บล.เอเซีย พลัส:
HELTH The Hidden Upside: มากกว่าการคุมค่ารักษา (Neutral)
Flash Points
-
กรมบัญชีกลางมีแนวโน้มเพิ่มความเข้มงวดในการควบคุมค่าใช้จ่ายด้านสวัสดิการรักษาพยาบาล ผ่านการส่งเสริมการใช้ ยาสามัญ (Generic Drug) แทนยานำเข้า โดยเฉพาะในกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น โรคหลอดเลือดสมอง, ความดันโลหิตสูง และเบาหวาน ซึ่งมีภาระค่าใช้จ่ายสูงต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน ระบบประกันสุขภาพอาจมีบทบาทมากขึ้นสำหรับข้าราชการรุ่นใหม่ในอนาคต สอดคล้องกับแนวทางที่บางหน่วยงานภาครัฐ อาทิ ธนาคารแห่งประเทศไทย ได้นำมาปรับใช้แล้ว
Impact Insight
-
หากแนวทางดังกล่าวถูกผลักดันอย่างเป็นรูปธรรม ฝ่ายวิจัยมีมุมมองเชิงบวกต่อกลุ่ม รพ.เอกชนในระยะกลางถึงยาว เนื่องจากกการนำระบบประกันสุขภาพ และ Co-payment มาใช้ จะช่วยขยายโอกาสการเข้าถึงบริการของกลุ่มข้าราชการและครอบครัว โดยเฉพาะ รพ.ระดับกลางอย่าง BCH และเครือพญาไท-เปาโลของ BDMS ซึ่งมีระดับค่ารักษาพยาบาลที่เหมาะสมและมีความเชี่ยวชาญในการบริหารผู้ป่วยภายใต้ระบบประกันและการเบิกจ่ายภาครัฐ นอกจานี้กลุ่มข้าราชการยังเป็นฐานผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่ต้องได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง ช่วยสนับสนุนรายได้ประจำ (Recurring Revenue) ขณะที่จำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นมีแนวโน้มหนุนอัตราการใช้บริการ และเกิด Operating Leverage ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อการเติบโตของกำไรในระยะยาว รวมถึงสามารถต่อยอดรายได้ผ่านบริการเสริม เช่น การตรวจสุขภาพและวัคซีน
-
สำหรับกลุ่มผู้ผลิตยา การผลักดันการใช้ Generic Drug ควบคู่กับนโยบายลดการพึ่งพายานำเข้า ถือเป็นปัจจัยบวกโดยตรงต่อ TMAN จากจุดแข็งด้านช่องทางจำหน่ายสู่ภาครัฐ โดยคาดว่าจะได้รับประโยชน์ทั้งจากปริมาณการใช้ยาที่เพิ่มขึ้นและโอกาสขยายส่วนแบ่งตลาดในระยะยาว ขณะที่รายได้จากกลุ่มลูกค้า รพ.ปัจจุบันคิดเป็นสัดส่วนราว 15% ของยอดขายรวม
Execution
-
ภายใต้ธีมการควบคุมค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุขและการส่งเสริมการใช้ระบบประกันสุขภาพ ฝ่ายวิจัยมองว่า BCH, BDMS และ TMAN เป็นหุ้นเด่นที่คาดว่าจะได้รับอานิสงส์จากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว โดยประเมินราคาเหมาะสมปี 2570 ที่ 12.00 บาท, 25.00 บาท และ 14.00 บาท ตามลำดับ แนะนำ “เก็งกำไร” สำหรับ BCH ขณะที่ BDMS และ TMAN แนะนำ “ซื้อ” จากศักยภาพการเติบโตระยะยาว และ Upside ที่ยังน่าสนใจเมื่อเทียบราคาหุ้นปัจจุบัน








