บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (KGI) ผู้นำบริการโบรกเกอร์ ซื้อขายหุ้น อนุพันธ์ ตราสารหนี้ ใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ (DW) และการบริหารความมั่งคั่งชั้นนำ

แนวโน้มตลาดหุ้น ธีมการลงทุน และปัจจัยสำคัญ (รักพงศ์ ไชยศุภรากุล, IAA เลขทะเบียนฯ: 19838)

ลงต่อ… ปัจจัยภายนอกเป็นลบ เน้นธีมหุ้นน้ำมัน + หุ้น defensive ไปก่อน

เมื่อวันศุกร์ที่แล้ว ตลาดหุ้นไทยปรับลดลงต่อ (เป็นไปตามที่เราประเมิน)… ดัชนีฯ ปิดลบ 0.65% รับแรงกดดันจาก i) ราคาน้ำมันดิบรวมทั้งบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ที่ปรับขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลให้ตลาดกังวลว่า ธ. กลางสหรัฐฯ (เฟด) จะถูกบีบให้ปรับขึ้นดอกเบี้ย ii) ฟันด์โฟลว์อ่อนแอลงค่อนข้างชัดเจนในช่วงสั้น ทั้งแรงกดดันจากบอนด์ยีลด์ในระดับสูง ส่งผลให้มูลค่าหุ้นถูกกดดัน (relative valuationsเทียบกับพันธบัตร แย่ลง) ผนวกกับปัญหาภูมิรัฐศาสตร์อึมครึมต่อเนื่อง

ฝ่ายวิจัยฯ ประเมิน SET Index วันจันทร์ แกว่งตัวลงต่อ… ปัจจัยการลงทุนในวันนี้ ได้แก่ i) แม้ว่าตลาดหุ้นสหรัฐฯ รีบาวด์ได้เมื่อวันศุกร์ หลังราคาน้ำมันปรับฐานลงตามข่าวว่าอิหร่านจะประชุมหารือในวันนี้ เพื่อหาทางเปิดโฟลว์การขนส่งในช่องแคบฮอร์มุซ แต่จิตวิทยาการลงทุนเช้านี้ยังเป็นลบ หลังจากซาอุฯ ปิดท่อส่งน้ำมัน East-West หลังโดนระเบิดโจมตี ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบฟิวเจอร์สเด้งกลับ ii) เฟดฟันด์ฟิวเจอร์สให้น้ำหนักถึง 87% ว่าเฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยในวันที่ 16 ก.ย. นี้ iii) จิตวิทยาในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีอาจถูกกระทบจากข่าว Open AI เลื่อนการทำ IPO ไม่มีกำหนด เพราะผู้เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมกังวลว่า AI พัฒนาเร็วเกินไปและเสี่ยงจะควบคุมไม่ได้

ด้านปัจจัยอื่นๆ ที่อาจมีนัยต่อตลาด… i) นายกฯ อนุทิน ส่งสัญญาณต่อมาตรการไทยช่วยไทยพลัส เท่าที่งบประมาณมีเหลืออยู่ (ประมาณ 5 หมื่นล้านบาท) ซึ่งเบื้องต้นน่าจะออกมาตรการได้อีก 1-2 เดือน ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของมาตรการ ii) ติดตามการตัดสินของ กกต. ในวันนี้ กรณีของคำร้องประเด็นการฮั้ว ส.ว.

หุ้นเด่นเชิงกลยุทธ์ (สุโชติ ถิรวรรณรัตน์, IAA เลขทะเบียนฯ: 28668)

หุ้น defensive yield ADVANC / ท่องเที่ยว AWC

ADVANC (เป้าพื้นฐาน 425 บาท)* 1) ประเมินหุ้น Defensive yield จะสามารถรองรับผลกระทบจาก Bond yield เราประเมินหุ้นที่ให้อัตราผลตอบแทนเงินปันผลที่สูงสม่ำเสมอมีโอกาส Outperform ในช่วงที่ทิศทางอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลปรับขึ้น โดย ADVANC* ปัจจุบันให้ Dividend yield สูง > 5% ต่อปี … กรอบสูงสุดในรอบ 5 ปี (คาดปันผล 2H69 หุ้นละ 9.15 บาท Yield 2.6% / คาดปันผลปี 2570 หุ้นละ 19.1 บาท Yield 5.4%) 2) ประเมินราคาหุ้นเริ่มสร้างฐานบริเวณค่าเฉลี่ย 200 วันประเมินแนวรับ 350 บาท / แนวต้าน 357 – 362 บาท กรณีฟื้นตัวผ่านได้ประเมินแนวต้านถัดไป +/-366 บาท (Stop loss 345 บาท)

AWC (เป้าพื้นฐาน 3.6 บาท)* 1) ประเมิน Sentiment บวกจากการท่องเที่ยวไทยที่กำลังเข้า High season เราประเมิน Sentiment บวกจากการเริ่มเข้าสู่ช่วงวันหยุดยาวของจีน (วันชาติจีน เริ่มปลายเดือนนี้ – ต้นเดือน ต.ค.) คาดจะเห็นจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่เร่งตัวขึ้น โดย AWC* เป็นโรงแรมที่มีฐานลูกค้าชาวจีนราว 13% นอกจากนี้ยังคงคาดหวัง Sentiment บวกจากโครงการไทยเที่ยวไทยพลัส (คาดเข้า ครม. สัปดาห์หน้า) 2) ประเมินราคาหุ้น Sideway upแนะนำ “ซื้ออ่อนตัว” แนวรับ 3.02 บาท และ 2.98 บาท / แนวต้าน 3.12 – 3.18 บาท กรณีผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ ประเมินแนวต้านถัดไป +/-3.4 บาท (Stop loss 2.9 บาท)

หุ้นมีข่าว

(+) THCOM-ITEL ผงาด USO3 คว้างานมากสุด 2.4 พันล้าน (ข่าวหุ้น)* กสทช. ประกาศผู้ชนะประมูลโครงการ USO 3 วงเงินรวม 5,423.70 ล้านบาท เดินหน้าขยายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงทั่วประเทศ THCOM*-ITEL กวาด 2 พื้นที่ใหญ่ มูลค่ารวมกว่า 2,448 ล้านบาท ขณะที่ TRUE*-INSET คว้างานภาคเหนือ 1,248.50 ล้านบาท ส่วน ITEL-TKC ซิวงานภาคใต้ 965.70 ล้านบาท ตอกย้ำแรงขับเคลื่อนธุรกิจโครงข่ายโทรคมนาคมหนุนผู้ประกอบการเร่งรับรู้รายได้จากโครงการรัฐ พร้อมขยายบริการดิจิทัลสู่พื้นที่ขาดแคลนทั่วประเทศ “บล.กรุงศรี” ให้ราคาเป้าหมายไทยคม 14.70 บาท หลังคว้างาน USO 3

(+) KCE* จ่อรับงานใหญ่ Tesla ดีลดันอัพเป้าใหม่ 70 บาท (ข่าวหุ้น) KCE* รับแรงเก็งกำไรสนั่น! ลุ้นคว้างาน PCB ป้อนหุ่นยนต์ Tesla Optimus ดันโอกาสสร้างรายได้ก้อนใหม่ ด้านผู้บริหาร เคซีอี ยอมรับอยู่ระหว่างดำเนินการ แต่ยังไม่มีข้อสรุป ขณะที่ โบรกฯ มองหากสำเร็จ มีลุ้นปรับมูลค่า P/E สู่ 40 เท่า อัพเป้าหมายราคาใหม่ 70 บาท ด้านพื้นฐานแกร่งครึ่งปีหลัง กำไรจ่อทะยานแตะ 400-500 ล้านบาทต่อไตรมาส

(+) TFG* ราคาหมู-ไก่สูงถึงปี 70 ดีมานด์แรง-รายใหญ่โกย (ทันหุ้น) TFG* เชื่อราคาหมู-ไก่ทรงตัวสูงต่อเนื่องถึงกลางปี 2570 ภูมิรัฐศาสตร์ดันดีมานด์แรง ขณะที่ผู้ประกอบการรายย่อยวูบ โดนกดดันจากต้นทุน ชี้โอกาสรายใหญ่ วางแผนรุกตลาดมุ่งร้านค้าปลีก ควบคู่ส่งออกสดแช่แข็งและไก่ปรุงสุกทั้งญี่ปุ่น ยุโรป UK มั่นใจจัดการต้นทุนวัตถุดิบให้ต่ำ ลุยขยายโครงสร้างพื้นฐานหลังบ้านและฟาร์มเลี้ยงรับดีมานด์ เพิ่มกำไรระยะยาว

(+) AMATA*-BGRIM* คว้า 1.2 พันล. ลงทุนโครงการโซลาร์ลอยน้ำ (ทันหุ้น) AMATA* ผนึกกำลัง BGRIM* ควักเงินลงทุน 1,200 ล้านบาท ลุยโครงการโซลาร์ลอยน้ำขนาด 42.5 MWp ในพื้นที่ EEC รองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนของผู้ประกอบการ มุ่งขับเคลื่อนพลังงานสะอาด สู่เป้าหมาย Net Zero

(-) คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) มีมติดลดราคาน้ำมันดีเซลหน้าโรงกลั่น 2.40 บาท/ลิตร ต่อเนื่องอีก 46 วัน ตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน – 31 ตุลาคม (ผู้จัดการออนไลน์) ความเห็น: สำหรับมาตรการรอบที่ 7 ซึ่งลดราคาน้ำมันดีเซลหน้าโรงกลั่น 2.40 บาท/ลิตร ในช่วงวันที่ 16 กันยายน – 31 ตุลาคม คาดว่าจะนำผลประโยชน์ส่วนเกินจากการกลั่นประมาณ 6,233 ล้านบาทมาใช้บรรเทาภาระค่าครองชีพประชาชน ส่งผลให้วงเงินจากมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพทั้ง 7 รอบ ซึ่งดำเนินการภายใต้อำนาจตามพระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516 เพิ่มขึ้นเป็นกว่า 23,655 ล้านบาท แม้ว่าการต่อมาตรการลดราคาน้ำมันดีเซลหน้าโรงกลั่น 2.40 บาท/ลิตร จะเป็นไปตามที่เราคาดไว้ แต่เรามองว่ามาตรการดังกล่าวเป็นปัจจัยลบต่อหุ้นกลุ่มโรงกลั่น ได้แก่ SPRC* (OP, 1H70F TP ที่ 12.50 บาท), TOP* (OP, 1H70F TP ที่ 70.00 บาท), BCP* (Not rated), IRPC* (N, 1H70F TP ที่ 2.20 บาท) และ PTTGC* (OP, 1H70F TP ที่ 42.50 บาท) เนื่องจากภาครัฐยังคงเข้ามาแทรกแซงการกำหนดราคาน้ำมันหน้าโรงกลั่น

(+) ททท. คาดนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้าไทยในช่วง Golden Week ระหว่างวันที่ 25 ก.ย.–7 ต.ค. 2569 รวม 13 วัน ราว 250,000 คน (+24% YoY) และสร้างรายได้ 1.1 หมื่นล้านบาท (+37% YoY) โดยยอดจองล่วงหน้าในเดือน ต.ค. เพิ่มขึ้น 16% YoY ขณะที่การค้นหาเที่ยวบินมายังไทยเพิ่มขึ้น 24% YoY การเพิ่มขึ้นของเที่ยวบินตรงจากจีนสู่กรุงเทพฯ เชียงใหม่ ภูเก็ต และอุดรธานี จะช่วยสนับสนุนการเดินทางท่องเที่ยวมากขึ้น (ที่มา : ประชาชาติธุรกิจ) ความเห็น: เรามองเป็นบวกต่อกลุ่มโรงแรม โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่มีสัดส่วนลูกค้าจีนสูง ได้แก่ ERW (15%), AWC (13%) และ CENTEL (10%) ขณะที่ MINT และ SHR มีสัดส่วนรายได้จากลูกค้าจีนค่อนข้างน้อย จึงได้รับผลบวกจำกัดกว่า นอกจากนี้ยังเป็นปัจจัยบวกต่อ SPA ซึ่งมีสัดส่วนรายได้จากลูกค้าจีนสูงถึง 37%… ดังนั้น เรายังคงมุมมอง Overweight ต่อกลุ่มโรงแรม จากแนวโน้มการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวจีนและโมเมนตัมการท่องเที่ยวที่ดีขึ้นใน 4Q26 ซึ่งเรามองจะเป็น high season ที่จะโตได้เด่น โดยหุ้นแนะนำของเรายังคงเป็น AWC* (TP Bt3.60) และ CENTEL* (TP Bt49) จากแนวโน้มกำไรที่เติบโตดีและการได้รับประโยชน์จากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว

หุ้นที่เคยแนะนำก่อนหน้า

  • โรงไฟฟ้า + Data center: EPG* (Stop loss 5.9 บาท) WHAUP* (Stop loss 7.15 บาท) ASEFA (Stop loss 6.0 บาท) WHA* (Stop loss 4.64 บาท) STECON* (Stop loss 17.4 บาท) GULF* (Stop loss 61 บาท)
  • พลังงานและปิโตรเคมี: PTTGC* (Trailing stop 45.5 บาท) BBGI (Trailing stop 6.1 บาท)
  • สินค้าอุปโภคบริโภค: NER (Trailing stop 4.66 บาท) GFPT* (Trailing stop 10.1 บาท) BTG* (Stoploss 20.6 บาท)
  • กำไร 3Q69 – 4Q69 เด่น: SCGP* (Stop loss 29 บาท) BCH* (Stop loss 10.7 บาท)
  • ท่องเที่ยว+ค้าปลีก: CRC* (Stop loss 27.75 บาท) SPA (Stop loss 2.96 บาท)
  • Stop loss / Trailing stop: BGRIM* (แนะนำ 18 ส.ค.) KTC* (แนะนำ 27 ส.ค.) NEO (แนะนำ 7 ก.ย.)
Report ตามปัจจัยพื้นฐานวันนี้
  • กลุ่มธนาคารพาณิชย์ น้ำหนักลงทุน “มากกว่าตลาดฯ” ฝ่ายวิจัยฯ ประเมินภาครัฐเตรียมออกมาตรการใหม่เพื่อกระตุ้นการปล่อยสินเชื่อให้กับกลุ่ม SME จะผลกระทบต่อกลุ่มธนาคารฯ เป็นกลาง แต่อาจส่งผลเชิงลบต่อกลุ่ม Non-Bank เนื่องจากอาจถูกแย่งส่วนแบ่งตลาด จากแพลตฟอร์มสินเชื่อใหม่ที่ธนาคารของรัฐเป็นผู้เสนอ ฝ่ายวิจัยฯยังคงน้ำหนักลงทุนกลุ่มธนาคารฯ “มากกว่าตลาดฯ” โดยเลือกหุ้นธนาคารที่มีสัดส่วนรายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจ Wealth Management สูง ได้แก่ KBANK* KKP* และ TTB* ตามด้วย KTB* ที่ได้รับอานิสงส์จากการฟื้นตัวของสินเชื่อ อย่างไรก็ตาม เรายังคงมีมุมมองเชิงลบต่อกลุ่ม Non-Bank และคงคำแนะนำลงทุน “น้อยกว่าตลาดฯ” สำหรับกลุ่ม Non-bank
  • TOP แนะนำ “ซื้อ” เป้าพื้นฐาน 70 บาท* ล่าสุดโครงการ Clean Fuel Project (CFP) คืบหน้าอยู่ที่ 34.9% ในเดือน ก.ค. (เพิ่มจาก 30.6% ในเดือน มิ.ย.) บริษัทฯยังคงยืนยันกำหนดการเดิมคือ หน่วยกลั่นน้ำมันดิบหน่วยที่ 4 (CDU-4) จะเริ่ม COD ใน 2Q70 และโครงการ CFP เต็มรูปแบบจะสามารถ COD ใน 3Q71 ยังคงประมาณการฯ และราคาเป้าหมายไว้ตามเดิม
- Advertisement -