FLE คว้าโอกาสเมกะเทรนด์ AI ปักธง New S-Curve รุกตลาด Data Center ชูความเชี่ยวชาญระบบสูบ-ส่งน้ำ ก้าวสู่ผู้นำ Water Infrastructure & Utility Engineering ของไทย ดันอัตรากำไรขั้นต้นแตะ 20-30% 

บริษัท ฟร้อนท์ไลน์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ FLE ประกาศยุทธศาสตร์สร้างการเติบโตระลอกใหม่ (New S-Curve) ด้วยการขยายธุรกิจเข้าสู่การเป็นผู้ให้บริการระบบบริหารจัดการน้ำและวิศวกรรมสาธารณูปโภค (Water Infrastructure & Utility Engineering) สำหรับศูนย์ข้อมูล (Data Center) และโครงสร้างพื้นฐานปัญญาประดิษฐ์ (AI Infrastructure) รับอานิสงส์เม็ดเงินลงทุนในประเทศไทยที่ได้รับการอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) แล้วกว่า 1.6 ล้านล้านบาท เพื่อตอบสนองความต้องการความเย็นและพลังงานของ Big Tech ระดับโลก

นายภาณุ โชคอภิรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฟร้อนท์ไลน์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ FLE กล่าวถึงการขยายตัวของเทคโนโลยี AI ส่งผลให้ความต้องการใช้งาน Data Center เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด โดย Data Center แต่ละแห่งมีความต้องการใช้พลังงานสูงถึง 50 – 200 MW ซึ่งระบบสูบน้ำและระบบระบายความร้อนถือเป็นหัวใจสำคัญสูงสุดในการดำเนินงาน FLE จึงนำความเชี่ยวชาญเดิมจากการพัฒนาระบบสูบน้ำและระบบส่งน้ำให้แก่ภาครัฐ อาทิ กรมชลประทาน และการประปา ต่อยอดเข้าสู่การให้บริการระบบน้ำสำหรับ Data Center ครอบคลุมทั้ง 4 ห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) ได้แก่:

  1. ระบบน้ำภายใน Data Center: ระบบสูบน้ำหล่อเย็น (Cooling Water Pump), ระบบน้ำเย็น (Chilled Water System) และระบบดับเพลิง (Fire Pump) มีมูลค่าระดับหลักร้อยล้านบาทต่อโครงการ

  2. ระบบส่งน้ำและสถานีสูบภายนอก: สถานีสูบน้ำดิบ/ส่งน้ำ, ท่อส่งน้ำขนาดใหญ่ และอ่างเก็บน้ำ เพื่อสนับสนุนการใช้น้ำของนิคมอุตสาหกรรมและ Data Center Campus

  3. ระบบรีไซเคิลน้ำและบำบัดน้ำ: ระบบบำบัดน้ำเสียและนำกลับมาใช้ใหม่ (Water Reuse) ช่วยลดการใช้น้ำและต้นทุนระยะยาว ตรงตามแนวทางความยั่งยืนของ Data Center ยุคใหม่

  4. Smart Water Management: นำเทคโนโลยี Real-time Monitoring, Predictive Maintenance, Digital Twin & AI Analytics เข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และยืดอายุการใช้งานของระบบ

งานระบบน้ำและวิศวกรรมสาธารณูปโภคมีสัดส่วนคิดเป็น 30% – 40% ของงบลงทุนทั้งหมดใน Data Center การรุกเข้าสู่ตลาดเอกชนขนาดใหญ่นี้ คาดว่าจะช่วยหนุนให้ FLE มีอัตรากำไรขั้นต้น (Margin) อยู่ที่ 20% – 30% ซึ่งใกล้เคียงหรือสูงกว่างานภาครัฐในปัจจุบัน นอกจากนี้ยังเป็นการกระจายความเสี่ยงจากการพึ่งพิงงบประมาณภาครัฐ โดยมุ่งเน้นพื้นที่ยุทธศาสตร์หลัก (BOI Area) ได้แก่ กรุงเทพฯ, สมุทรปราการ, ชลบุรี และระยอง ซึ่งเป็นทำเลหลักที่มีการลงทุน Data Center หนาแน่นจากผู้เล่นระดับโลก เช่น AWS (มูลค่าลงทุนกว่า 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ), Google (มูลค่าลงทุนราว 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) และ Microsoft

“ระบบสูบน้ำและระบบบริหารจัดการน้ำถือเป็นหัวใจสำคัญที่สุดในการระบายความร้อนของ Data Center FLE นำความเชี่ยวชาญดั้งเดิมในงานโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งระบบ Pumping Station, Pipeline, Electrical & Control และ SCADA & Automation มาต่อยอดสู่ตลาดเอกชนขนาดใหญ่ได้อย่างทันท่วงที ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงในการลงทุนและเร่งการเติบโตในธุรกิจใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อมุ่งสู่การเป็นผู้นำระบบ Water Infrastructure & Utility Engineering สำหรับ Data Center และ AI Infrastructure ของประเทศไทย” นายภาณุ กล่าวทิ้งท้าย

- Advertisement -