ซึ่งอาจเร่งให้เฟดต้องดำเนินนโยบายทางการเงินในเชิง Hawkish มากขึ้น เพื่อควบคุมอัตราเงินเฟ้อให้อยู่ในกรอบเป้าหมายที่ 2% ซึ่งเบื้องต้นรายงานการประชุมยังย้ำว่าเฟดยังไม่ปิดโอกาสในการปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยนโยบาย และคณะกรรมการหลายท่านเริ่มมีท่าทีในเชิง Hawkish มากขึ้น ภาพโดยรวมกลับมากดดันตลาดหุ้นทั่วโลก ขณะที่การเจรจาระหว่างสหรัฐ และ อิหร่านยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ มีเพียงการระบุว่า สหรัฐจะพยายามยกระดับการโดดเดี่ยวอิหร่านในเชิงเศรษฐกิจ และ ห้ามประเทศใดประพฤติตัวเป็นท่อน้ำเลี้ยงให้ หากฝ่าฝืนจะมีบทลงโทษทางเศรษฐกิจตามมากับประเทศท่อน้ำเลี้ยงด้วย ระยะสั้นหุ้นพลังงานต้นน้ำ และ โรงกลั่น มองยังรับอานิสงส์บวกจากทิศทางราคาน้ำมันดิบ
- Thailand Focus ใกล้เข้ามา แต่ต้องรอจับตา FTSE : มองหุ้น Big Cap โดยเฉพาะบริษัทจดทะเบียนที่เข้าร่วมงาน Thailand Focus 2026 ยังน่าสนใจสะสมในจังหวะย่อตัวตาม Sentiment ลบจากภายนอก เพื่อรอรับการปรับตัวขึ้นในช่วงจัดงานสัปดาห์หน้า ขณะที่อาจมีแรงขายเพิ่มเติมก่อนการประกาศ FTSE Rebalance ซึ่งจะใช้ราคาปิดในวันนี้ จึงอาจเข้ามาสร้างความผันผวนเพิ่มเติมในช่วงท้ายตลาด
- ปัจจัยอื่นๆที่น่าสนใจในสัปดาห์หน้า : TH- การประชุม กนง./ตัวเลขนำเข้า-ส่งออก(Jul), US- CB Consumer Confidence (Aug)/ New Home Sales (Jul)/ Core PCE (Jul)/Durable Goods Orders (Jul),CN- Chinese Industrial profit YTD (Jul), JP- Tokyo Core CPI (Aug)
+ ปัจจัยเพิ่มเติม –
(+) ก.ล.ต. เผยว่าในช่วงเดือน ม.ค.-มิ.ย.69 มีการระดมทุนผ่านตลาดทุนอย่างต่อเนื่องโดยเป็นการระดมทุนจากการ IPO หุ้นมูลค่ากว่า 8.48 พันล้านบาท และระดมทุนผ่านตราสารหนี้เอกชนระยะยาวกว่า 4.07 แสนล้านบาท สะท้อนภาพความคึกคักในตลาดเงิน/ทุน
(+) รองนายกรัฐมนตรีเผยเตรียมผลักดันไทยเป็นฐานนักออกแบบระดับโลก เพื่อต่อยอด Creative Economy-AI ผ่านการใช้ Canva คาดในสิ้นปี 2571 จะมีผู้ใช้งานชาวไทยกว่า 6.6 ล้านคน จากปัจจุบันใช้งานอยู่ 3.3 ล้านคน
(+) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเผยเตรียมออกสินเชื่อ นกกระซิบ ก่อนที่จะสิ้นสุดโครงการ ไทยช่วยไทยพลัส เพื่อเพิ่มโอกาสการเข้าถึงแหล่งเงินทุน และปูทางสู่การยกระดับทักษะดิจิทัล
(-) ธปท. เผยหนี้เสียในระบบที่ลด ใน 2Q69 เนื่องจากมาจากทำการตัดจำหน่ายหนี้ จึงยังไม่น่าไว้วางใจ เตรียมปรับกลยุทธ์ใหม่หากเห็นการเร่งตัวของ NPL
Picks of the day
BH (BUY)
- เป้าหมาย: 205.00 / 210.00 แนวรับ: 191.00 / 194.50
- ROE สูงสุดในกลุ่มโรงพยาบาล: BH สามารถสร้างผลตอบแทนของผู้ถือหุ้น (ROE) เหนือกว่าคู่แข่งในอุตสาหกรรมมาอย่างต่อเนื่อง 4 ปีโดยในปี 68 รายงาน ROE ที่ 25.5% ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มถึง 11.4% (ppt) ขณะที่อัตราส่วนผลตอบแทนของสินทรัพย์ (ROA) ของ BH รายงานที่ 21.7% ในปี 68 ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มที่ 9.9% (ppt) โดยช่องว่างขนาดนี้แสดงให้เห็นว่า BH มีความสามารถในการเปลี่ยนสินทรัพย์และเงินทุนของผู้ถือหุ้นให้เป็นกำไรได้อย่างมีประสิทธิภาพเหนือคู่แข่ง
- ผู้บริหารให้แนวทางการเติบโตของรายได้: ใน 3Q69 เติบโต 3% y-y โดยปัจจัยสนับสนุนจากผู้ป่วยต่างชาติโดยเฉพาะผู้ป่วยจากตะวันออกกลาง ที่มีความซับซ้อนของโรคที่เพิ่มขึ้น ซึ่งจะช่วยหนุนรายได้และอัตรากำไร ขณะที่ผู้ป่วยไทยได้รับอานิสงส์จากปัจจัยฤดูกาล ส่งผลให้ภาพรวมรายได้มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง
KBANK (BUY)
- เป้าหมาย: 256.00 / 260.00 แนวรับ: 248.00 / 251.00
- ได้ประโยชน์จาก Thailand Focus: KBANK เป็นหนึ่งในบริษัทที่จะเข้าร่วมงาน Thailand Focus 2026 ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 26 – 28 ส.ค. 2569 และ KBANK นั้นเป็นธนาคารที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนต่างประเทศอยู่แล้ว งานนี้น่าจะทำให้ KBANK เป็นที่รู้จักมากขึ้น ส่งผลดีต่อการเข้าลงทุนในหุ้นของ KBANK ได้
- ปันผลสูงที่สุดในกลุ่ม: คาดว่า KBANK จะมีการจ่ายปันผลปี 69 ที่ 15 บาท/หุ้น เป็นธนาคารที่มีการจ่ายปันผลสูงที่สุดในกลุ่ม โดยคิดเป็น Div. yield ที่ 5.9% และความพยายามที่จะเพิ่ม ROE ขึ้นเป็น 2 หลัก ทำให้มีความเป็นไปได้ที่ KBANK จะมีการจ่ายปันผลพิเศษออกมาเพิ่มเติมอีก








