น้ำมันปรับลงกดดัน Yield ลดลง หนุนตลาดหุ้นเดินหน้าเชื่อว่าจากนี้จะค่อยๆ ปรับขึ้น
MARKET UPDATE
DJIA เมื่อคืนปิดบวก 366 จุด (+0.7%) แต่ Nasdaq +2.3% รับแรงหนุนเชิงบวกจากการปรับลงของราคาน้ำมันดิบและ Yield ที่ปรับลงเช่นกันโดย Nasdaq ปิดสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ด้านราคาน้ำมันดิบ BRT ปิดลบ 3.4% หลังมีสัญญาณเจรจาระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่าน ราคาหุ้นที่ปรับขึ้นเด่นได้แก่ META +11.3% INTC +12%
MARKET OUTLOOK
ปัจจัยต่างประเทศ
ราคาน้ำมันดิบปรับลงต่อเนื่องและระหว่างวันมีจังหวะต่ำกว่า 3 หลักมีหลายปัจจัยเกิดขึ้นเช่นทรัมป์เรียกร้องให้ยูเครนกับรัสเซิยยุติสงครามรวมถึงสหรัฐฯอาจเจรจากับอิหร่านทั้ง 2 ประเทศจะพบปะกันในช่วงสัปดาห์นี้ Bond Yield สหรัฐฯรุ่นไกลเริ่มปรับลงต่อเนื่องโดยเฉพาะ 30 ปี หากน้ำมันดิบปรับลงเรื่อยๆนักลงทุนอาจเริ่มปรับมุมมองจากขึ้นดอกเบี้ย 1 ครั้งเป็นคงดอกเบี้ยก็เป็นไปได้ หากเป็นเช่นนั้นตลาดหุ้นก็มีโอกาสขึ้นจากนี้รอติดตามผลประกอบการ 3Q26 ที่จะเริ่มประกาศต้นเดือน ต.ค. ซึ่งเชื่อว่ายังมีแนวโน้มที่ดีโดยเฉพาะ TECH เพราะต้นน้ำรายงานยอดขายที่เติบโตระดับ 40-50% (TSMC) คืนนี้ไม่มีปัจจัยสำคัญต้องติดตามรอดูการเคลื่อนไหวของน้ำมัน
ปัจจัยในประเทศ
ตลาดหุ้นไทยอาจเผชิญแรงกดดันกลุ่มพลังงานและก็เชื่อว่าจะเกิดการ Rotate ไปยัง Sector อื่นๆเช่น TECH และกลุ่ม Anti Oil จากน้ำมันที่เริ่มปรับลง วานนี้ต่างชาติกลับมาซื้อสุทธิ 4.6 พันล้านบาทสูงสุดในรอบ 2 เดือน เชื่อมีโอกาสซื้อต่อจากสภาพแวดล้อมที่คลี่คลายและสถิติโค้งสุดท้ายของปีที่ดี วันนี้คาด SET กรอบ 1590 – 1620 เช้านี้ KOSPI +2% มองหนุนหุ้นไทยในวันนี้ กลยุทธ์การลงทุนเน้นเลือก Sector ที่น่าสนใจ เช่น Anti Oil (BA MINT BGRIM GPSC GULF) Non Bank (MTC SAWAD TIDLOR) ค้าปลีก (CPALL CPN HMPRO) ธนาคารฯ (BBL KBANK KTB SCB CREDIT)
TOP PICK
MTC ซื้อ TP: Bt 39
คาดกำไรสุทธิปี 2026-27 เติบโตต่อเนื่อง 14%/13% หนุนจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้นล้อกับสินเชื่อที่ขยายตัว
BA ซื้อ TP: Bt 22.4
3Q26 เป็น High Seasons ของการท่องเที่ยวเกาะสมุย เห็นได้จากจำนวนผู้โดยสารที่เข้าออก ผ่านสนามบินสมุยในเดือน ก.ค.-ส.ค. (18 ส.ค.) มีจำนวนเฉลี่ยต่อวันเพิ่มขึ้นทั้งเมื่อเทียบกับปีก่อนและไตรมาสก่อนหน้า









