ข่าวเศรษฐกิจ / อุตสาหกรรม / ตลาดหลักทรัพย์ฯ

ค่าเงินบาทเปิดที่ 32.69 บาท/ดอลลาร์ แกว่งแบบ Sideways รอถ้อยแถลงประธานเฟดที่ Jackson Hole

ค่าเงินบาทเปิดเช้าวันที่ 25 สิงหาคม 2569 ที่ระดับ 32.69 บาทต่อดอลลาร์ ทรงตัวไม่เปลี่ยนแปลงจากระดับปิดของวันก่อนหน้า โดยเคลื่อนไหวแบบ Sideways ในกรอบ 32.65-32.73 บาทต่อดอลลาร์ เนื่องจากผู้เล่นในตลาดรอรับรู้ถ้อยแถลงของประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) ในงาน Jackson Hole Symposium ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) แกว่งตัวในโซน 98.9-99.1 จุด ขณะที่ราคาทองคำเคลื่อนไหวแถวโซน 4,740 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ด้านบอนด์ยีลด์ 10 ปีของสหรัฐฯ ย่อตัวลงเล็กน้อยสู่ระดับ 4.70% หลังผู้เล่นในตลาดมีความหวังต่อแนวโน้มการเจรจาระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่าน นักวิเคราะห์คาดว่าค่าเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้าจะอยู่ในกรอบ 32.55-32.80 บาทต่อดอลลาร์ โดยมีความเสี่ยงสองทิศทาง (Two-way risk)

ครม. ไฟเขียวแก้ไขกฎหมายตลาดทุน 4 ฉบับ เพิ่มอำนาจ ก.ล.ต. และปูทาง TISA

คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบแก้ไขกฎหมายตลาดทุน 4 ฉบับ ได้แก่ พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ร.บ.สัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ร.บ.ทรัสต์เพื่อธุรกรรมในตลาดทุน และ พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.ก.สินทรัพย์ดิจิทัล เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันและปรับปรุงระบบการกำกับดูแล โดยร่างกฎหมายดังกล่าวให้อำนาจ ก.ล.ต. เป็นพนักงานสอบสวนร่วมกับตำรวจและ DSI ในคดีที่มีผลกระทบสูงต่อตลาดทุน ช่วยลดระยะเวลาดำเนินคดีจากเดิมกว่า 2 ปี นอกจากนี้ยังขยายอำนาจกำกับดูแลไปยังสำนักงานสอบบัญชี ที่ปรึกษาทางการเงิน และสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือทั้งในและต่างประเทศ พร้อมปูทางสำหรับโครงการ TISA (Thai Individual Savings Account) เพื่อให้นักลงทุนรายย่อยเข้าถึงตลาดทุนได้สะดวกและมีการคุ้มครองอย่างเต็มที่ โดยตั้งเป้าให้กฎหมายทั้งหมดมีผลบังคับใช้ภายในปี 2570

ราคาทองคำแตะจุดสูงสุดในรอบ 3 เดือนที่ 4,650 ดอลลาร์ จับตา PCE และถ้อยแถลง Jackson Hole

ราคาทองคำพุ่งสูงสุดในรอบ 3 เดือนที่ระดับ 4,650 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังเพิ่มขึ้นกว่า 5% ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่ทองคำแท่ง 96.5% ในประเทศขายที่ 71,750 บาทต่อบาททองคำ เพิ่มขึ้น 600 บาทจากวันก่อนหน้า ปัจจัยหนุนหลักมาจากกองทุน SPDR ที่เข้าซื้อทองคำเพิ่ม 23.68 ตัน อย่างไรก็ตามสถานการณ์อิหร่าน-สหรัฐฯ เป็นปัจจัยกดดันโดยมีเรือบรรทุกสินค้าผ่านช่องแคบฮอร์มุซไม่ถึง 20 ลำ และมีรายงานการโจมตีด้วยอาวุธ 23 ครั้งตั้งแต่เดือน ก.ค. ที่ผ่านมา สัปดาห์นี้ตลาดจับตาการประกาศดัชนี PCE ประจำเดือน ก.ค. และการกล่าวสุนทรพจน์ของประธานเฟด Kevin Warsh ในงาน Jackson Hole วันที่ 28 ส.ค. ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อทิศทางราคาทองคำในรอบถัดไป

ข่าวบริษัทจดทะเบียนฯ

TTB (Last Price 2.9 บาท YTD return +40.78%)

บอร์ด TTB อนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 0.081 บาท/หุ้น มูลค่ารวม 7,100 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23% จากปีก่อน กำหนด XD 7 ก.ย. 69 และจ่ายเงิน 25 ก.ย. 69 พร้อมปรับ Payout Ratio เป็น 65% นอกจากนี้ยังซื้อหุ้นคืนแล้ว 21,000 ล้านบาท คิดเป็น 10.29% ของหุ้นที่จำหน่าย เร็วกว่าแผนเดิม 1 ปี (ที่มา: ทันหุ้น)

TISCO (Last Price 126.0 บาท YTD return +13.51%)

TISCO อนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 2 บาท/หุ้น สำหรับทั้งหุ้นสามัญและบุริมสิทธิ กำหนด XD 7 ก.ย. 69 Record Date 8 ก.ย. 69 และจ่ายเงินปันผล 21 ก.ย. 69 โดยจ่ายจากผลดำเนินงานงวด 1 ม.ค.-30 มิ.ย. 69 และกำไรสะสม (ที่มา: ทันหุ้น)

RATCH (Last Price 36.75 บาท YTD return +23.53%)

RATCH อนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลปี 2569 ในอัตรา 0.70 บาท/หุ้น รวมเป็นเงิน 1,522.50 ล้านบาท กำหนด XD 8 ก.ย. 69 Record Date 9 ก.ย. 69 และจ่ายเงิน 24 ก.ย. 69 โดยจ่ายจากกำไรสะสมที่เสียภาษี 20% ซึ่งผู้ถือหุ้นบุคคลธรรมดาสามารถเครดิตภาษีคืนได้ทั้งจำนวน (ที่มา: ทันหุ้น)

OR (Last Price 12.6 บาท YTD return -6.67%)

OR อนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 0.30 บาท/หุ้น รวม 3,600 ล้านบาท สำหรับผลงานครึ่งแรกปี 2569 กำหนด XD 7 ก.ย. 69 Record Date 8 ก.ย. 69 และจ่ายเงิน 24 ก.ย. 69 โดยคิดเป็น Payout Ratio 562.7% ของกำไรสุทธิ (ที่มา: ทันหุ้น)

GULF (Last Price 63.25 บาท YTD return +52.41%)

GULF ลงนามสัญญากู้เงิน 8,600 ล้านบาท ระยะเวลา 22 ปี จากสถาบันการเงิน 6 แห่ง เพื่อลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม 3 โครงการ รวมกำลังผลิต 208 เมกะวัตต์ มูลค่าลงทุนรวม 11,700 ล้านบาท โดยทำสัญญา FiT กับ กฟผ. ที่ 3.1014 บาท/กิโลวัตต์-ชั่วโมง ตลอด 25 ปี คาด COD ปี 2570 (ที่มา: ทันหุ้น)

BCP (Last Price 49.75 บาท YTD return +89.52%)

BCP เปิดแผนยุทธศาสตร์ 5 ปี ตั้งเป้าเพิ่ม EBITDA เป็น 2 เท่าภายในปี 2573 และรายได้ 1 ล้านล้านบาทภายในปี 2574 ครึ่งปีแรก 2569 มี EBITDA 43,763 ล้านบาท กำไรสุทธิ 18,383 ล้านบาท ธุรกิจ SAF สร้าง EBITDA ราว 1,000 ล้านบาทในไตรมาส 2 และตั้งเป้าขยายกำลังผลิตไฟฟ้าเพิ่มไม่ต่ำกว่า 500 เมกะวัตต์ภายในปี 2574 (ที่มา: ทันหุ้น)

BDMS (Last Price 19.7 บาท YTD return +1.55%)

BDMS รายงานรายได้โรงพยาบาลเดือน ก.ค. 2569 เพิ่มขึ้น 10% YoY จากผู้ป่วยไทยและต่างชาติที่เพิ่มขึ้น อัตราการครองเตียงเฉลี่ยขยับเป็น 65% จาก 57% ในครึ่งปีแรก ตั้งเป้า EBITDA ปี 2569 ที่ 24% พร้อมขยายโรงพยาบาลในมาบตาพุด ราชสีมา และหัวหิน (ที่มา: ทันหุ้น)

KTC (Last Price 37.0 บาท YTD return +39.62%)

KTC ทุ่ม 295 ล้านบาท ซื้อหุ้นสามัญ บริษัท วินเพอร์ฟอร์มานซ์ (WIN) จำนวน 10 ล้านหุ้น ราคาหุ้นละ 29.50 บาท ทำให้ WIN เป็นบริษัทย่อย 100% ของ KTC WIN ประกอบธุรกิจติดตามทวงถามหนี้ได้รับอนุญาตจาก ธปท. วัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนกลยุทธ์บริหารต้นทุนและสร้างรายได้ร่วมกับกลุ่มกรุงไทย (ที่มา: ทันหุ้น)

Macro & Policy

  • ธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีแนวโน้มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนกันยายน 2569 โดยแหล่งข่าวระบุว่า ECB ไม่มีแผนส่งสัญญาณการขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมหลังจากการตัดสินใจในครั้งนี้ สะท้อนแนวทางนโยบายการเงินที่รอบคอบ ขณะที่ความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางถูกอ้างถึงเป็นบริบทประกอบการตัดสินใจ ด้านธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) มีแผนเร่งนโยบายการเงินแบบตึงตัวและอาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยสู่ระดับ 1.25% ในเดือนกันยายน ตามผลสำรวจของสำนักข่าว Reuters
  • ความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐฯ ในเดือนสิงหาคมปรับตัวลดลงตามรายงานของ Conference Board ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจที่ยังคงดำเนินต่อเนื่อง ขณะที่ยอดขายบ้านใหม่ต่ำกว่าที่ตลาดคาด และคลังน้ำมันดิบสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นผิดคาด ส่วนราคาบ้านสหรัฐฯ ปรับตัวสูงกว่าคาด ด้าน Canada ตอบโต้ด้วยการเก็บภาษีนำเข้าสินค้าสหรัฐฯ มูลค่า 20,000 ล้านดอลลาร์ หลังคณะเจรจาการค้าออกจากสหรัฐฯ โดยไม่บรรลุข้อตกลง
  • เศรษฐกิจเยอรมนี ขยายตัวในไตรมาส 2 สูงกว่าที่ตลาดคาด และดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจเดือนสิงหาคมของเยอรมนีเพิ่มขึ้นเกินคาดการณ์ สะท้อนโมเมนตัมเศรษฐกิจที่ยังคงดำเนินต่อ ด้านอังกฤษพบการคาดการณ์เงินเฟ้อเดือนสิงหาคมปรับตัวขึ้นหลังลดลงในช่วงก่อนหน้า ตามผลสำรวจ Citi/YouGov ขณะที่ IMF ระบุว่าเศรษฐกิจโลกกำลังรับมือกับแรงกระแทกด้านพลังงานได้ แต่ยังกังวลเรื่องฐานะการคลัง
Corporate & Earning
  • NVIDIA (NVDA) มีกำหนดรายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปีงบประมาณ 2027 หลังตลาดปิดในวันที่ 26 สิงหาคม 2569 โดย Wall Street คาด EPS ปรับปรุงที่ 2.09 ดอลลาร์ และรายได้รวม 92,000 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 96% YoY ตลาด Options คาดราคาจะแกว่งถึง 5.2-6% หลังประกาศผล คิดเป็นมูลค่าหุ้นที่อาจเปลี่ยนแปลง 275,000-282,000 ล้านดอลลาร์ NVIDIA ยังเตรียมขึ้นราคา Server กว่า 15% สำหรับระบบ Grace Blackwell และ Vera Rubin ต้นปีหน้า เนื่องจากต้นทุน HBM และ DRAM สูงขึ้น และได้ประกาศว่า Groq 3 LPX interactive inference accelerator อยู่ในระยะผลิตเชิงพาณิชย์แล้ว โดย Nebius เป็นผู้ใช้รายแรก นอกนั้นยังมีรายงานว่าผู้จัดการระดับสูงถูกอัยการสั่งฟ้องฐานจัดส่ง Server ที่มีชิป B300 ผิดกฎหมายเข้าจีนผ่านญี่ปุ่นและอินโดนีเซีย
  • Alibaba (BABA/9988.HK) ปิดเทรดออกหุ้นเพิ่มทุนมูลค่า 80,000 ล้านฮ่องกงดอลลาร์ (ราว 10,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งเป็นการออกหุ้นเพิ่มทุนครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของบริษัทจดทะเบียนในฮ่องกง โดยออกหุ้นสามัญใหม่ 710 ล้านหุ้น ในราคา HK$112.70 ต่อหุ้น ส่วนลด 8.4% จากราคาปิดวันศุกร์ที่ 21 ส.ค. มีคำสั่งซื้อเกินกว่า 28,000 ล้านดอลลาร์ หรือ oversubscribe กว่า 2.7 เท่า โดยมีกองทุน Sovereign และสถาบันระยะยาวร่วม 6,000 ล้านดอลลาร์ Alibaba จะนำเงิน 100% ไปขยาย AI Infrastructure รุ่น Qwen และพัฒนาชิปของตนเอง ในไตรมาส 1 ปีงบ 2027 รายได้รวมเพิ่ม 9% YoY ที่ 269,000 ล้านหยวน แต่กำไรสุทธิ Non-GAAP ลดลง 38% YoY เหลือ 20,700 ล้านหยวน
  • Meta Platforms (META) เผชิญการพิจารณาคดีสำคัญในศาลกลางที่โอ๊คแลนด์ รัฐแคลิฟอร์เนีย โดย 29 รัฐของสหรัฐฯ นำโดยแคลิฟอร์เนีย โคโลราโด เคนทักกี และนิวเจอร์ซีย์ ฟ้อง Meta ในข้อหาออกแบบ Facebook และ Instagram ให้ก่อให้เกิดการเสพติดในกลุ่มเด็กและวัยรุ่น รวมทั้งเก็บข้อมูลผู้เยาว์และทำให้สาธารณะเข้าใจผิดเรื่องมาตรการความปลอดภัย อดีตวิศวกร Arturo Bejar ให้การว่าวัฒนธรรมภายในบริษัทละเลยความเป็นอยู่ที่ดีของผู้ใช้อย่างเป็นระบบ รัฐอัยการเรียกค่าเสียหายใกล้ 200,000 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ Meta เตือนว่าโทษตามกฎหมายอาจสูงถึง 1.4 ล้านล้านดอลลาร์ นอกจากนี้ Donald Trump ขายหุ้น Meta มูลค่า 1-5 ล้านดอลลาร์เมื่อวันที่ 18 มิ.ย. ด้านรายได้โฆษณา Q2 อยู่ที่ 59,400 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 27% YoY
  • Dick’s Sporting Goods (DKS) ราคาหุ้นร่วงลง 30% หลังรายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปีงบ 2569 ต่ำกว่าที่ Wall Street คาด โดยอ้างถึงสภาพแวดล้อมตลาดรองเท้าที่ยากลำบาก ด้าน Intuit (INTU) รายงานผลประกอบการปีงบ 2026 ที่แสดงให้เห็นการปรับตัวขึ้นของอัตรากำไร แต่แนวโน้มปีงบ 2027 ส่งสัญญาณการเติบโตที่ชะลอลง ขณะที่ Semtech (SMTC) รายงานรายได้สูงเป็นประวัติการณ์ใน Q2’27 ขับเคลื่อนโดยธุรกิจ Data Center และ LoRa โดย EPS เกินคาด 0.10 ดอลลาร์ และรายได้สูงกว่าประมาณการ ราคาหุ้นเพิ่มขึ้น 9% หลังประกาศผล
Geopolitics & Risk
    • สหรัฐฯ ขยายมาตรการ Secondary Sanctions ต่ออิหร่าน โดยรัฐมนตรีคลัง Scott Bessent เตรียมประกาศมาตรการที่เรียกว่า Economic D-Day ซึ่งครอบคลุมประเทศที่ยังคงค้าขายกับอิหร่าน อิหร่านและโอมานอยู่ในระหว่างหารือเพื่อจัดตั้งเส้นทางชั่วคราวผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ราคาน้ำมันดิบดึงลงกว่า 3-5% หลังมีรายงานว่าสหรัฐฯ และอิหร่านบรรลุข้อตกลงหยุดยิง และสหรัฐฯ เปลี่ยนแนวทางจากการเผชิญหน้าทางทหารมาใช้มาตรการกดดันทางเศรษฐกิจแทน
    • สหรัฐฯ ประกาศขึ้นภาษีนำเข้ารถยนต์ รถบรรทุก และชิ้นส่วนจาก Canada เป็น 50% มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2570 ส่วน Canada ตอบโต้ด้วยการเก็บภาษีสินค้าสหรัฐฯ มูลค่า 20,000 ล้านดอลลาร์ หลังการเจรจาล้มเหลว ขณะที่จีนพัฒนาระบบการเงินทางเลือก CIPS เพื่อลดการพึ่งพาโครงสร้างพื้นฐานดอลลาร์สหรัฐฯ และรับมือกับความเสี่ยงจากมาตรการคว่ำบาตรของ Washington ที่อาจกระทบธนาคารจีนผ่านการค้าขายกับอิหร่าน
- Advertisement -