บล.เอเซีย พลัส:
SAPPE แรงหนุนหลักมาจากปัจจัยฤดูกาล (Trading)
Flash Points
-
สำหรับแนวโน้มยอดขายใน 3Q69 น่าจะเติบโตได้ทั้ง QoQ และ YoY จากผลบวกปัจจัยฤดูกาลที่เป็นช่วง high season ของการส่งออก ประกอบกับการฟื้นตัว QoQ ของตลาดตะวันออกกลาง รวมถึงฐานต่ำใน 3Q68
-
มาร์จิ้นใน 3Q69 น่าจะใกล้เคียงหรือสูงกว่าใน 2Q69 เล็กน้อย เพราะได้ผลบวกจากการประหยัดต่อขนาดตามปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น แต่จะถูกหักล้างบางส่วนจากรับรู้ราคาบรรจุภัณฑ์และต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นจากภาวะสงครามเต็มไตรมาส ด้านค่าใช้จ่ายการตลาดจะยังอยู่ในระดับสูงใน 2H69 เนื่องจากบริษัทต้องการทำการตลาดในต่างประเทศเพิ่มขึ้นเพื่อสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่ง ผลักดันการเติบโตในระยะยาว
-
อย่างไรก็ตาม บริษัทปรับลดเป้าหมายการเติบโตรายได้ในปี 2569 เป็น 10%-15% (จากเดิม 15%) เนื่องจาก 1) ผลกระทบสงครามอิหร่านต่อยอดขายภูมิภาคตะวันออกกลาง 2) การเริ่มกระจายสินค้าของคู่ค้า (distributor) รายใหม่ในอินโดนีเซียเลื่อนเป็น 1Q70 จากเดิม 3Q69 เพราะมีการปรับแผนเพื่อเพิ่มชนิดสินค้าที่จะวางจำหน่ายให้มีความหลากหลายขึ้น จึงยังติดขั้นตอนการอนุมัติของหน่วยงานกำกับด้านอาหารและยา (อ.ย.) ของอินโดนีเซีย และ 3) ตลาดหลักอย่างเกาหลีใต้มีการเติบโตต่ำตามสภาวะเศรษฐกิจ ทำให้เรามีมุมมองเชิงบวกลดลง ทั้งนี้ ตลาดที่บริษัทมองว่าเป็นปัจจัยหนุนการเติบโตหลักในปีนี้ ได้แก่ ฟิลิปปินส์ อินเดีย และสหรัฐฯ
Impact Insight
-
เบื้องต้น เราคาดแนวโน้มกำไรใน 3Q69 ว่าจะเติบโตได้ทั้ง QoQ และ YoY ทำจุดสูงสุดของปีตามยอดขายที่เพิ่มขึ้น ผลักดันด้วยผลของฤดูกาลเป็นหลัก อย่างไรก็ดี เรามองว่าผลประกอบการในภาพรวมยังขาดปัจจัยหนุนในประเด็นอื่นอย่างเด่นชัด และคาดกำไรจะกลับมาอ่อนตัว QoQ อีกครั้งใน 4Q69 ที่เป็นช่วง low season ของการส่งออก
Execution
-
ฝ่ายวิจัยคงคาดการณ์กำไรปกติปี 2569 ที่ 836 ล้านบาท (+6% YoY) พร้อมทั้งคงคำแนะนำ “Trading” ที่ราคาเป้าหมายปี 2570 ที่ 35.00 บาท (อิง PER ที่ 11.5 เท่า หรือ -1.25S.D.) โดยมีปัจจัยสนับสนุนการลงทุนจาก 1) แนวโน้มผลประกอบการที่คาดสูงขึ้นทั้ง QoQ และ YoY ในช่วง 3Q69 ทำจุดสูงสุดของปี และ 2) คาดปันผลจูงใจ โดยคาดอัตราผลตอบแทนเงินปันผลสำหรับปี 2569 และ 2570 ที่ 6.2% และ 6.8% ตามลำดับ








