ทิศทางตลาดหุ้นวันนี้ (รักพงศ์ ไชยศุภรากุล, IAA เลขทะเบียนฯ: 19838)
แกว่งลงต่อ… ปัจจัยต่างประเทศยังอึมครึม กดดันฟันด์โฟลว์
เมื่อวานนี้ ตลาดหุ้นไทยปรับลงแรงกว่าที่เราประเมิน… ดัชนีฯ ปิดลบ 0.79% รับแรงกดดันจาก i) ความปั่นป่วนของตลาดพันธบัตรสหรัฐฯ (บอนด์ยีลด์อายุยาว พุ่งแรงต่อเนื่อง) กระทบสินทรัพย์เสี่ยงในเอเชีย โดยเฉพาะหุ้นที่อ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ย ii) สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง อึมครึมและยืดเยื้อ หลังสหรัฐฯ ตัดสินใจเล่นเกมยาว กดดันด้านเศรษฐกิจกับอิหร่าน iii)… ต่างชาติขายสุทธิค่อนข้างหนัก 3.68 พันล้านบาท
ฝ่ายวิจัยฯ ประเมิน SET Index วันอังคาร แกว่งตัวลงต่อ… ปัจจัยการลงทุนในวันนี้ ได้แก่ i) บอนด์ยีลด์อายุยาวของสหรัฐฯ ยังทรงตัวสูง แม้เมื่อคืนนี้ปรับฐานลงมาบ้าง และสหรัฐฯ ยังไม่มีแนวทางแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างดังกล่าว ซึ่งเรื้อรังมาจากการใช้จ่ายมหาศาลในสงคราม และเรื่องอื่นๆ ทั้งนี้ รมว.คลัง สหรัฐฯ Scott Bessant ชี้ว่าหากจำเป็น คลังอาจใช้เงินจากบัญชี treasury general account (TGA) มูลค่าเกือบ 1 ล้านล้านดอลลาร์ฯ เพื่อเพิ่มขนาดการซื้อคืนพันธบัตร ii) นักลงทุนติดตามประเด็นเศรษฐกิจสำคัญ เช่นตัวเลขเงินเฟ้อ PCE และการสัมมนาของเฟดที่เมือง Jackson Hole เป็นต้น
ด้านปัจจัยภายในประเทศ… ก.ท่องเที่ยวเตรียมเสนอ ครม. อนุมัติมาตรการไทยเที่ยวไทยพลัสในเดือน ก.ย. และเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 ต.ค. ขณะที่การประชุม กนง. ในวันที่ 26 ส.ค. นี้ ไฮไลท์น่าจะอยู่ที่การปรับประมาณการ GDP ปี 2569-2570 ซึ่งเราคาดว่าการลงทุนภาคเอกชนน่าจะเป็นเครื่องยนต์หลักในการผลักดัน GDP ในช่วงหลายไตรมาสข้างหน้า
หุ้นเด่นวันนี้ ตามปัจจัยพื้นฐาน (สุโชติ ถิรวรรณรัตน์, IAA เลขทะเบียนฯ: 28668)
เก็งกำไร NER, BGRIM*, THAI*
NER (เป้า Consensus 5.4 บาท) 1) ประเมินราคาหุ้น Sideway สร้างฐานบริเวณค่าเฉลี่ย 200 วัน ประเมินแนวรับ 4.56 บาท / แนวต้าน 4.64 – 4.74 บาท กรณีแกว่งตัวขึ้นผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ประเมินมีโอกาสปิดแก๊ปราคาที่แนวต้านถัดไป +/- 4.9 บาท (Stop loss 4.5 บาท) 2) ประเมินราคายางพาราปรับขึ้นแรงกำลังทดสอบ High รอบ 9 ปี (ผลจาก El Niño) ล่าสุดราคายางแท่ง TSR ปรับขึ้นแรง >30% YTD ทดสอบจุดสูงสุดเดิมที่เคยทำไว้ตั้งแต่ ม.ค.2560 ขณะที่ NER เก็บสต็อกยางทุนต่ำไว้มาก (เห็นได้จาก Average inventory day ณ 2Q69 = 239 วัน) คาดแนวโน้มอัตรากำไร 3Q69 จะดีขึ้นทั้ง QoQ YoY ในส่วนของอุปสงค์ คาดความต้องการเปลี่ยนยางล้อรถยนต์จะเป็นปัจจัยหนุนหลัก (โดยเฉพาะรถ EV ยางจะสึกเร็วกว่าปกติ) 3) Valuation ไม่แพง Forward PE 5 เท่า / Consensus คาดปันผลปีนี้ 0.35 บาท (Dividend yield 7.6%) … 1H69 จ่ายไปแล้ว 0.05 บาท/หุ้น เหลืออีก 0.3 บาท/หุ้น (Yield 6.5%)
BGRIM* (เป้าพื้นฐาน 23.5 บาท) 1) ประเมินราคาหุ้นพื้นฐานยืนเหนือค่ากลาง Bollinger band* ประเมินแนวรับ 18.5 บาท / แนวต้าน 19.5 – 20.2 บาท กรณีแกว่งตัวผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ประเมินแนวต้านถัดไป +/- 21 บาท (Stop loss 17.6 บาท) 2) ประเมินแผน PDP2026 หนุน Sentiment และเป็นจุดเริ่มต้นของการปลดล็อค Data center เราประเมินแผน PDP2026 ที่คาดว่าจะเริ่มเปิดรับฟังความคิดเห็นเดือน ก.ย. นี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการปลดล็อค Data center ทั้งประเด็นเรื่องของค่าไฟฟ้าสำหรับ Data center และการปลดล็อค Direct PPA ขณะที่คาดว่าจะมีการเพิ่มพลังงานสะอาดในแผน PDP ใหม่ หนุนการเปิดประมูลโรงไฟฟ้ารอบใหม่ 3) Valuation ยังมี Upside Forward PE จะลดลงเหลือ +/-24 เท่า บนกำไรปีหน้า (จาก 30 เท่า ปีนี้) ใกล้ -1SD ที่ +/-24.5 เท่า ขณะที่คาดกำไรปีหน้าโต 27% YoY
THAI* (เป้าพื้นฐาน 7 บาท) 1) ประเมินราคาหุ้นสร้างฐาน MACD ฟื้นตัวก่อนราคาหุ้น มีโอกาส Rebound* ประเมินแนวรับ 5.80 บาท / แนวต้าน 6.1 – 6.2 บาท กรณีฟื้นตัวผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ประเมินแนวต้านถัดไป +/- 6.6 บาท (Stop loss 5.7 บาท) 2) ประเมินแนวโน้มผลการดำเนินงานฟื้นตัวใน 3Q-4Q ฝ่ายวิจัยฯประเมินผลการดำเนินงานจะฟื้นตัวใน 3Q69 (ยอดจองตั๋วโตเด่น YoY โดยเฉพาะเส้นทางยุโรป) และ 4Q69 จะเข้าสู่ High season ซึ่งคาดการท่องเที่ยวไทยจะฟื้นตัวเด่น ขณะที่บริษัทฯ ปรับแผน Hedging ราคาน้ำมันเพิ่ม ลดความเสี่ยง 3) Valuation ยังมี Upside Forward PE 8.6 เท่า (ต่ำกว่า BA* PE ใน Bloomberg consensus +/-12 เท่า / AAV* Bloomberg consensus คาดขาดทุนไม่มี PE)
หุ้นมีข่าว
(+) BANPU* ลั่นปี 73 อีบิทดาโต 1.5 เท่า คว้าโอกาส ‘ยุคเอไอ’ บูม ดันโรงไฟฟ้าก๊าซสหรัฐ ป้อน ‘ไฮเปอร์สเกล’ (กรุงเทพธุรกิจ) ปรับสัดส่วนโครงสร้างรายได้จากธุรกิจที่ไม่ใช่ “ถ่านหินมากกว่า 50%” “บ้านปู” ยกทัพปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ หลังควบรวมตั้ง Banpu NEWCO สานต่อกลยุทธ์ “บ้านปู NEXT” ปรับสมดุลพอร์ตพลังงาน มุ่งสู่เป้าหมาย EBITDA โต 1.5 เท่าภายในปี 73 ชูจุดแข็งธุรกิจก๊าซและโรงไฟฟ้าในสหรัฐเจรจาขายไฟ 24/7 ป้อน “ไฮเปอร์สเกล”ดาต้าเซนเตอร์ยุคเอไอ
(+) GULF* ลงนามกู้ 8.6 พันล. ลุยลม 208 MW เต็มสูบ (ทันหุ้น) GULF* เซ็นกู้ยักษ์ 8.6 พันล้านบาท จาก 6 สถาบันการเงินชั้นนำ ลุยปั้นโรงไฟฟ้าพลังงานลม 3 โครงการ มูลค่าลงทุนรวม 1.17 หมื่นล้านบาท กำลังผลิตรวม 208 เมกะวัตต์ ตุนสัญญาขายไฟ กฟผ. ยาว 25 ปี ล็อกราคา FiT 3.1014 บาทต่อหน่วย เตรียม COD ปี 2570
(+) RATCH* มั่นใจผลงานโตโดด อัดงบปีนี้ 1 หมื่นล. ลุยแผนลงทุนไทย-อินโด (ข่าวหุ้น) RATCH* มั่นใจผลงานครึ่งหลังปีนี้ดีกว่าครึ่งปีแรก จากแรงหนุน COD สองโรงไฟฟ้าใหม่ “โซลาร์ฟิลิปปินส์-โรงไฟฟ้าพลังน้ำในเวียดนาม” พร้อมลุ้นเจรจาขายไฟกลุ่ม Data Center ดันอีบิทด้าตามเป้า 1.5 หมื่นล้านบาท “นิทัศน์” ลั่นเตรียมพร้อมแผนลงทุนในไทยและอินโดนีเซีย อัดงบลงทุนปีนี้ 1 หมื่นล้านบาท
(+) SCGP* ทุ่ม 9.84 พันล้าน อัพกำลังผลิต Plasterboard (ทันหุ้น) SCGP* คว้า 9.84 พันล้านบาท ขยายกำลังการผลิตกระดาษสำหรับผลิตแผ่นยิปซัม “Plasterboard Liner” โรงงานในไทย เสริมแกร่งผู้นำตลาดกลุ่มสินค้ามูลค่าสูง รองรับการเติบโตเชิงกลยุทธ์พร้อมกับลูกค้า รับดีมานด์เติบโตในทุกภูมิภาคทั่วโลก
(+) KGEN ส่ง Chery V27 ลงตลาด ชี้ Farizon ออเดอร์พันคัน (ทันหุ้น) KGEN เล็งเปิดตัว Chery V27 เดือนกันยายน ชู Full SUV ฟากรถเชิงพาณิชย์แรงไม่แพ้กัน ตุนออเดอร์ B2B แล้วราวพันคัน ด้านฐานผลิตไทยติดสปีด ล่าสุดผลิตเกือบ 5,000 คัน พร้อมลุยเพิ่มอีก 20,000 คันช่วงที่เหลือของปี ก่อนดันโรงงานสู่ Full Capacity ราว 80,000 คันต่อปี หนุนพอร์ต EV โตแรงรับดีมานด์
หุ้นที่เคยแนะนำก่อนหน้า
-
หุ้นที่แนะนำ “Let profit run” โดยกำหนดจุดล็อคกำไร Trailing stop: KBANK* (Trailing stop 247 บาท) KTB* (Trailing stop 43.25 บาท) ADVICE (Trailing stop 7.2 บาท)
-
BBGI (เป้าพื้นฐาน 7.5 บาท) แนวรับ 6.15 บาท / แนวต้าน 6.4 – 6.8 บาท ผ่านได้แนะนำ “Let profit run” (Trailing stop 5.9 บาท)
-
PTTGC* (เป้าพื้นฐาน 42.5 บาท) แนวรับ 41.25 บาท / แนวต้าน 43 – 44.5 บาท (Stop loss 38.5 บาท)
-
CENTEL* (เป้าพื้นฐาน 49 บาท) แนวรับ 41.5 บาท / แนวต้าน 43.5 – 45 บาท (Trailing stop 39.75 บาท)
-
AWC* (เป้าพื้นฐาน 3.6 บาท) แนวรับ 2.94 บาท / แนวต้าน 3.12 – 3.2 บาท (Stop loss 2.88 บาท)
-
BEM* (เป้าพื้นฐาน 8.4 บาท) แนวรับ 7.05 บาท / แนวต้าน 7.35 – 7.6 บาท (Trailing stop 6.95 บาท)
-
OSP* (เป้าพื้นฐาน 19.1 บาท) แนวรับ 17.3 บาท / แนวต้าน 17.8 – 18.3 บาท (Stop loss 17.3 บาท)
-
GFPT (เป้าพื้นฐาน 11.4 บาท) แนวรับ 10.0 บาท / แนวต้าน 10.3 – 10.5 บาท (Stop loss 9.5 บาท)
-
EPG (เป้าพื้นฐาน 8.7 บาท) แนวรับ 6.05 บาท / แนวต้าน 6.5 – 6.7 บาท (Stop loss 5.95 บาท)
-
HANA* (เป้าพื้นฐาน 45 บาท) แนวรับ 44.5 บาท / แนวต้าน 48 – 49.75 บาท (Stop loss 43 บาท)
-
ALT (เป้าพื้นฐาน 3.0 บาท) แนวรับ 1.7 บาท / แนวต้าน 1.79 – 1.93 บาท (Stop loss 1.7 บาท)
-
STECON* (เป้าพื้นฐาน 20.5 บาท) แนวรับ 17.9 บาท / แนวต้าน 18.8 – 19.4 บาท (Stop loss 17.8 บาท)
-
CPAXT (เป้าพื้นฐาน 16 บาท) แนวรับ 14.7 บาท / แนวต้าน 15.0 – 15.3 บาท (Stop loss 14.7 บาท)
- OR* (เป้าพื้นฐาน 12 บาท / เป้า Consensus 13.9 บาท) แนวรับ 12.5 บาท / แนวต้าน 12.8 – 13.1 บาท (Stop loss 12.3 บาท)
- MOSHI* (เป้าพื้นฐาน 45 บาท) แนวรับ 40.25 บาท / แนวต้าน 41.75 – 43.25 บาท (Stop loss 39.5 บาท)
- BDMS* (เป้าพื้นฐาน 23.5 บาท) แนวรับ 19.7 บาท / แนวต้าน 20.0 – 20.2 บาท (Stop loss 19.3 บาท)
Report ตามปัจจัยพื้นฐานวันนี้
- กลุ่มธนาคารพาณิชย์ น้ำหนักลงทุน “มากกว่าตลาดฯ” งบดุลธนาคารฯ ล่าสุด สะท้อนให้เห็นกับการชำระคืนสินเชื่อหมุนเวียนระยะสั้นในกลุ่มลูกค้าองค์กร ส่งผลให้อัตราการเติบโตของสินเชื่อเมื่อเทียบเดือนต่อเดือน (MoM) ทรงตัว เว้นเพียง KTB* ที่สินเชื่อภาครัฐฯ ยังเติบโตได้ ทั้งนี้ ยังคงมุมมองเชิงบวกต่อ KBANK* และ KTB* ขณะที่ประเมิน KKP* จะเป็นหุ้นที่ผลการดำเนินงานดีจากตลาดทุน
- SPA แนะนำ “ซื้อ” เป้าพื้นฐาน 3.7 บาท จากการประชุมฯ ฝ่ายวิจัยฯยังคงมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มผลการดำเนินงานใน 2H69 อย่างไรก็ดีฝ่ายวิจัยฯ ปรับลดประมาณการลงจากการปรับสมมติฐานอัตรากำไรขั้นต้นลง หลังจากที่อัตรากำไรฯ ใน 1H69 ต่ำกว่าคาด แต่ปรับไปใช้เป้าปีหน้าที่ 3.9 บาท (เดิม 3.7 บาท) ยังคงแนะนำ “ซื้อ” คาดหวัง Sentiment บวกจากการเปิดโครงการ Zeaforest ใน 1Q70
หมายเหตุ: 1. *บริษัทอาจเป็นผู้ออกใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์บนหลักทรัพย์นี้ / 2. เป้าพื้นฐาน หมายถึง ราคาเป้าหมายเชิงพื้นฐาน (Forecasted 12M Target price) ที่อ้างอิงจากบทวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานฉบับล่าสุดของฝ่ายวิจัยฯ / 3. เป้า Consensus หมายถึง ค่าเฉลี่ยของราคาเป้าหมายเชิงพื้นฐานที่จัดทำโดย Bloomberg consensus หรือ IAA Consensus








