เก่งหลังเกมส์

SET Index ปรับขึ้น +13.88 จุด +0.88% ปิดที่ 1,598.03 จุด มูลค่าการซื้อ-ขายที่ 9.6 หมื่นล้านบาท ในทางเดียวกับตลาดหุ้นในภูมิภาค แรงหนุนหลักของดัชนีมาจากหุ้นกลุ่มชิ้นส่วน  DELTA, HANA  มี Sentiment บวกหนุนตามหุ้นชิปในต่างประเทศที่ปรับขึ้น, กลุ่มธนาคาร (KBANK, BBL) ตามทิศทางดอกเบี้ยขาขึ้น, กลุ่มพลังงาน (TOP) ฯลฯ ในทางตรงข้ามหุ้นที่กดดัชนี คือ กลุ่มส่งออก (CPF) ฯลฯ

หุ้นที่เคลื่อนไหวโดดเด่นคือ

KBANK +1.98%, BBL +1.03%, SCB +2.62% 

กลุ่มธนาคาปรับขึ้นจิตวิทยาบวกหนุนจากข่าว Fitch Ratings ปรับมุมมองความน่าเชื่อถือไทยขึ้นเป็น “Stable” (คงเรตติ้ง BBB+) สะท้อนเสถียรภาพการเมือง เศรษฐกิจทนทาน หนี้รัฐบาลดีขึ้น และดุลบัญชีเดินสะพัดจ่อเกินดุลปี 2027F แรงส่งทางบวกการลงทุน บวกต่อหุ้นกลุ่มธนาคาร โดย Top picks เน้น KBANK, KTB 

CPF -1.73% 

ราคาหุ้นปรับลงรับราคาสุกรจีน ลดลง -1.8%w-w สู่ RMB 10.64/กก. หรือ 53.00 บ./กก. (ต้นทุน RMB 13.50/กก.) จากภาวะอุปทานล้นตลาด ฟาร์มขนาดใหญ่เร่งขายสุกรน้ำหนักมากออกสู่ตลาดก่อนเข้าช่วงวันหยุดยาวเทศกาลวันชาติจีน  ส่วนราคาสุกรไทย ทรงตัว w-w อยู่ที่ 75.50 บ./กก. (ต้นทุน 60.00 บ./กก.) เราให้น้ำหนักการลงทุนกลุ่มฯ เป็น Bullish สะท้อนคำแนะนำระดับหุ้นในกลุ่มฯ ที่ส่วนใหญ่เป็น Buy โดยเรายังคงเลือก TFG (Buy; TP 14.20 บาท) เป็น Top pick

DELTA +2.49%, HANA +4.71%

กลุ่มชิ้นส่วนปรับขึ้นนำโดย DELTA 1) ผ่านช่วง Hedging สถานะ Bondholder แล้ว 2) ภาพ AI CAPEX ขับเคลื่อนความต้องการผลิตภัณฑ์เกี่ยวข้อง AI หนุนกำไรปกติ 3Q26F ฟื้นตัวเร็ว +33%y-y, +54%q-q และขึ้นทำจุดสูงสุดรายไตรมาส 4Q26F 3) เราคาดกำไรปี 2027-28F โตเร่ง +51.4%, +37.7% มีโอกาสเห็น Upside 4) หุ้นผ่านปรับสถานะ -35% จากจุดสูงสุดรอบนี้ ส่วน HANA 1) Surprise บวกไม่ติด Cash สัปดาห์ที่ผ่านมา 2) AI CAPEX cycle เร่ง+จีนกระตุ้นเศรษฐกิจเน้นสนับสนุนอุปกรณ์อัจฉริยะ มีโอกาสเปิด Upside คาดกำไรปี 26 +23.7% และ +44% ในปี 27F 2) หุ้นซื้อขาย PER27F 29.5 เท่า PEG ต่ำราว 0.67 เท่า  

TOP +5.75% 

1)  จิตวิทยาบวกน้ำมันสำเร็จรูปโลกเสี่ยงตึงตัวขึ้น+สงครามสหรัฐฯ – อิหร่าน ไม่แน่นอน 2)  โครงการ CFP เดินหน้าหนุนความสามารถทำกำไรดีกว่ากลุ่ม หนุนกำไรหลังสงครามยกฐานจากก่อนสงคราม 47-92% 3) PBV ราว 0.6-0.7 เท่า Yield > ปีละ 3.5% ยังคงคำแนะนำซื้อ TOP (Buy, TP27F-83)

TU +4.72% 

ปรับขึ้น แรงหนุนหลักมาจาก คาดผลการดำเนินงาน 2H26F ดีกว่าครึ่งปีแรก หนุนโดย i) ปัจจัยฤดูกาลที่เข้าสู่ high season ของการส่งออก ii) การลดอากรนำเข้าทูน่าของ UK เหลือ 0% จากเดิมสูงสุด 24% ซึ่งช่วยหนุนปริมาณคำสั่งซื้อ 3.อานิสงส์ของ Super El Niño ที่ช่วยให้กองเรือของบริษัทจับปลาได้ง่ายขึ้นตั้งแต่ 4Q26 คงประมาณการกำไรปกติปี 2026-2027F ที่ 5,135 ลบ. (+19% y-y) และ 5,970 ลบ. (+16% y-y) ตามลำดับ

- Advertisement -