บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (KGI) ผู้นำบริการโบรกเกอร์ ซื้อขายหุ้น อนุพันธ์ ตราสารหนี้ ใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ (DW) และการบริหารความมั่งคั่งชั้นนำ

บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):

Bank Sector มีสินเชื่อขนาดใหญ่จ่ายคืนหนี้ระยะสั้น กดดันการโตสินเชื่อของเดือนก.ค. (Overweight Maintained)

Event 

งบดุลเดือนกรกฎาคม 2569 

Impact 

มีการชำระคืนเงินกู้ในเดือนกรกฎาคม 

สินเชื่อในภาพรวมค่อนข้างทรงตัว MoM หลังจากที่สินเชื่อธุรกิจขยายตัวในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาจากความต้องการสินเชื่อเพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนที่เพิ่มขึ้นตามราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่สูงขึ้น แต่เมื่อราคาสินค้าโภคภัณฑ์เริ่มมีเสถียรภาพมากขึ้น ความต้องการสินเชื่อเพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนจึงลดลงในช่วงเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม ดังนั้น สินเชื่อรวมในเดือนกรกฎาคมจึงแทบไม่เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้า และ เพิ่มขึ้น 2.4% YTD ซึ่งเมื่อพิจารณาเป็นรายธนาคารพบว่า BBL มีการชำระคืนเงินกู้มากกว่าธนาคารอื่นๆ ซึ่งทำให้สินเชื่อหดตัวลง 1% MoM แต่ยังเพิ่มขึ้น 1.4% YTD ซึ่งเป็นแนวโน้มที่คล้าย ๆ กับ SCB และ KBANK อย่างไรก็ตาม KTB ขยายสินเชื่อมากกว่าธนาคารอื่น ๆ โดยสินเชื่อขยายตัว 2% MoM และ 6% YTD ซึ่งส่วนใหญ่มาจากสินเชื่อภาครัฐ  

สินเชื่อขยายตัวมากกว่าเงินฝาก 

ธนาคารส่วนใหญ่ยังคงใช้กลยุทธ์ขยายสินเชื่อมากกว่าเงินฝากในเดือนกรกฎาคม โดยในภาพรวมมีการโยกสภาพคล่องภายในส่วนเกินเงินกู้ระยะสั้นในตลาดเงินที่ยีลด์ต่ำไปใช้ขยายสินเชื่อยีลด์สูงเพิ่มขึ้ ดังนั้นสถานการณ์นี้จึงน่าจะส่งผลบวกต่อมาร์จิ้น ใน 3Q69 ซึ่งเมื่อพิจารณาเป็นรายธนาคาร พบว่า KTB ดูดีกว่าธนาคารอื่น ๆ ในแง่การขยายสินเชื่อเป็น 2 เท่าของการตัวเงินฝาก รองลงมาคือ BBL และ KKP อย่างไรก็ตาม แนวโน้มของ SCB ต่างจากธนาคารอื่น ๆ โดยขยายเงินฝากในอัตราที่สูงกว่าสินเชื่อ  

ฐานทุนเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่ง 

ส่วนของผู้ถือหุ้นของธนาคารต่าง ๆ ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงการทำกำไร และ กำไรจากการลงทุน ซึ่งได้แรงสนับสนุนจากการที่ตลาดทุนวิ่งขึ้นมาแรง และ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่ลดลงในช่วงที่ผ่านมา ทั้งนี้ ฐานทุนที่แข็งแกร่งสะท้อนถึงกำไรจากการค้าหลักทรัพย์ และ การลงทุนที่มีนัยยะ เช่นเดียวกับกำไร FVTPL ใน 3Q69F โดยเฉพาะในส่วนของ KBANK, KTB, SCB และ BBL  

เราชอบ KBANK, KTB และ KKP มากกว่าเพื่อน 

เราเชื่อว่าสินเชื่อที่ฟื้นตัวขึ้น และ NIM ที่ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วจะมีน้ำหนักมากกว่าภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวอย่างไม่สม่ำเสมอในแต่ละภาคส่วน เรายังคงชอบธนาคารที่มีส่วนรองรับหนี้เสียสูง และ ยังสามารถเร่งขยายสินเชื่อได้ ดังนั้น ในกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ เราจึงชอบ KBANK และ KTB มากกว่าธนาคารอื่น และ มองว่าหุ้นของทั้งสองธนาคารสมควรจะมีพรีเมี่มจากธนาคารอื่น นอกจากนี้ เรายังชอบ KKP ด้วย จาก i) มีกำไรจากการลงทุนที่ยังไม่รับรู้ใน 2Q69 ซึ่งน่าจะรับรู้ใน 2H69 ii) credit cost ลดลงต่ำกว่า 1% (จาก 1.48% ในงวด 1H69) และ iii) รายได้ที่เกี่ยวข้องกับตลาดทุนยังฟื้นตัวได้ดี 

Risks 

NPLs เพิ่มขึ้น และ ตั้งสำรองเพิ่มขึ้น, รายได้ค่าธรรมเนียมลดลง, ผลขาดทุน FVTPL จากการลงทุน

- Advertisement -