บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการด้านการลงทุนและบริหารความมั่งคั่งระดับสากลที่มีประสบการณ์กว่า 50 ปี โดยเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม PhillipCapital จากประเทศสิงคโปร์

ยังไม่รีบเสี่ยงในวันสุดท้ายของสัปดาห์ // 1,590–1,610

คาด SET Index แกว่งตัวออกข้าง: แรงกดดันจากการเปิดรับสถานะเสี่ยงอย่างจำกัด รวมถึงอาจมีการลดสถานะเสี่ยงลงก่อนที่ปธ.เฟดจะกล่าวสุนทรพจน์คืนนี้ที่แจ๊กสันโฮล ประกอบกับมีสถานการณ์ในตะวันออกกลางเป็น Noise เชิงลบ หากแต่ยังมีแรงหนุนจากการสะสมหุ้นปันผล และความหวังงบประมาณภาครัฐ

กลยุทธ์การลงทุน

1) หวังงบฯ 2570 ไม่ล่าช้า: AMATA, CK, GULF, GUNKUL, KTB, ILINK, INSET, PYLON, SEAFCO, STECON, WHA, WHAUP

2) เก็บ/สะสมหุ้นรับปันผล: BCP, KBANK, KKP, HMPRO, OR, SCB, TISCO, TTB

3) คาดผลการดำเนินงาน 2H69 เติบโต: AP, BH, CBG, GLOBAL, ITC, KCE, MINT, PRM, PSL, SAWAD, SINGER, TCAP

  • รอติดตามถ้อยแถลงปธ.เฟดที่ แจ็กสันโฮล: คาดแรงกดดันมาจาก การเปิดรับสถานะเสี่ยงอย่างจำกัดของนักลงทุน รวมถึงอาจมีการลด สถานะเสี่ยงลง อันเนื่องมากจากการรอติดตามการกล่าวสุนทรพจน์ของ คุณเควิน วอร์ช ปธ.เฟดในการประชุมประจำปีของเฟดที่เมืองแจ็กสัน โฮลในคืนนี้เวลา 3 ทุ่ม (ตามเวลาไทย) ซึ่งอาจบ่งชี้ทิศทางนโยบาย การเงินของเฟดในระยะถัดไป ทั้งนี้ เหตุการณ์ข้างต้นนับว่ามีความ น่าสนใจมากยิ่งขึ้น หลังจากที่สหรัฐฯเผยเงินเฟ้อ PCE เดือนก.ค.69 ใน ส่วนของ Headline สูงกว่าตลาดคาดในช่วงกลางสัปดาห์ ประกอบกับ การให้สัมภาษณ์ของเจ้าหน้าที่เฟดในสัปดาห์นี้ยังคงบ่งชี้มุมมองในเชิง Hawkish โดยปธ.เฟดคลีฟแลนด์ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนการปรับขึ้น อัตราดอกเบี้ยในการประชุม FOMC ครั้งที่ผ่านมายังคงย้ำจุดยืนเดิม โดยระบุว่าเฟดควรดำเนินนโยบายการเงินให้เข้มงวดมากขึ้น

  • สหรัฐฯเมินเงื่อนไขข้อตกลงหยุดยิงอิหร่าน: นอกจากนี้ คาด SET Index จะเผชิญกับแรงกดดันในระยะสั้น อันเนื่องมาจากสถานการณ์ใน ตะวันออกกลางที่ยังเป็น Noise รายวันและในวันนี้ดูเหมือนกลับมาเป็น Sentiment เชิงลบอีกครั้ง สะท้อนผ่านราคาน้ำมันดิบ WTI (Spot) เช้านี้ ซึ่งเปิดที่ $83.7 ต่อบาร์เรล สูงขึ้นเมื่อเทียบกับราคาเปิดวานนี้ที่ $81.8 ต่อบาร์เรล หลัง Wall Street Journal รายงานว่าปธน.ทรัมป์ไม่สนใจที่ จะกลับไปใช้ เงื่อนไขตาม MOU ที่เคยตกลงไว้กับอิหร่านเมื่อเดือน มิ.ย.69 ซึ่งนำมาสู่ความกังวลว่าเส้นทางสู่สันติภาพในตะวันออกกลาง อาจหยุดชะงักลงและกระทบต่อความเป็นไปได้ในการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ

  • หวังพลัง Domestic จำกัดทางลง: มองทางลงจำกัด โดยคาดแรง หนุนมาจาก การสะสมหุ้นปันผลที่จะทยอยขึ้นเครื่องหมาย XD ในเดือน ก.ย.69 ประกอบกับคาด SET Index จะมีแรงเก็งกำไรรับความคาดหวัง งบประมาณของภาคภูมิรัฐปี 2570 ที่มีแนวโน้มไม่ล่าช้า เนื่องจากตาม Timeline ในวันที่ 2-4 ก.ย.69 สภาผู้แทนราษฎรจะมีการพิจารณาวาระ ที่ 1 ส่งผลให้เรามองเป็นแรงหนุนต่อหุ้นที่มีสัดส่วนงานภาครัฐ อีกทั้ง ยังมองเป็น Sentiment เชิงบวกต่อหุ้นที่เกี่ยวข้องกับอุปสงค์ภาคเอกชน เนื่องจากงบที่มีแนวโน้มไม่ล่าช้าจะเป็นการเรียกว่าความเชื่อมั่นต่อกลุ่ม ข้างต้นในการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจ สุดท้ายนี้เรามองหุ้นในกลุ่มที่ ผลการดำเนินงานมีแนวโน้มเติบโตใน 2H69 เป็นอีกกลุ่มที่มีความน่าสนใจ

+ ปัจจัยเพิ่มเติม –

(+) ตลท. เผย 1H69 บจ.ใน SET มียอดขายเพิ่มขึ้น 7.5% y-y มีกำไรจากการ เพิ่มขึ้น 64.5% y-y และมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 22.2% y-y ขณะที่อัตรากำไรจาก การดำเนินงานอยู่ที่ 10.9% สูงขึ้นจาก 7.1% ในช่วงเดียวกันในปีก่อน

(+) REIC คาดว่าปี 2569 จะมีจำนวนหน่วยโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัย 323,479 หน่วย เพิ่มขึ้น 2.3% y-y และมูลค่ารวม 8.8 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.8% y-y ส่วนปี 2570 คาดการณ์มูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์จะสูงขึ้นราว 3.1% y-y

(+) TPSO เผยการส่งออกไทยเดือนก.ค.69 ขยายตัว 21.6% y-y โดยสินค้าอิเล็กฯ และสินค้าที่เกี่ยวกับการลงทุนด้านเทคโนโลยีขั้นสูงมีการเติบโตอย่างโดดเด่น พร้อมประเมินว่าการส่งออกไทยในช่วงที่เหลือของปีนี้ ยังมีทิศทางขยายตัวได้ดี เนื่องจากความต้องการสินค้าที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี AI ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง

(-) สศอ.ปรับประมาณการภาคอุตฯปี 2569 โดยคาดว่า MPI จะขยายตัว 0.0-0.5% และ GDP ภาคอุตฯจะขยายตัวช่วง 0.75-1.75% จากเดิมคาดที่ 1-2% ทั้งคู่

Picks of the day

KTB (BUY)

  • เป้าหมาย: 45.00 / 46.00
  • แนวรับ: 42.50 / 43.25
  • เป็นธนาคารที่สินเชื่อเติบโตมากที่สุดในเดือน ก.ค. และปี 69: KTB มีสินเชื่อในเดือน ก.ค. เติบโต 1.91% m-m เป็นระดับที่สูงที่สุดในกลุ่ม ต่อเนื่องจากเดือนก่อน และทำให้ KTB ยังคงเป็นธนาคารที่มีสินเชื่อเติบโตสูงที่สุดในปี 69 ซึ่งสินเชื่อเติบโตไปแล้วถึง 5.77% ytd โดยคาดว่าสินเชื่อที่เติบโตนี้ยังคงมาจากสินเชื่อรายใหญ่ และสินเชื่อภาครัฐเป็นหลักอยู่เช่นเดิม
  • ได้ประโยชน์จากโครงการรัฐ: KTB ซึ่งเป็นธนาคารที่มีหน่วยงานรัฐถือหุ้นใหญ่ และรัฐบาลมักใช้ KTB เป็นตัวกลางในการส่งผ่านงบประมาณจากรัฐบาลไปยังหน่วยงานรัฐต่าง ๆ ซึ่งจะทำให้ KTB ได้ประโยชน์ทั้งจากความต้องการสินเชื่อที่เพิ่มขึ้น และรายได้ค่าธรรมเนียมที่เพิ่มขึ้นด้วย โดยช่วงนี้เป็นช่วงปลายปีงบประมาณ ซึ่งหน่วยงานรัฐต่าง ๆ น่าจะมีการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณ รวมไปถึงกำลังจะมีการพิจารณางบประมาณปี 70 ซึ่งจะช่วยให้มี Sentiment เชิงบวกได้
OR (BUY)
  • เป้าหมาย: 13.10 / 13.40
  • แนวรับ: 12.30 / 12.50
  • กาแฟทำกำไรต่อเนื่อง: หุ้น OR ถือเป็นจังหวะน่าทยอยเข้าสะสมเพื่อรับวัฏจักรการเติบโตรอบใหม่ โดยมีแรงหนุนสำคัญจากความแข็งแกร่งของธุรกิจกลุ่ม Lifestyle โดยเฉพาะ Café Amazon ที่ยังคงเดินหน้าขยายสาขาและรักษาระดับอัตรากำไรได้อย่างสม่ำเสมอ ผสานกับฐานกระแสเงินสดที่แข็งแกร่งจากธุรกิจ Mobility (สถานีบริการน้ำมัน PTT Station) ที่ครอบคลุมทั่วประเทศ
  • ภาพครึ่งปีหลังดูดี: แนวโน้ม 3Q69 คาดว่าจะเห็นภาพการฟื้นตัวอย่างโดดเด่น ปัจจัยหลักมาจากทิศทางค่าการตลาดน้ำมัน (Marketing Margin) ที่ปรับตัวดีขึ้นและทรงตัวในระดับที่เอื้อต่อการทำกำไร ประกอบกับปริมาณยอดขายทั้งฝั่งน้ำมันและธุรกิจค้าปลีกที่เตรียมเร่งตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เพื่อรองรับความต้องการเดินทางและการจับจ่ายใช้สอยของประชาชนในช่วงเตรียมเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่นปลายปี ซึ่งจะช่วยผลักดันให้กำไรของบริษัท
- Advertisement -