บล.เอเซีย พลัส:

SCGP รุกสินค้า HVA หนุนการเติบโตระยะยาว (Buy)

Flash Points

  • SCGP ประกาศลงทุน 9,846 ล้านบาท ขยายกำลังการผลิตกระดาษสำหรับแผ่นยิปซัม (Plasterboard Liner) อีก 400,000 ตันต่อปี ที่โรงงาน SKIC จังหวัดกาญจนบุรี โดยคาดเริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ใน 4Q71 เพื่อรองรับตลาดภูมิภาคที่มีขนาดราว 1.5 ล้านตันต่อปี และเติบโต 4-5% ต่อปี จากความต้องการวัสดุก่อสร้างน้ำหนักเบาที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
  • จุดเด่นของโครงการคือการเพิ่มสัดส่วนสินค้ามูลค่าเพิ่มสูง โดย Plasterboard Liner มี EBITDA Margin ราว 18-19% และมีราคาสูงกว่ากระดาษ Testliner ประมาณ 10% ขณะที่กำลังการผลิตกระดาษบรรจุภัณฑ์รวมในไทยจะเพิ่มจาก 1.85 ล้านตันต่อปี เป็นประมาณ 2.25 ล้านตันต่อปี อีกทั้งเครื่องจักรใหม่ยังสามารถสลับผลิต Premium Linerboard ได้ ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหาร Product Mix
Impact Insight
  • ฝ่ายวิจัยมองว่าการลงทุนครั้งนี้เป็นมากกว่าการเพิ่มกำลังการผลิต แต่เป็นการยกระดับคุณภาพพอร์ตธุรกิจของ SCGP ไปสู่ตลาดเฉพาะทางที่มีผู้เล่นจำกัดและมีอุปสรรคในการเข้าสู่อุตสาหกรรมสูง จากความต้องการเทคโนโลยีการผลิตเฉพาะทาง ประกอบกับฐานลูกค้าหลักเป็นกลุ่ม MNC ระดับโลก เช่น Saint-Gobain ทำให้มีความน่าสนใจทั้งในแง่การเติบโตและความมั่นคงของอุปสงค์ในระยะยาว
  • ประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามคือการ Ramp-up กำลังการผลิตหลังเริ่มเดินเครื่องใน 4Q71 ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาราว 2 ปีว่าจะเข้าสู่ระดับเต็มประสิทธิภาพ ขณะที่ปัจจุบัน SCGP มีกำลังการผลิตกระดาษสำหรับแผ่นยิปซัมเพียง 75,000 ตันต่อปี และใช้กำลังการผลิตเกือบเต็มแล้ว การเพิ่มกำลังการผลิตอีก 400,000 ตันต่อปีจึงถือเป็นการขยายธุรกิจครั้งสำคัญ ทั้งในแง่ขนาดธุรกิจ การรักษาสัดส่วนสินค้ามูลค่าเพิ่มสูง และการขยายตลาดส่งออก ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนุนรายได้และ Margin ในระยะกลางถึงยาว หากดำเนินการได้ตามแผน
Execution
  • ฝ่ายวิจัยยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อ SCGP จากการเติบโตทั้ง Organic Growth ผ่านการขยายกำลังการผลิตสินค้ามูลค่าเพิ่มสูง และ Inorganic Growth ผ่านการควบรวมกิจการและการร่วมลงทุน (M&P) ที่ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาหลายโอกาสในภูมิภาค การลงทุนครั้งนี้ตอกย้ำทิศทางการเติบโตระยะยาวและการยกระดับคุณภาพกำไรของบริษัท จึงคงคำแนะนำ “ซื้อ” ด้วยราคาเหมาะสมวิธี DCF ที่ 36.00 บาทต่อหุ้น
- Advertisement -